Beauty Newbie ถ้าคุณสวย โลกจะใจดีกับคุณแบบไม่มีเงื่อนไข

ภาพจาก viu

พักหลัง ๆ มานี่ รู้สึกว่าจะเห็นละครหรือซีรีส์ไทยที่รีเมกจากชาติอื่น ๆ ถี่ยิบ โดยเฉพาะของเกาหลี แล้วก็จำได้ว่าเคยบอกไปในคอลัมน์นี้นี่แหละ ว่าส่วนตัวไม่ค่อยอินกับซีรีส์หรือละครรีเมกเท่าไรนัก แต่สามารถเปิดใจดูได้แบบไม่ด่วนตัดสิน คือถ้ามันพอดูได้ก็อาจจะดูต่อ แต่ถ้ามันไม่ไหวก็เทแบบที่เทซีรีส์เกาหลีบางเรื่องมันก็แค่นั้น แค่เปิดใจลองดูมันไม่ได้ยากอะไร ซึ่งสัปดาห์นี้ เราก็ได้ลองเปิดใจดูซีรีส์ไทยที่รีเมกเกาหลีอีกเรื่อง แต่ที่ไม่ลังเลก็เพราะว่าของเวอร์ชันเกาหลีเองก็ไม่เคยดูเหมือนกัน!

Beauty Newbie หัวใจไม่มีปลอม เป็นซีรีส์ไทยที่สร้างจากเว็บตูนชื่อดังเรื่อง My ID is Gangnam Beauty ไอดีของฉันคือดอกไม้พลาสติก ต้นฉบับเวอร์ชันการ์ตูนของเกาหลี และรีเมกจากซีรีส์เวอร์ชันเกาหลีชื่อเดียวกัน My ID is Gangnam Beauty ที่นำแสดงโดยนางเอกสาว “อิมซูฮยาง” และพระเอกหนุ่มเบ้าหน้าฟ้าประทาน “ชาอึนอู” ที่ทุกอณูรูขุมขนนั้นหล่อเหลาไม่มีที่ติ มั่นใจได้เลยว่าไม่เคยผ่านมีดหมอแน่นอน เพราะน้องหล่อแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก โตมาแบบไม่เคยมียุคมืด เป็นใบหน้าที่พระเจ้าสร้างขึ้นมาด้วยความรัก ดุจเป็นลูกรักของพระเจ้าทุกองค์ในสากลโลก (แต่ถึงจะหล่อขนาดนั้น ซีรีส์เรื่องนี้อึนอูของเราก็โดนวิจารณ์เรื่องการแสดงไม่น้อย คือแบบดูธรรมชาติไปหน่อยน่ะ)

สำหรับเวอร์ชันไทยที่นำมาทำใหม่นี้ ได้นางเอกสาวหน้าตาสวยจิ้มลิ้ม “ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์” มาประกบคู่กับพระเอกหนุ่ม “วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร” ร่วมด้วยอีก 2 ตัวละครหลัก คือ “เจน-รมิดา จีรนรภัทร” และ “เกรท-สพล อัศวมั่นคง” ที่กำลังมีผลงานอีกเรื่องออนแอร์อยู่เช่นกัน และเป็นซีรีส์รีเมกเกาหลีเหมือนกันด้วย

Beauty Newbie หัวใจไม่มีปลอม บอกเล่าเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังจะเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัยปีแรก แต่เธอมีอดีตฝังใจกับหน้าตาของตัวเองมาตั้งแต่เด็ก ด้วยความที่เธอเป็นคนไม่สวย เคยโดนเพื่อนในโรงเรียนรุมบูลลี่สารพัด ทำให้เธอกลายเป็นคนที่ไม่มั่นใจในตัวเอง และไม่เคยมีเพื่อนมาก่อน เพราะไม่มีใครอยากคบกับคนที่ขี้เหร่แบบเธอ อย่างไรก็ตาม เธอไม่อยากให้ประสบการณ์เลวร้ายนั้นฉายซ้ำในชีวิตมหาวิทยาลัยของเธออีกแล้ว เธอต้องการจะเรียนในคณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเคมี ให้จบออกมาดี ๆ เพื่อทำงานเป็น “สุคนธกร” หรือนักปรุงน้ำหอม ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอรักและใฝ่ฝันที่จะทำมาตั้งแต่เด็ก เธอจึงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องนั้น

