Home Inspiration รถเราไม่เก่าเลย หนึ่งสัปดาห์กับรถไฟฟ้าล้วน MG ZS EV

หนึ่งสัปดาห์กับรถไฟฟ้าล้วน MG ZS EV

ที่ผ่านมาผมเคยมีโอกาสได้ “เทสต์ไดรฟ์” รถพลังงานไฟฟ้าล้วน (EV) มาบ้าง อาทิ Tesla Model 3, BYD ATTO 3 มาจนถึง MG4 แต่ทั้งหมดเป็นเพียงการทดสอบในช่วงสั้น ๆ สิ่งที่รับรู้ได้ตรงกันคือ “เออเนอะ EV มันแรงจริง กดคันเร่งปุ๊บมาปั๊บ!” แต่ไม่เคยมีโอกาสได้ใช้มันยาว ๆ ต่อเนื่องหลายวัน จวบจนล่าสุดที่มีโอกาสได้ทดลองขับ MG ZS EV แบบเต็ม ๆ 1 สัปดาห์

ก่อนหน้านี้ทีมงาน MG SALES (THAILAND) เคยส่ง MG HS 1.5 เทอร์โบมาให้ลองขับ ซึ่งน้องในทีม MG บอกว่า “ทำไมพี่ไม่ลองขับรถไฟฟ้าดูบ้าง” ก่อนหน้านี้ผมยอมรับว่ายังไม่มั่นใจกับระบบการชาร์จ รวมถึงฟีดแบ็กจากคนรอบข้างที่บอกว่าสถานีชาร์จแต่ละเจ้าที่ต้องดำเนินการผ่านแอปฯ ยังไม่ค่อยเสถียร และการชาร์จด้วยสายชาร์จฉุกเฉินที่เสียบกับไฟบ้างก็ช้ามาก

แต่พอรอบนี้เมื่อคิวรถไฟฟ้าว่างพอดี เป็น MG ZS EV รุ่นมีซันรูฟ ก็เลยสบโอกาส “เอาวะ ลองดู” และถือเป็นการลองแบบไม่ค่อยรู้อะไรเสียด้วยครับในเรื่องของสถานีชาร์จ ทันทีที่ได้รับรถ ดูก่อนเลยครับว่าแบตเตอรี่มีกี่เปอร์เซ็นต์ และจะสามารถวิ่งได้กี่กิโลเมตร เพราะปีก่อนเคยมีโอกาสได้ทดสอบ MG VS HEV ซึ่งแม้จะเป็นแค่รถที่มีเครื่องยนต์ แต่เมื่อรวมกับระบบไฟฟ้า จำนวนระยะทางที่วิ่งต่อได้ มันลดฮวบชัดเจนเมื่อเรากดคันเร่งแบบเต็ม ๆ

มารอบนี่เป็นไฟฟ้าล้วนเสียด้วย ผมเลยตั้งใจว่าหากตัวเลขคำนวณออกมาว่าวิ่งได้อีก 200 กิโลเมตร จะต้องเผื่อไว้เลยว่ามันจะวิ่งได้อีกประมาณ 100 กิโลเมตรกว่า ๆ คือเผื่อไว้เลยครับเพื่อความชัวร์ ส่วนเรื่องของการขับขี่ บอกเลยว่าด้วยความที่เป็นไฟฟ้า ธรรมชาติของมันคือความคล่องตัว กระฉับกระเฉง มีอัตราเร่งที่ดีอยู่แล้ว คงไม่ต้องสาธยายกันมาก

ประโยชน์ของอัตราเร่งปรู๊ดปร๊าด สำหรับผมมันไม่ได้เอามาใช้เพื่อซิ่งหรืออัดกับใครบนท้องถนน แต่มันเป็นความปรู๊ดปร๊าดที่สามารถใช้งานได้จริง อาทิ จังหวะที่ผมเลี้ยวซ้ายออกจากซอยเพื่อชิดขวากลับรถ ความคล่องตัวตรงนี้มันช่วยได้จริง ๆ จังหวะกดคันเร่งมันมาตามสั่งไม่ต้องรอรอบเหมือนรถเครื่องยนต์ รวมถึงจังหวะที่ต้องเร่งแซงทางไกล มันทำให้เรามั่นใจและอุ่นใจมากขึ้น

