เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของปีแบบนี้ เราควรหาซีรีส์หรือละครที่มันไม่เครียดดูใช่ปะ? เพื่อเตรียมปลดปล่อยตัวและหัวใจให้เตรียมสังสรรค์ในช่วงเทศกาลแห่งความสุขต่าง ๆ ช่วงท้ายปี และในสัปดาห์นี้ก็มีซีรีส์เรื่องใหม่ที่เข้าข่ายเป็นซีรีส์ดูสบาย ๆ มาฝาก เท่าที่ลองเปิดดู 2 ตอน ชัดเจนว่ามันเป็นซีรีส์แนวคอมเมดี้อาชญากรรมผสมแฟนตาซี งานบันเทิงซูเปอร์ฮีโร่ที่สนุกเพลิน ๆ ดูแล้วเบาสมอง (ไม่ใช่ถอดสมองดูนะ!) มีกลิ่นอายของการ์ตูนที่ใส่ความเวอร์เกินจริงในโลกความเป็นจริงแบบสุด ๆ แต่ยอมรับได้ในโลกของการ์ตูนและละครแฟนตาซี
เพราะฉะนั้น ก็คิดซะว่าดูการ์ตูนภาคคนแสดงก็ได้แหละ อย่าไปคิดเยอะและไม่ต้องคอยจับผิดอะไร ดูเอาสนุก คอยเก็บความน่ารักใส ๆ ดีกว่า และข่าวดีก็คือน่าจะไม่มีช่วงดราม่าหนักหน่วงให้ปวดตับเท่าไร นักแสดงเน้นขายขำและปล่อยฮาไม่ว่าจะรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ แต่พาร์ทงานอาชญากรรมน่าจะพอมีลุ้นเสียว ๆ บ้าง เพราะจะเกี่ยวข้องกับแก๊งค้ายาเสพติดและยาเสพติดรูปแบบใหม่ที่สามารถเป็นอะไรก็ได้ในชีวิตประจำวัน พระเอกเป็นตำรวจปราบปรามยาเสพติด วายร้ายเป็นหัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติดสุดอัจฉริยะ ส่วนนางเอกของเรานั้น เป็นยอดมนุษย์! แม่และยายของเธอก็เช่นกัน
Strong Girl Nam-soon เป็นเรื่องราวของสาวน้อยผู้มีพลังวิเศษอันเกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม X ทำให้หญิงสาวตระกูลนี้มีความแข็งแกร่ง ดุดัน ไม่เกรงใจใคร สืบทอดกันมายาวนานกว่า 500 ปี ผู้หญิงในครอบครัวจะได้รับพลังวิเศษนี้มาหมดทุกคน โดยเฉพาะเธอคนนี้ “คังนัมซุน” เธอเป็นลูกสาวเศรษฐีนีแห่งคังนัมที่พิเศษใส่ไข่ยิ่งกว่าแม่และยายของตัวเอง เพราะดูเหมือนว่าพลังกำลังของเธอมันจะเวอร์วังเหนือกว่าหญิงสาวคนอื่น ๆ ในตระกูลไปมาก และด้วยความที่เกาหลีเนอะ เล่นใหญ่เล่นสุด เปิดเรื่องมาแค่ 2 ตอน นางเอกของเราโชว์พละสุดต้านทานไปประมาณล้านอย่างได้แล้วมั้ง แล้วแต่ละเรื่องนี่แกร่งจริงแกร่งจัง ชนิดที่ว่าใครจะมาต้านทานเธอไหว