ภาพจาก FB: GMMTV

ในช่วงก่อนเปิดเรียน เธอจึงไปทำศัลยกรรมยกเครื่องใหม่ทั้งหน้า เพื่อให้ตัวเองสวย มีความมั่นใจขึ้น และที่สำคัญก็เพื่อไม่ให้ใครมาดูถูกว่าคนแบบเธอไม่คู่ควรกับน้ำหอม ทุกอย่างเหมือนจะไปได้สวย เริ่มแรกไม่มีใครดูออกว่าเธอสวยเพราะมีดหมอ แต่ทุกอย่างกลับตาลปัตร เพราะเธอดันได้กลับมาเจอกับพระเอก ซึ่งเป็นเพื่อนเก่าที่รู้จักหน้าเก่าของเธอ เขาจำเธอได้ด้วย และพยายามจะเข้าหาเธอด้วยพฤติกรรมที่ทำให้เธอเข้าใจว่าโคตรจะไม่หวังดี ซึ่งต้องบอกก่อนว่าคู่นี้เคยมีเรื่องราวกันมาแต่เด็ก และมันคือสิ่งที่นางเอกเข้าใจผิดมาตลอดว่าพระเอกคือคนที่ร้ายกว่าเพื่อนทุกคนที่เคยแกล้งเธอ เธอจึงไม่ไว้ใจ ไม่เชื่อใจ และไม่เปิดใจฟังอะไรสักอย่างที่พระเอกพยายามจะบอก

ในขณะที่นางเอกพยายามหนีห่างพระเอกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอก็ได้รู้จักกับเพื่อนคนใหม่ที่เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนคนแรกในชีวิต หญิงสาวที่สวยธรรมชาติคนนี้ยื่นมือเข้ามาทำความรู้จักกับเธอก่อน และไม่แสดงท่าทีรังเกียจหลังจากที่ได้รู้ว่าเธอทำศัลยกรรมมาทั้งหน้า เป็นคนที่ดูดีทั้งหน้าตาและจิตใจ ด้วยความเป็นคนซื่อ ๆ ถ่อมตัว ขี้เกรงใจ และไม่เคยมีเพื่อนมาก่อน เธอจึงเชื่อใจเพื่อนคนนี้หมดใจ แต่แท้จริงแล้วเพื่อนคนนี้คือแอปเปิลอาบยาพิษสำหรับเธอ ภายนอกที่สวยไร้ที่ติแต่กำเนิด ทว่าสิ่งจิตใจที่แท้จริงนั้นชวนอึ้ง นอกจากนี้ เธอยังได้รู้จักกับรุ่นพี่ปริญญาโทอีกคนที่อยู่หอห้องข้าง ๆ กัน ทั้งที่รู้ว่าเธอทำศัลยกรรมมาทั้งหน้า แต่เขาก็ยังคอยช่วยเหลือเธออย่างจริงใจ

ภาพจาก FB: GMMTV

ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนเลยว่าไม่เคยดูซีรีส์เรื่องนี้เวอร์ชันเกาหลีมาก่อน และไม่เคยเปิดเว็บตูนอ่านด้วย เพียงแค่รู้ว่ามันมีซีรีส์และการ์ตูนเรื่องนี้ จากการที่เคยค้นหาผลงานเก่าของชาอึนอู แต่ก็พอจะรู้พล็อตเรื่องคร่าว ๆ ว่าเรื่องราวมันเป็นยังไง เคยอ่านรีวิวมาบ้างตามประสาของคนที่เป็นติ่งพระเอก การเปิดดูซีรีส์เรื่องนี้ครั้งแรกในเวอร์ชันไทย พูดตามความรู้สึกตรง ๆ ก็คือมันออกจะดูสะดุดอยู่หน่อย ๆ คือมันก็ไม่ถึงกับแปลกหรือแย่หรอก แล้วก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกันว่ามันสะดุดยังไง ไม่เคยดูเวอร์ชันเก่ามาเปรียบเทียบด้วย พูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ มันรู้สึกได้ถึงความไม่สมูธ มีความขัด ๆ ขืน ๆ แต่มันก็ไม่ได้แย่จนถึงขั้นที่ต้องรีบเทใน 2 อีพี

