Home Inspiration ชีวิตติดลูกหนัง “หงส์แดง” ยุคแบ่งกันยิง

“หงส์แดง” ยุคแบ่งกันยิง

สัปดาห์นี้ อยากจะพูดถึงผลงานของสุดยอดทีมขวัญใจมหาชนอย่าง ลิเวอร์พูล ซึ่งออกสตาร์ตฤดูกาลนี้ 8 นัดแรกถือว่าไม่ขี้เหร่นะครับ อยู่อันดับ 4 ในตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก แบบตามหลังจ่าฝูง ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เพียงแค่ 3 คะแนนเท่านั้น

ถือว่าเซอร์ไพรส์อยู่พอสมควร เพราะก่อนเปิดฤดูกาลทีมเสียผู้เล่นตัวหลักอย่าง ฟาบินโญ่ กับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ไปในเวลาไล่เลี่ยกัน เลยเกิดความฉุกละหุกในการตามหาผู้เล่นหมายเลข 6 จนทำให้ เหล่า “เดอะ ค็อป” ไม่กล้าคาดหวังอะไรมากนัก

ทว่าพอเสียงระฆังเริ่มการต่อสู้ดังขึ้นมาจริง ๆ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือจากเมืองเบียร์ ใช้เกมรุกอันรวดเร็วและเด็ดขาดมาเป็นอาวุธหลักทะลวงไส้คู่ต่อสู้ไปได้ถึง 18 ประตู จาก 8 นัดไล่เก็บคะแนนจากคู่ต่อสู้จะเรียกว่าใช้จุดแข็งกลบจุดอ่อนของตัวเองก็คงไม่ผิดนัก

อีกมิติที่น่าสนใจคือปีนี้ “หงส์แดง” ไม่ได้ฝากความหวังในการทำประตูไว้ที่ “คิง ออฟ อียิปต์” หรือ โม ซาลาห์ เพียงคนเดียวอีกต่อไปแล้ว สถิติที่เกิดขึ้นคือ “บังโม” กระซวกไปได้ 5 จาก 18 เม็ดในลีก คิดเป็นสัดส่วนก็ราว ๆ 27 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

จำนวนที่เหลือนั้นกระจายกันเป็นผลงานของ ดาร์วิน นูนเญซ 3, โคดี้ กัคโป 2, ดิโอโก้ โชต้า 2, หลุยส์ ดิอ๊าซ 2, โดมินิค โซโบสไล 2, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน 1 และกองหลังคู่ต่อสู้อย่าง แม็ตตี้ แคช พลาดทำเข้าประตูตัวเองไป 1 ดอก

ตัวเลขออกมาแบบนี้ต้องถือว่าน่าพอใจแทนผู้จัดการทีมครับ เพราะบรรดากองหน้าทั้ง 5 คนในทีมนั้นเฉลี่ยกันทำประตูได้ถ้วนหน้าดีเหลือเกิน เหลือ เบน โด๊ค ไอ้แอ๊ดจอมเลื้อยรายเดียวเท่านั้นที่ยังล่าตาข่ายใครไม่เป็น

ถือว่านี่คือความสมดุลและการลดสภาวะพึ่งพา โม ซาลาห์ ลงไปเรื่อย ๆ เพราะอย่าลืมว่า ดาวเตะอียิปต์ไม่ได้อยู่ค้ำฟ้า เมื่อช่วงเปิดซีซั่นสโมสรก็หวิดจะเสียเขาไปให้กับสโมสรจากซาอุดีอาระเบียอยู่แล้ว 

ผลงานแบบนี้ต้องชมพัฒนาการของ ดาร์วิน นูนเญซ ที่นอกจากจะเยือกเย็นขึ้นแล้ว การมีส่วนร่วมกับเกม พักบอลในแดนหน้าได้เยี่ยม แถม “ไอ้หนุน” ยังรู้จักกาลเทศะมากยิ่งขึ้น จังหวะไหนควรจ่าย จังหวะไหนควรส่งให้เพื่อนทำประตูแทน ไม่ดันทุรังเหมือนฤดูกาลที่แล้ว

ด้าน โคดี้ กัคโป แม้เมื่อต้นฤดูกาลจะถูกจับมาเล่นกลาง และล่าสุดไม่ได้เล่นเป็นตัวจริง ยังสามารถผลิตสกอร์ได้ทุกเมื่อ ส่วน ดิอ๊าซ กับ โชต้า ก็ยิงได้ไม่ยิ่งหย่อนกัน

ส่วน โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ นั้น ปีนี้เปลี่ยนสไตล์การเล่นไปมากพอสมควร ในการรับบทเป็นตัวหลอกล่อ ตัวดึงจังหวะเปิดป้อนให้เพื่อนทำสกอร์ เหมือนกับเป็นการทำให้ทุกคนได้ระลึกว่า ตูข้าเคยเล่นในตำแหน่งปีกมาก่อนนะเฟร้ย นี่ขนาดเล่นแบบดึง ๆ หลอก ๆ ติ๊ดชึ่ง ๆ ยังยิงไป 5 แล้ว ตามหลัง เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ดาวยิงสูงสุดที่ซัดไป 8 อยู่ไม่มาก

สัญญาณการล่าตัว ซาลาห์ จากซาอุฯ มองอีกมุมก็เป็นเรื่องดี ที่บังคับให้ คล็อปป์ ต้องลองสร้างภาพในจินตนาการยามที่ทีมไม่มีดาวยิงจากอียิปต์ผู้นี้ดูบ้าง จึงทำให้ต้องลองเล่นเกมรุกในลักษณะหลากหลายยิ่งขึ้น มีทั้งการต่อบอลทำชิ่ง และการเข้าทำจากแนวลึกจากแดนมิดฟิลด์

เรียกได้ว่า ลิเวอร์พูล พยายามลดการพึ่งพา ซาลาห์ ลงอย่างมีนัยสำคัญ เปิดโอกาสให้นักบอลอย่าง นูนเญซ กับ ดิอ๊าซ ก้าวขึ้นมามีบทบาทมากขึ้นในการจบสกอร์ รวมทั้งตัวสอดแทรกอย่าง กัคโป และ โชต้า

“หงส์แดง” กำลังจะเข้าสู่ยุคใหม่อย่างแท้จริง วันที่กำลังจะไม่มี 3 กองหน้าซึ่งเคยประสบความสำเร็จร่วมกันอย่าง มาเน่-ฟีร์มีโน่ และซาลาห์

เตรียมตัวได้ก็เตรียมครับ เพราะพวกตะวันออกกลางจะกลับมาอีกเมื่อไหร่ไม่มีใครรู้!