อย่างไรก็ดี ชีวิตที่เหมือนจะเพอร์เฟกดีของคังนัมซุนกลับต้องมีอันสะดุด เพราะเธอดันพลัดหลงกับพ่อที่ประเทศมองโกเลียตั้งแต่อายุแค่ 5 ขวบเท่านั้น โชคดีที่มีผู้ใหญ่ใจดี 2 คนรับเธอไปเลี้ยงเป็นลูก แต่โชคร้ายก็คือ เธอดันไม่มีความทรงจำในวัยเด็กเหลืออยู่เลย เธอจำหน้าพ่อแม่ที่แท้จริงไม่ได้ จำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหน เธอเติบโตอยู่ที่มองโกเลียเหมือนเด็กชาวพื้นเมืองคนหนึ่ง แต่แล้ววันหนึ่ง เศษเสี้ยวความทรงจำส่วนหนึ่งไหลกลับเข้าสู่หัวของเธอ มันเป็นข้อมูลเพียงแค่ว่าเธอมาจากเกาหลีใต้ และเธอมีชื่อเดิมก่อนจะพลัดหลงกับพ่อว่า “คังนัมซุน” ด้วยเหตุนี้ เธอจึงเริ่มเรียนภาษาเกาหลี เพื่อที่หวังว่าวันหนึ่งเธอจะเดินทางกลับบ้านเกิดมาตามหาพ่อแม่ที่แท้จริง
หลายคนเห็นชื่อเรื่อง Strong Girl Nam-soon แล้วอาจจะรู้สึกคุ้น ๆ เพราะซีรีส์เรื่องนี้เป็นภาคแยกของซีรีส์เรื่อง Strong Woman Do Bong Soon (2017) ที่ตัวนางเอกก็เป็นหญิงสาวพลังมหาศาลเหมือนกัน โดยมีการวางพล็อตให้ “คังนัมซุน” กับ “โดบงซุน” เป็นลูกพี่ลูกน้องห่าง ๆ กัน ทีนี้เลยมีคนสงสัยว่าแล้วถ้าไม่ได้ดูซีรีส์ภาคก่อนมาก่อน จะดูซีรีส์เรื่องนี้รู้เรื่องไหม คำตอบคือดูรู้เรื่องแน่นอน เพราะเป็นภาคแยกไม่ใช่ภาคต่อ เดินเรื่องไม่เกี่ยวข้องกัน เพียงแต่เชื่อมกันด้วยความเป็นญาติที่มีพลังวิเศษเหมือนกัน ถึงอย่างนั้น ก็มีข่าวดีว่าญาติผู้พี่อย่าง “โดบงซุน” ซึ่งรับบทโดย “พัคโบยอง” พร้อมกับพระเอกของเธอ “พัคฮยองชิก” จะมาร่วมเป็นนักแสดงรับเชิญในภาคนี้ด้วย
สำหรับกระแสความแรงของเรื่อง Strong Girl Nam-soon เปิดตัวอีพีแรกด้วยเรตติ้งที่สูงกว่าอีพีแรกของภาค Strong Woman Do Bong Soon ที่สำคัญ ในอีพีที่สองเรตติ้งก็พุ่งขึ้นแบบก้าวกระโดดจากอีพีแรกด้วย จาก 4.296% ไปที่ 6.062% แถมยังเปิดตัวบนตาราง Netflix Worldwide ที่อันดับ 4 ซีรีส์ที่มีคนดูทั่วโลกสูงสุดประจำวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา และขยับขึ้นมาเป็นที่ 2 อันดับซีรีส์ Netflix สูงสุดในไทยภายใน 3 วันหลังที่ปล่อยสตรีม เอ้อ! ของเขาแรงจริง!