นอกจากนี้ ก่อนที่จะเปิดดูในอีพีแรก ก็มีโอกาสได้ค้นหาข้อมูลมาบ้าง จนไปพบกับทีเซอร์ของซีรีส์ตัวเก่าที่ทาง GMMTV ใช้โปรโมตในงานแถลงข่าวเปิดไลน์อัปซีรีส์ที่เตรียมจะสร้างเมื่อปี 2022 (เตรียมสร้างในปี 2023) มีข้อความหนึ่งที่นางเอกพูดในทีเซอร์ว่า “โลกมันอยู่ยาก แต่ว่า…เราก็ต้องหาทางอยู่ให้ได้” ก็ถือว่าปังดีนะ เขียนบทเวอร์ชันไทยในบริบทไทย ๆ ได้เข้ากับพล็อตเรื่องดี แต่รู้สึกว่าบรรยากาศในซีรีส์ของจริงดูจะแตกต่างจากทีเซอร์ตัวเก่าไปพอสมควร เรื่องเปลี่ยนนักแสดงไม่ใช่ประเด็น แต่พอคาแรกเตอร์ของตัวละครบางตัวเปลี่ยนไปมันก็ทำให้อารมณ์เปลี่ยนไปเลย (อันนี้แค่บ่น)

ต่อให้คนอื่นเขาไม่คอมเมนต์เรื่องความสวยนะ แต่เขาอาจจะต่อว่าลูกเราว่าบ้าศัลย์ก็ได้นะแม่ คนเดี๋ยวนี้มันช่างหาเรื่องจะตาย

การนำเรื่องนี้มาทำในประเด็นที่ว่า “ไม่สวย=บาป” ก็ยังเป็นอะไรที่ไม่เก่าและยังเล่นได้อยู่ เพราะสังคมเราไม่เคยเปลี่ยนไปเลย จริง ๆ มันดูเหมือนจะมีอะไรเปลี่ยนไปบ้างนะ เวลาที่ได้เห็นมูฟเมนต์หรือพลังในการเปลี่ยนแปลง แต่มันก็แค่ชั่วครั้งชั่วคราว หรือช่วงที่มีแคมเปญอะไรบางอย่าง เพราะถ้าคุณลองได้ไถเฟซบุ๊ก ไถเอ็กซ์ ไถทุกอย่างที่เป็นสังคมโซเชียลมีเดีย สังคมที่รวบรวมความคิดเห็นมหาศาลของคนในสังคมที่มีทั้งเปิดเผยตัวตนและไม่เปิดเผยตัวตน คุณก็จะเห็นเองกับตาว่ามันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลยสักนิด ซึ่งสิ่งที่พ่อนางเอกพูดก็ไม่มีอะไรผิดเลยแม้แต่นิดเดียว

ภาพจาก FB: GMMTV

เราจะเห็นคอนเทนต์หรือคอมเมนต์เยอะแยะมากมายที่ยังรุมบูลลี่และใช้ถ้อยคำแสดงความเกลียดอย่างรุนแรงกับคนที่ไม่ได้มีหน้าตาตรงตามมาตรฐาน แต่บอกก่อนนะว่าส่วนตัวไม่ได้รู้สึกว่าคำว่า “ไม่สวย” เป็นการบูลลี่ ถ้าเป็นตัวเราเองโดนคนพูดคำนี้ใส่มาก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอะไร แต่แค่คิดว่ามันเป็น “การแสดงความคิดเห็น/ความรู้สึกส่วนตัว” ของคนที่ไม่ค่อยจะมีมารยาททางสังคมมากกว่า เพราะคำพูดที่ไม่สร้างสรรค์ ไม่ได้ดีต่อใจคนฟัง จำเป็นต้องพูดออกมาก็ได้ คุณมีสิทธิ์คิด มีสิทธิ์จะรู้สึกว่าใครต่อใครไม่สวย มีสิทธิ์ที่จะพูดออกมาด้วยเมื่อคิดว่าตัวเองมีเสรีภาพที่จะพูด แต่ไม่พูดจะดีกว่า อะไรคือความสวย แต่ละคนนิยามไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น สวย/ไม่สวยของคนเรามันแตกต่างกันอยู่แล้ว

