Home Inspiration My Dear มีเดีย ยังมีคนอีกมากที่อยากดูข่าวที่เป็นข่าวจริง ๆ

ยังมีคนอีกมากที่อยากดูข่าวที่เป็นข่าวจริง ๆ

ชื่อคอลัมน์วันนี้เป็นข้อความที่ทางเราได้โพสต์เอาไว้ในแอ็กเคานต์เอ็กซ์ (หรือทวิตเตอร์) ของตนเอง (@swamty) เมื่อสัปดาห์ก่อน

ความรู้สึกตอนที่โพสต์ข้อความดังกล่าว เป็นความรู้สึกหลังจากกดรีโมตโทรทัศน์ ไล่ขึ้นลงเพื่อดูข่าวช่วงไพร์มไทม์ที่ ข่าวเหมือนกันทุกช่อง ประเด็นใกล้เคียงกันทุกช่อง และเน้นขยี้ข่าวชาวบ้านเพื่อเรียกดราม่าจนเกินความจำเป็น

ส่วนตัวแล้วเชื่อว่าคนที่อยากดูข่าวที่เป็นข่าวจริง ๆ ยังมีอีกมาก แต่ถ้าต้องมานั่งดูข่าวที่เน้นกันแต่ดราม่า คนกลุ่มนี้ที่เคยติดตามข่าวบนแพลตฟอร์มโทรทัศน์ ก็จะหันไปตามข่าวทางโซเชียลมีเดียแทน

ที่กล้ายืนยันว่ายังมีคนที่ต้องการดูข่าวที่เป็นข่าวจริง ๆ ส่วนหนึ่งมาจากประสบการณ์ส่วนตัวของตนเอง ที่เคยทำหน้าที่โปรดิวเซอร์และบรรณาธิการข่าวให้กับสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งเป็นเวลาสองปีเศษ ซึ่งช่วงเวลานั้น บริษัท ต้นคิด มีเดีย จำกัด ได้รับการว่าจ้างให้ผลิตรายการข่าวให้กับทีวีดิจิทัล ซึ่งก่อนหน้านี้ เรามีประสบการณ์กันมาหลายปีกับการผลิตรายการข่าวกีฬา และข่าวหลักให้กับช่องทางเคเบิลทีวี

โจทย์ที่ได้ในเวลานั้นคือรายการข่าวช่วงดึก ซึ่งประเด็นที่จะตอบโจทย์ช่วงเวลาดังกล่าว คือการสรุปข่าวในรอบวัน และประเด็นข่าวต่างประเทศ รวมไปถึงผลกีฬาในฟากยุโรปบางรายการ การนำคลิปมาเล่าข่าวแทบจะไม่ค่อยมี นอกเสียจากคลิปดังกล่าวเป็นไวรัลที่มีประเด็นน่าสนใจจริง ๆ

ในช่วงเวลาที่ผู้เขียนผลิตรายการข่าวให้กับสถานีดังกล่าว มีหนึ่งผลงานที่เป็นความภูมิใจส่วนตัว คือการผลิตเนื้อหาในช่วงเวลาเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ยุคที่ฮิลลารี คลินตัน เป็นตัวแทนของเดโมแครต และโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นตัวแทนของริพับลิกัน

เรื่องดังกล่าวเป็นกระแสโลกและกระแสในเมืองไทย การวางแผนนำเสนอข่าวต้องเริ่มตั้งแต่การหาข้อมูลในระบบเลือกตั้งสหรัฐฯ สร้างความเข้าใจกับผู้ประกาศข่าวว่าระบบการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกาเป็นเช่นไร และสิ่งที่พวกเขาเข้าใจแต่เดิมนั้นคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงหรือไม่ เพราะผู้ประกาศ คือบุคคลที่จะต้องนำเอาข้อมูลไปเผยแพร่สู่สาธารณชน

ไม่เพียงแค่การหาข้อมูล สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องกับผู้ประกาศ แต่อินโฟกราฟิกในรายการที่จะช่วยให้คนดูเข้าใจได้ง่ายขึ้นก็สำคัญ และทุกอย่างเป็นการทำงานแข่งกับเวลา แต่เมื่อถึงเวลาออกอากาศ ทุกอย่างก็ออกมาคุ้มค่า เพราะไม่เพียงรายการจะมีเนื้อหาที่น่าสนใจ แต่เรตติ้งในวันรุ่งขึ้นก็บอกได้อย่างชัดเจนว่า ความตั้งใจของเรานั้นมีเสียงตอบรับ

จากประสบการณ์ดังกล่าว ทำให้ได้รู้ว่ายังมีคนอีกมากที่ฟังข่าวจากผู้ประกาศข่าวที่อ่านข่าวจริง ๆ ไม่ใช่เล่าข่าว และในจำนวนนั้น ติดตามข่าวที่มีผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจและสังคมเพื่อนำไปปรับตัวในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่ต้องการเสพดราม่าเพื่อนำไปนั่งคุยในวงข้าวกลางวัน

คนดูกลุ่มดังกล่าว กลายเป็น Target Group ที่ถูกลืมไปจากสารบบของการนำเสนอข่าวในปัจจุบัน และคนดูข่าวในยุคใหม่กำลังถูกชี้นำ ว่าข่าวที่เน้นดราม่าและการเล่าข่าวที่ผู้ประกาศไม่เพียงแค่แสดงความคิดเห็น แต่มีอารมณ์ร่วมไปด้วยนั้น คือรายการข่าวอย่างที่ควรจะเป็

อย่างสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างข่าว “กนง. คงอัตราดอกเบี้ย” ซึ่งส่งผลกระทบอย่างไรบ้างกับเศรษฐกิจและปากท้องชาวบ้าน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาลงแบบนี้ แต่กลับกลายเป็นว่าข่าว “นางสาวพร” ครองพื้นที่มากกว่า

ในช่วงที่ผู้เขียนผลิตรายการข่าวนั้น มีอยู่หนึ่งประโยคที่พูดกับทางสถานีอยู่เสมอว่า “รายการข่าวเรตติ้งอาจไม่สูงมาก แต่ต้องมี เพราะข่าวสะท้อนคาแรกเตอร์ช่องและส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของช่อง”

ขณะที่การทำงานในฐานะนักข่าว ผู้ประกาศ กองบรรณาธิการข่าว เปรียบเสมือนคนจุดโคมที่ใช้แสงสว่างนำทางให้ผู้คนในช่วงเวลาค่ำคืน แต่ถ้าคนจุดโคมดันนำเอาความสว่างนั้นชี้นำไปยังเส้นทางที่ไม่ควรจะเป็น ชาวบ้านที่เดินตามคงได้หลงทางกันบ้าง หรือคุณผู้อ่านว่าไม่จริง

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