Home Trending Story Trend ในประเทศ รู้จัก มงเตสกิเยอ กับทฤษฎีการใช้อำนาจ

รู้จัก มงเตสกิเยอ กับทฤษฎีการใช้อำนาจ

ภาพจาก Pinterest

นักปรัชญาด้านการเมืองการปกครองในยุคเรืองปัญญา

ชาร์ลส์-หลุยส์ เดอ เซอกงดาต์บารง เดอ ลา แบรด เอ เดอ มงเตสกิเยอ คือชื่อเต็มของปรัชญาเมธีชาวฝรั่งเศสที่มีอิทธิพลสำคัญต่อแนวคิดการปกครองจากยุค “Age of Enlightenment” หรือ ยุคเรืองปัญญา ซึ่งมีนักปรัชญาที่มีชื่อเสียงร่วมสมัย ฌ็อง-ฌัก รูโซ หรือ จอห์น ล็อค ขณะที่ผลงานของ มงเตสกิเยอ นั้นเป็นที่รู้จักกันในเรื่องของทฤษฎีการแบ่งแยกอำนาจ (Seperation of Powers) ซึ่งถูกนำมาใช้ในรัฐธรรมนูญเกือบทั่วโลก นอกจากนี้ มงเตสกิเยอ ยังเป็นผู้บัญญัติคำว่า “ระบบอำนาจเด็ดขาด” (Depotism) ไว้ในวิชารัฐศาสตร์อีกด้วย

ทฤษฎีการแบ่งแยกอำนาจของ  (Seperation of Powers)

ทฤษฏีการแบ่งแยกอำนาจของ มงเตสกิเยอ นั้นคือการแยกอำนาจปกครองสูง สุดหรืออำนาจอธิปไตยออกเป็น 3 ฝ่าย อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหารและอำนาจตุลาการ ซึ่งเป็นรากฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยทฤษฎีการแบ่งแยกอำนาจ นั้นเกิดขึ้นจากแนวคิดที่ไม่ต้องการให้อำนาจอยู่ในมือบุคคลเพียงคนเดียว เพราะบุคคลใดก็ตามซึ่งมีอำนาจอยู่ในมือ มักจะใช้อำนาจเกินเลยอยู่เสมอ อันทำให้ มงเตสกิเยอ ได้บัญญัติคำว่า “ระบบอำนาจเด็ดขาด” หรือ Depotism ขึ้นมา

ทั้งนี้มองเตสกิเออร์เห็นว่าขุนนางควรมีอำนาจออกและยับยั้งกฎหมายร่วมกับสภาจากประชาชน รวมถึงการกำหนดงบประมาณแต่ไม่ควรเข้ามาทำงานด้านอำนาจบริหาร ส่วนกษัตริย์ไม่มีอำนาจออกกฎหมายมีแต่อำนาจยับยั้ง แต่สภาก็ยังตรวจสอบได้ว่าการใช้อำนาจบริหารเป็นอย่างไรกล่าวหาและเอาผิดที่ปรึกษาของกษัตริย์และเสนาบดีในฐานะฝ่ายบริหารแทนกษัตริย์ได้

“The Spirits of the Laws” อำนาจเท่านั้นที่จะหยุดยั้งอำนาจได้

ในหนังสือ เจตนารมณ์ของกฎหมาย โดย มงเตสกิเยอ นั้นระบุเอาไว้ว่า อำนาจอธิปไตยที่รัฐได้รับจากประชาชนเพื่อทำการปกครองประเทศนั้นมีอยู่ด้วยกัน  3  อำนาจคือ(1. อำนาจนิติบัญญัติ  เป็นอำนาจในการออกกฎหมายมาใช้บังคับแบประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย  ซึ่งในที่นี่หมายถึงรัฐสภา  (2. อำนาจบริหาร  เป็นอำนาจในการจัดให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย  ซึ่งได้แก่  ผู้บริหารหรือคณะรัฐบาล (3. อำนาจตุลาการ  เป็นอำนาจในการตัดสินใจและการพิพากษาอรรถคดี  ซึ่งองค์กรสำคัญที่ใช้อำนาจตุลาการ  ได้แก่  ศาล

โดยแนวคิดของมงเตสกิเยอ นั้นมองว่า อำนาจทั้ง  3  อำนาจนี้ควรจะต้องแบ่งแยกออกจากกันเป็นอิสระโดยมีความคิดเห็นว่า “อำนาจเท่านั้นที่จะหยุดยั้งอำนาจได้”  เพราะถึงแม้ว่าผู้ใช้อำนาจอธิปไตยของรัฐจะได้มาจากประชาชนโดยการเลือกตั้งก็ตาม  แต่ก็ไม่มีอะไรเป็นหลักประกันว่าคณะผู้ทำการปกครองประเทศจะไม่หลงในอำนาจ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่มีการแยกอำนาจดังกล่าวออกจากกัน  ก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้แก่ผู้ปกครองประเทศ  ซึ่งเป็นคณะบุคคลฝ่ายเดียวใช้อำนาจต่างๆ  โดยไม่มีขอบเขต