ภาพจาก FB: GMMTV

แต่สิ่งที่มันเริ่มรุนแรงจนถึงขั้นเรียกว่าการบูลลี่ คือ มันมีการเปรียบเทียบ การล้อเลียน หรือมีการใส่ความรุนแรงเข้าไปทั้งทางวาจาและทางร่างกาย โดยมีเจตนาเพื่อกลั่นแกล้งแสดงความเกลียดชังมากกว่า ซึ่งสิ่งที่นางเอกเรื่องนี้โดน มันก็เข้าข่ายบูลลี่เต็ม ๆ มันไม่ใช่แค่โดนวิจารณ์แบบไม่มีมารยาทว่าไม่สวย แต่โดนแสดงท่าทีรังเกียจใส่ ถูกทำให้กลายเป็นตัวตลก โดนกลั่นแกล้ง โดนเหยียด ด้อยค่า เปรียบเทียบว่าหน้าเหมือนผี เหมือนขยะ หน้าเน่า หน้าตาน่าเกลียด หรือด้อยค่าให้เป็นที่สุดของความขี้เหร่ จะเห็นว่าระดับความรุนแรงมันต่างจากการพูดว่าไม่สวยเฉย ๆ ไปเยอะมาก แต่เข้าใจนะที่ว่าระดับความรุนแรงของคำพูดต่อจิตใจของคนเรามันไม่เท่ากัน อันนี้แค่พยายามจะชี้ให้เห็นอีกมุมเฉย ๆ

ภาพจาก FB: GMMTV

เพราะฉะนั้น นอกจากชี้แจงให้เห็นถึงระดับความรุนแรงของการวิจารณ์ (อย่างไร้มารยาท) กับการบูลลี่ว่ามันแตกต่างกัน ก็ไม่ได้มีเจตนาอื่นอีก ไม่ได้จะบอกว่าคำว่า “ไม่สวย” มันไม่แรง ไม่อยากตัดสินง่าย ๆ แบบนั้น เพียงเพราะตัวเราไม่เคยโดนกับตัวหรือโดนแต่มั่นหน้ามันโหนกพอจนไม่รู้สึกอะไรเลย ถึงอย่างนั้นก็เห็นด้วยทุกประการนะ ว่าสังคมที่ใช้มาตรฐานความงามมาใช้ตัดสินทุกอย่างของคนกันง่าย ๆ แบบนี้ มันงี่เง่าสิ้นดี

ตัดเรื่องความสวยที่นางเอกคงจะไม่โดนวิจารณ์อีกต่อไป เพราะตอนนี้หน้าใหม่นางสวยสับมาก และถึงคนอื่นจะรู้แล้วว่านางทำศัลยกรรมมาทั้งหน้าเพื่อปกปิดหน้าเก่าที่ไม่สวย แต่ก็ต้องยอมรับอยู่ดีปะว่าหมอคนนี้ฝีมือดีจริงที่ทำให้คนอื่นนึกหน้าเก่านางไม่ออก ทำเนียนจนดูไม่ออกว่าทำ แต่สิ่งที่นางเอกจะโดนต่อจากนี้ คือการถูกแซะว่า “ปลอม” ตอนนี้ช่วงที่นางร้ายยังไม่เผยธาตุแท้ นางเอกก็อาจจะโดนแซะแค่ว่าหน้าปลอมเท่านั้น แต่เมื่อไรที่นางร้ายเริ่มปล่อยหมัดฮุก ตามตำราของละครไทยที่นางร้ายจะเริ่มรับบทเหยื่อ เป็นคนแสนดีที่ถูกรังแก นางเอกเราจะเริ่มโดนใส่ร้ายเรื่องนิสัยปลอม ทำตัวปลอม ๆ ให้ได้เจ็บช้ำน้ำใจอีกดอกหนึ่ง

