Home PR NEWS “แอปฯ ดูแลสุขภาวะสูงวัย” ผ่านท่าออกกำลังกาย

“แอปฯ ดูแลสุขภาวะสูงวัย” ผ่านท่าออกกำลังกาย


เทคโนโลยี “แอปฯ ประเมินสมรรถภาพ – ผู้ช่วยเรียนรู้การออกกำลังกายในผู้สูงวัย” ผลงานนวัตกรรมโดย มหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้การบูรณาการร่วมกันระหว่าง วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา และคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เชื่อมั่นได้ว่าการดูแลสุขภาวะผู้สูงวัยเพื่อการมีชีวิตที่ยืนยาวสามารถทำได้เพียงแค่ปลายนิ้ว

รองศาสตราจารย์ ดร.วีรวัฒน์ ลิ้มรุ่งเรืองรัตน์ รองคณบดีฝ่ายวิจัย วิชาการ และวิเทศสัมพันธ์ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล คือผู้อยู่เบื้องหลังสำคัญของการริเริ่ม และผลักดัน “แอปฯ ประเมินสมรรถภาพ – ผู้ช่วยเรียนรู้การออกกำลังกายในผู้สูงวัย” ให้ผู้สูงวัยไทยใช้งานได้จริงในเร็ว ๆ นี้

จากการลงพื้นที่ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ใน 4 จังหวัด แล้วพบว่าขาดแคลนเครื่องมือประเมินสมรรถภาพการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงวัย จึงได้ตั้งเป็นโจทย์วิจัย และเก็บข้อมูลสู่การสร้างสรรค์และพัฒนาขึ้นเป็นแอปพลิเคชันที่สามารถใช้ได้โดยสะดวกด้วยตัวเองผ่านสมาร์ตโฟนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ด้วยท่าออกกำลังกายเพื่อประเมินสมรรถภาพพื้นฐาน ยืน-เดิน-ลุก-นั่ง สำหรับผู้สูงวัย ที่ผ่านการทดสอบในเบื้องต้นแล้วว่าสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง

ในเฟสแรกได้ออกแบบท่าออกกำลังกายเพื่อประเมินสมรรถภาพพื้นฐานสำหรับผู้สูงวัย ทั้งหมด 5 ท่า ได้แก่ ลุก-นั่ง 5 ครั้ง (5-times Sit-to-Stand test) ลุกจากที่นั่งเดินไปข้างหน้า 3 เมตร แล้วกลับมานั่งที่เดิม (Time up-and-go test)

การประเมินความแข็งแรงทนทานของกล้ามเนื้อรยางค์ส่วนบนทำได้ด้วยการถือน้ำหนักและงอแขนขึ้นลง 30 วินาที (Arm curl test) หรือยกขาขึ้นลงอยู่กับที่ 2 นาที (2-min step in place test) และสุดท้ายคือการเดินนาน 6 นาที (6-min walk test) เพื่อดูระยะทางที่เดินได้ สำหรับประเมินสมรรถภาพความสามารถในการทำกิจกรรม

รองศาสตราจารย์ ดร.วรพันธ์ คู่สกุลนิรันดร์ ได้เปิดเผยถึงเทคนิคที่ใช้ในการสร้างสรรค์และพัฒนา “แอปฯ ประเมินสมรรถภาพ – ผู้ช่วยเรียนรู้การออกกำลังกายในผู้สูงวัย” ร่วมกับ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล ว่าเป็นการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ใช้เทคโนโลยี computer vision ซึ่งสามารถระบุและตรวจสอบตำแหน่งการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ และข้อต่อในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ผ่านข้อมูลที่บันทึกเป็นภาพนิ่ง หรือวีดิทัศน์

ซึ่งเทคนิคดังกล่าวสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อดูแลป้องกันการหกล้มในผู้สูงวัย ตลอดจนฝึกออกกำลังกายในแบบอื่น ๆ อาทิ การฝึกโยคะ หรือแม้แต่ในด้านการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินทั่วไป โดยสามารถตรวจสอบพฤติกรรมของผู้ต้องสงสัยจากระยะไกลโดยไม่รู้ตัวได้ต่อไปอีกด้วย และนับเป็นโอกาสที่ดีที่ได้มีส่วนช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถต่อยอดสร้างสรรค์แอปพลิเคชันเพื่อการใช้ประโยชน์ในการดูแลสุขภาวะผู้รับบริการได้เอง โดยมองว่าจะยิ่งทำให้เกิดประโยชน์ในวงกว้าง และยั่งยืนได้ต่อไปอีก หากสามารถขยายผลสู่การการฝึกทักษะเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต (lifelong learning)

ข้อมูลจาก วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา และคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยมหิดล

ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ได้ที่ [email protected]