ฉะนั้น หากใช้งานตามปกติ ขุมพลังไฟฟ้าที่เทียบเท่าเครื่องยนต์ 177 แรงม้าก็เพียงพอแล้วครับ ส่วนช่วงล่าง หากไม่ไปโยกซ้ายมุดขวา มันก็ไม่ได้แย่ จะมีเวียนหัวนิดหน่อยหากคุณกดคันเร่งแรงเกินไปเพราะรถมันจะพุ่งมาก รวมถึงหากเลือกระบบชาร์จไฟกลับ (KERS) ไว้ที่ระดับ 2 หรือ 3 ถ้ายังไม่ชิน จังหวะถอนคันเร่ง ยังไงก็ต้องมีหัวคะมำกันทั้งรถแน่นอน แต่นั่นเป็นสิ่งที่เราสามารถปรับตัวให้เข้ากับรถได้

ที่ชอบอีกอย่างคือการมีปุ่มเปิด-ปิด คล้าย ๆ กับปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ในรถเครื่องสันดาป ผมว่ามันปลอดภัยกว่า MG4 ที่อยู่ ๆ ขึ้นรถมา เหยียบเบรก เข้าเกียร์ D ขับออกไปได้เลย ในความรู้สึกผมนะครับ ว่าเวลาขึ้นรถ-ลงรถ มันต้องสตาร์ตและดับเครื่องก่อน ประมาณนั้น แม้ EV จะไม่มีเครื่องยนต์ให้สตาร์ตก็ตาม

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ลองขับเส้นทางจากย่านรามอินทราไปอัมพวา จ.สมุทรสงคราม ซึ่งจริง ๆ แล้ว แบตเตอรี่โชว์ว่ามีอยู่ 90 เปอร์เซ็นต์ และสามารถวิ่งได้อีกกว่า 300 กิโลเมตร ขับไป-กลับ ได้สบาย ๆ แต่ด้วยความกังวลบวกกับความอยากลอง เมื่อไปถึงอัมพวาจึงลองเสิร์ชหาสถานีชาร์จ ซึ่งที่เยอะที่สุดก็คือ EV Station Pluz ของ PTT

ผมใช้เวลาในช่วงสั้น ๆ ราว 20 กว่านาทีจอดชาร์จ โดยใช้หัวจ่ายแบบ DC CCS COMBO ที่ราคาในแอปฯ อยู่ที่ 5.50 บาท/kWh ซึ่งได้ไฟชาร์จเข้ารถอยู่ที่ 15.6 kWh คิดเป็นราคา 61.50 บาท ทำให้วิ่งได้อีกราว 100 กิโลเมตร และเมื่อรวม VAT 7% เท่ากับทริปนี้นับเฉพาะขาไป เสียค่าไฟอยู่ที่ 65.80 บาท โอ้โห! มันดีตรงนี้ครับ

เรื่องของสถานีชาร์จ จริง ๆ แล้วผมลงแอปฯ ในโทรศัพท์มือถือไว้เพียบครับ และมีโอกาสได้ทดลองชาร์จของเจ้าอื่น ๆ ด้วย เอาไว้สัปดาห์หน้าจะมาเล่าให้ฟังต่อกับประสบการณ์ “ยืนงงในดงสถานีชาร์จ” ว่าเป็นอย่างไร รวมถึงการชาร์จไฟตามสถานีชาร์จนอกบ้านมันยุ่งยากจริงหรือ เอาไว้วีคหน้ามาเล่าให้ฟัง

ส่วนวีคนี้ หากใครสนใจรถไฟฟ้าล้วน MG ZS EV ล่าสุดเขาเพิ่งปรับราคาลงมา รุ่นเริ่มต้นสตาร์ต 859,000 บาท ส่วนรุ่น X ที่มีซันรูฟลดจาก 1,023,000 บาท ลงมาอยู่ที่ 929,000 บาท ใครสนใจก็ลองติดต่อไปที่ MG SALES (THAILAND) กันได้ครับ แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า สวัสดีครับ