แล้วก็อีกกรณี แบบที่พ่อนางเอกพูดเลย คนเราน่ะถ้ามันไม่ชอบ มันก็จะหาเรื่องมารังควานจิตใจกันได้ทุกเรื่องแหละ ตอนนี้รุมหยุมหัวนางเอกเรื่องไม่สวยไม่ได้แล้วเพราะนางสวย แต่ก็จะสรรหาเรื่องอื่นมาจัดการนางเอกเราอยู่ดี นอกจากเรื่องหน้าปลอม ก็จะแซะเรื่องบ้าศัลยกรรม ทำอะไรที่มันไม่เป็นธรรมชาตินี่แหละ ไม่อิงละครนะเอาในชีวิตจริงเลย คนที่เขาไม่สวยเขาก็อยู่ของเขาดี ๆ ก็ไปรุมบูลลี่เขาจนเขาต้องทำอะไรสักอย่าง พอเขาแก้ปัญหาด้วยการศัลยกรรมให้สวย ก็ไปเล่นงานเขาเรื่องหน้าปลอม เขาไปแก้หน้าให้เข้าที่ให้มันเป๊ะกว่าเดิม ก็ด่าว่าเขาเสพติดการศัลยกรรม หน้าเดิมดีกว่าหรืออะไรที่ธรรมชาติให้มาดีกว่า เนี่ย! ถ้าเราดิ้นตามคนที่ด่าเราตั้งแต่แรก จะทำอะไรมันก็ด่า มันไม่จบหรอก

จะสวยแบบไหน มันก็สวยเหมือนกันหมดนี่นา จะสวยศัลยกรรมหรือจะสวยธรรมชาติ

คือแบบว่า รู้สึกจั๊กจี้มากเลยนะที่ได้ยินคำพูดนี้จากตัวละครเฟย์ สาวที่งามแบบธรรมชาติให้มา รับบทเพื่อนแสนดีของนางเอกที่ไม่ตัดสินอะไรนางเอกเลย แต่มองจากดาวเนปจูนก็รู้ว่ายัยนี่ไม่ได้มาดีแน่ ๆ แล้วละครก็ไม่ได้คิดจะปกปิดความชั่วร้ายของตัวละครตัวนี้ด้วยซ้ำ ทำหน้าที่นางอิจฉา เพื่อเปลี่ยนเป็นบทเหยื่อในภายหลัง ก็เข้าใจได้ว่านางกำลังสร้างภาพความเป็นคนสวยที่จิตใจดี เห็นแก่เพื่อนที่เคยเจออดีตที่ไม่ดีมา ให้คนอื่นคล้อยตามนางให้ถึงที่สุดก่อน แล้วเดี๋ยวค่อยเชือดนางเอกทิ้งอย่างเลือดเย็น แต่มันก็ขำอยู่ดีที่ได้ยินคำพูดนี้จากปากนาง

ภาพจาก FB: GMMTV

จริง ๆ แล้วก็ไม่ค่อยเข้าใจความย้อนแย้งของคนเราเหมือนกันนะ บางคนตอนที่เขาไม่สวยก็เอาแต่ไปรุมจิกหัวเขา แต่พอเขาพยายามเปลี่ยนตัวเองให้สวยขึ้น (ยังไม่ต้องถึงขั้นศัลยกรรม) ก็ยังจะไม่พอใจเขาอีก ก็ไม่รู้ว่าจะไปจงเกลียดจงชังอะไรเขานักหนา แล้วบางคนที่เขาสูญเสียความมั่นใจจนถึงขั้นต้องไปศัลยกรรมเพื่อให้สวย จะได้มีความมั่นใจกลับมา ก็จะโดนคนประเภทขี้อิจฉาตามราวีไม่เลิก ไปด่าไปว่าเรื่องเขาทำศัลยกรรม ว่าของปลอมบ้าง หน้าพลาสติกบ้าง เอาเงินไปทำเรื่องไร้สาระบ้าง ทั้งที่เงินก็ไม่ได้ช่วยเขาหายังจะไปเดือดร้อนอีก น่าแปลกมากที่คนพวกนี้ไม่เคยรู้เลยว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันผิด ตัวเองก็ไม่ได้ดีไปกว่าเขาเท่าไร และก็ไม่เคยคิดจะซ่อมนิสัยตัวเองเลยจริง ๆ

ภาพจาก FB: GMMTV

กลับมาเรื่องสวยศัลยกรรมกับสวยธรรมชาติสักนิด คือถ้าคนที่เขาไม่มีความสุขกับหน้าตาของตัวเองจนถึงขั้นต้องไปทำ มันก็เรื่องของเขาหรือเปล่า เขาทำก็เพื่อให้ตัวเขาเองส่องดูหน้าในกระจกแล้วมีความสุขเพิ่มขึ้น ถ้าเขาพอใจอยู่แล้วเขาคงไม่ทำ อันนี้ข้องใจอะไรเอ่ย แล้วถ้าเขาทำมาแล้วมันสวย มันก็ดีไง แปลว่าเขาประสบความสำเร็จ เพราะฉะนั้น จะสวยจริงแบบธรรมชาติพระเจ้าให้มา หรือจะสวยแบบหมอเนรมิตให้ ถ้าสวยแล้วเขาพอใจมันก็น่าจะจบแค่นั้นนี่นา

แต่…มีเทรลเลอร์ของซีรีส์ตัวหนึ่งที่เป็นออฟฟิเชียล เทรลเลอร์ ที่เผยให้เห็นถึงความในใจที่แท้จริงของตัวละครเฟย์ ว่านางรู้สึกไม่แฟร์ที่ตัวเองสวยธรรมชาติ ทำทุกอย่างด้วยวิธีธรรมชาติ แต่ต้องมาถูกขัดแข้งขัดขาเพราะนางเอกที่ทำศัลยกรรมมาทั้งหน้า ก็ไม่ค่อยเข้าใจนะว่าทำไมจะต้องแข่งความสวยกันขนาดนั้น ในเมื่อตัวเองมีดีที่สวยธรรมชาติ จะเอาตัวเองไปเปรียบกับคนที่เคยหมดความมั่นใจจนต้องไปทำสวยทำไม ตัวเองก็มีดีโดยไม่ต้องพยายามอยู่แล้ว คือนางรู้สึกไม่ยุติธรรมที่นางเอกใช้ทางลัดให้ตัวเองสวยเพื่อให้มีที่ยืนในสังคมงี้เหรอ มันก็ไม่ควรเอาตัวเองมาเปรียบเทียบอยู่ดี คิดยังไงมันก็มองได้ว่านางเอกแค่จะหาวิธีอยู่ให้รอดโดยสงบ บนโลกที่วัดคุณค่าคนด้วยความงามก็เท่านั้น

ภาพจาก FB: GMMTV

อ้อ! อีกอย่างที่รู้สึกตลกและไม่ make sense เอาซะเลย (แต่เรื่องจริงมันก็ดันมี) คือเรื่องที่นางเอกโดนด่าว่าไม่บอกเรื่องที่ทำศัลยกรรมมาทั้งหน้า ก่อนที่ตัวเองจะถูกเสนอชื่อให้เป็นดาวของภาคเคมี นึกภาพออกไหมว่ามันใช่เรื่องเหรอที่คนเราจะเปิดประตูห้องเรียนเข้ามาแล้วยืนป่าวประกาศหน้าห้องบอกเพื่อนทุกคนในห้องเรียนว่า เฮ้ย! ฉันทำศัลยกรรมมาทั้งหน้าเลยนะ หน้าฉันสวยเพราะหมอทำให้ คนทำศัลยกรรมต้องทำขนาดนี้เหรอ นี่งงนะ 555 แล้วเดี๋ยวก็ต้องมีพาร์ตที่นินทานางเอกว่าอยากเป็นดาว ก็เลยไม่บอกก่อนว่าตัวเองทำหน้ามา ทั้งที่ถ้าคิดให้เยอะกว่านี้อีกนิด ก็นางเองไม่ใช่เหรอที่ยอมบอกทุกคนว่าตัวเองทำหน้ามา เพราะถูกกดดันให้ได้เป็นดาวภาคอะ โอ๊ย! ปวดหัวกับละคร

ถ้าหลิวไม่พูดความจริงกับใครเลย จะทำให้พ่อกับแม่เป็นห่วง เข้าใจไหม? …และนั่นหมายความว่าหลิวกำลังแบกโลกอยู่คนเดียว ซึ่งมันไม่โอเคเลยลูก

จำได้ไหมที่บ่นไปเมื่อตอนต้น ๆ คอลัมน์ว่ารู้สึกว่าซีรีส์เรื่องนี้มันสะดุด ๆ ยังไงชอบกล มาถึงตรงนี้พอจะนึกออกแล้วว่าจะอธิบายความไม่สมูธของมันยังไงดี ก็คือมันมีความไม่สมเหตุสมผลอยู่เยอะไปหน่อย แล้วเหมือนบทก็ไม่ได้เขียนให้มันมีล็อกสวย ๆ ลง ประเด็นมันเลยประเดิดอยู่แบบนั้น บทพูดของตัวละครหลักก็แปลก ๆ คือมันดูประดิษฐ์จนไม่เข้าปากนักแสดง ไม่ได้บอกว่าแสดงไม่ดีนะ แต่คำพูดไม่เข้าปาก การเรียงคำหรือมีบางคำที่คนปกติคงไม่ใช้สนทนากันทั่วไป ทั้งที่ฝีมือระดับใบเฟิร์นเนี่ยหายห่วงอยู่แล้ว ส่วนน้องวินเรื่องที่ผ่าน ๆ มาเขาแสดงโอเค แต่ด้วยคาแรกเตอร์ที่ต้องนิ่งบวกกับมีคำพูดไม่เข้าปาก เลยทำให้เขาดูแข็ง ๆ ไปหน่อย แต่ก็คิดว่าความผิดก็ไม่ได้อยู่ที่นักแสดง

ภาพจาก FB: GMMTV

และถึงจะรู้สึกว่าบทสนทนาดูไม่เข้าปากนักแสดงยังไงก็เถอะ แต่จะบอกว่าชอบทุกคำพูดที่พ่อแม่นางเอกใช้พูดกับลูกตัวเองมาก มันแสดงให้เห็นเลยว่าครอบครัวนี้เขารักและเอาใจใส่ลูกจริง ๆ เป็นครอบครัวที่เป็น safe zone และพร้อมจะสนับสนุนในสิ่งที่ลูกเป็นทุกอย่าง มันมีความสบายใจที่ทำให้นางเอกกล้าเล่าว่าตัวเองทุกข์อกทุกข์ใจอะไร เจออะไรมาบ้าง แล้วก็ช่วยแก้ปัญหาให้ลูกในแบบที่ลูกต้องการ แต่บางเรื่องที่นางเอกไม่เล่าก็เพราะรู้ว่าพ่อแม่จะเป็นห่วงเธอมากจนเอาเวลามาทุ่มเทกับเธอมากเกินไป และเมื่อไรที่เธอทุกข์ใจมาก ๆ พ่อแม่ก็จะไม่มีความสุขตามไปด้วย ซึ่งเธอก็ดูจะแคร์ความสุขของพ่อแม่อยู่ไม่น้อย ถ้าเลี่ยงได้เธอก็จะไม่พูดความทุกข์ใจของตัวเอง จนพ่อแม่ต้องดุเธอเรื่องนี้

ลองสังเกตดูจากบทสนทนาของครอบครัวนี้นะ พ่อแม่รู้ว่านางเอกเคยเจอเรื่องอะไรมาบ้างตอนที่ยังไม่ทำหน้า รู้ว่าลูกชอบทำน้ำหอม รู้ว่าลูกยังไม่มั่นใจในตัวเองเท่าไรนักแม้ว่าจะมีหน้าตาที่ทำออกมาสวยจนคนจับไม่ได้ว่าทำ พอลูกอายุถึงเกณฑ์ที่ทำศัลยกรรมได้ พ่อแม่ลงทุนพาลูกไปทำศัลยกรรมด้วยตัวเองเลย โพสต์ลงเฟซบุ๊กด้วยความภูมิใจด้วยว่าต่อไปลูกฉันจะสวยแล้ว มันไม่ใช่แค่การรู้ปัญหาว่าลูกไม่ชอบหน้าเก่าตัวเอง ไม่ใช่แค่รู้ว่าหน้าเก่าของลูกมันสร้างปัญหาในการใช้ชีวิตจนลูกแทบจะอยู่ในสังคมไม่ได้ แต่มันคือการฟังเหตุผลของลูกว่าทำไมลูกถึงอยากทำ ทำแล้วได้อะไรที่มากกว่าแค่ความสวยและความมั่นใจใช่ไหม แล้วถ้าลูกไปแอบทำเองมันเสี่ยงกว่า ก็เลยพาไปเองเลย

ภาพจาก FB: GMMTV

เพราะนางเอกมีปมเรื่องที่เข้าใจผิดว่าโดนพระเอกเหยียดแรงบันดาลใจของเธอในตอนเด็ก ว่าคนหน้าตาขี้เหร่แบบเธอไม่สมควรชอบน้ำหอม ไม่ควรค่ากับการอยู่กับสิ่งสวย ๆ งาม ๆ แต่การเป็นนักปรุงน้ำหอมคือความฝันของนางเอก เพื่อให้ลูกมั่นใจที่จะอยู่กับสิ่งที่ลูกรักได้อย่างสบายใจ ทำสิ่งที่ตัวเองรักอย่างเต็มที่ ไม่ต้องถูกด้อยค้าหรือลดทอนความมั่นใจใด ๆ อีก พ่อแม่เลยยอม และสนับสนุนในสิ่งที่ลูกกำลังทำ มาหาลูกพ่อก็ยกเครื่องสกัดกลิ่นเพื่อคลายเครียดมาให้ ส่วนแม่ก็เตรียมดอกไม้มาให้ ถึงขั้นหาข้อมูลมาว่าที่ใต้หอลูก ดอกไม้ใบไม้ไหนที่เด็ดได้ไม่ได้ด้วย ที่สำคัญยังห่วงลูกด้วยว่าเช็กดีหรือยังว่าไม่มีเพื่อนเก่ามาเรียนอยู่ที่เดียวกัน เพราะไม่อยากให้ลูกเจอเรื่องเลวร้ายซ้ำ ๆ แบบที่เคยเจอ

เพราะไม่เคยอ่านเวอร์ชันเว็บตูน และไม่เคยดูซีรีส์เวอร์ชันเกาหลีมาก่อน เลยบอกไม่ได้ว่าซีรีส์เรื่องนี้จะสะท้อนประเด็นของปัญหา beauty standard ที่มีคนจำนวนมากต้องทรทุกข์ทรมานกับมันในระดับที่ลึกแค่ไหน มั่นใจว่าไม่ดาร์กขนาด Mask Girl แน่ ๆ แต่ความดราม่าก็น่าจะประมาณ True Beauty ได้อยู่ แล้วต่อไปมันก็จะมีมุมฟิน ๆ ที่เป็นเรื่องความรักระหว่างสาวหน้าศัลย์กับหนุ่มเบ้าหน้าพระเจ้าสร้างอีกด้วย เห็นคนที่เขาดูเกาหลีมาแล้วสปอยล์ว่าฟินมาก

ภาพจาก FB: GMMTV

และส่วนตัว ยังแอบหวังนะว่าซีรีส์ลักษณะนี้น่าจะช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงบางอย่างให้กับสังคมได้บ้างไม่มากก็น้อย เพราะบทสรุปสุดท้ายมันก็ต้องชี้ไปในทางที่ว่ารูปลักษณ์ภายนอกสำคัญก็จริงในแง่ของเครื่องประดับ แต่สิ่งสำคัญกว่าความสวยภายนอกแต่คือจิตใจข้างในต่างหาก การที่นางเอกไปโมหน้าใหม่หมดเพื่อความมั่นใจ แต่ลึก ๆ ยังกลัวอดีตเหมือนเดิม สะท้อนให้เห็นว่าการมาตรฐานความงามไปทำร้ายคนอื่นมันเป็นแผลลึกฝังใจขนาดไหน อีกอย่างการที่คนเราหน้าตาดีเพื่อให้มีเพื่อนคบ ก็ใช่ว่าจะมีเพื่อนที่ดีเสมอไป ขนาดพระเอกที่หน้าตาเพอร์เฟกขนาดนั้น ยังมีปัญหาเรื่องเพื่อนเลย คนเราถ้ามันไม่ได้คบกันด้วยความเข้าใจในตอนแรก มันหาความจริงใจยากบอกเลย🧪