ฉันไม่เล่นยาหรอก ถึงไม่ทำอะไรแบบนั้น ฉันก็มีความสุขทุกวันอยู่แล้ว
เห็นฉากนางเอกที่นั่งดูรายการทีวีเกาหลีอยู่ที่มองโกเลีย พร้อมกับพูดกับหน้าจอว่า “น่ารักซะจนอยากปกป้องเลย หนุ่มเกาหลีนี่สเปกหนูสุด ๆ” แล้วก็อยากจะแหมแรง ๆ ใส่คุณคนเขียนบทจริง ๆ ว่าช่างสรรหาทำนะคะ! ที่เอาเรื่องจริงของชาวติ่งเกาหลีมาใส่ลงไปเล่าในซีรีส์ได้อย่างน่ารักน่าหยิกขนาดนี้ นางเอกของเราก็เลยกลายเป็นตัวแทนหมู่บ้านที่พูดเปิดเผยความในใจของชาวติ่งให้คนทั้งโลกได้รู้ว่าเราอยากปกป้องผู้ชายน่ารัก ๆ ที่เราชื่นชอบในจอ แต่เราไม่ได้มีพลังวิเศษแบบนางเอกของเรื่องนี้หรอกนะที่จะปกป้องเขาได้ เรามีก็แค่เงินที่แลกมาจากหยาดเหงื่อแรงกายแบบสาหัส เพื่อเอามาเปย์ผู้ชายที่เขารวยกว่าเรา แง้!

แต่จริง ๆ มันเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ของนางเอกนะ นางพลัดหลงกับพ่อตั้งแต่อายุไม่กี่ขวบ พ่อแม่บุญธรรมเก็บนางมาเลี้ยงเหมือนลูกสาวแท้ ๆ จนนางก็กลายเป็นคนพื้นเมือง กลมกลืนกับคนมองโกลไปแล้ว แต่แล้ววันหนึ่งนางก็เกิดนึกขึ้นได้จากเศษเสี้ยวความทรงจำว่าตัวเองน่าจะเป็นคนเกาหลี นางเลยพยายามเรียนภาษาเกาหลีวันละ 5 ชั่วโมง และด้วยอุตสาหกรรมบันเทิงของเกาหลีเป็นสิ่งที่ส่งออกไปทั่วโลก การได้ติดตามศิลปินเกาหลีผ่านทางโทรทัศน์จึงเป็นเพียงไม่กี่สิ่งที่ทำให้คนพลัดถิ่นไกลบ้านอย่างนางได้อุ่นใจมากขึ้น ได้มีความสุขในการเห็นใบหน้าหล่อ ๆ สร้างแพชชั่นและแรงบันดาลใจในการอยากกลับบ้านไปตามหาแม่ ที่สำคัญก็คือเป็นการช่วยฝึกภาษาเกาหลีของนางด้วย

จะบอกว่าตัวซีรีส์สื่อความเป็นติ่งของเด็กเกาหลีที่ไปโตอยู่ที่มองโกเลียได้น่ารักมากนะ โดยเฉพาะไอ้การที่เปิดรายการดูแล้วนั่งยิ้มน้อนยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว (และรักซีรีส์เรื่องนี้มากขึ้นไปอีกเพราะเอารายการ SHINee One Fine Day ของ SHINee มาเปิดในเรื่อง แหม! 5 หนุ่มเขาดังไกลถึงมองโกเลียเลยนะ 555) การที่นางเอกมีสมุดสะสมภาพไอดอลทำมือพกติดตัวกลับเกาหลีด้วย ประมาณว่าเดี๋ยวถึงเกาหลีเมื่อไรฉันจะไปตามปกป้องเมนฉัน (และตาถึงไม่เบาที่เป็นติ่งชาอึนอู) ซึ่งมันเป็นวิสัยปกติของชาวติ่งเลยล่ะ และขนาดพ่อบุญธรรมบอกให้แต่งงานก่อนกลับเกาหลี พ่อแม่จะได้ไม่เป็นห่วง เพราะเดินทางไปกับสามี นางยังบอกว่านางจะกลับไปแต่งงานกับหนุ่มเกาหลีเท่านั้นเลย

และด้วยความที่นางเอกของเรามีความสุขอยู่กับโลกใบเล็ก ๆ ที่สร้างขึ้นเอง โลกที่มีแค่ตัวเธอเองกับเหล่าไอดอลเกาหลีที่เธอชื่นชอบจนต้องเก็บภาพใส่สมุดเป็นของสะสม ในมุมนี้เธอก็เป็นเพียงเด็กผู้หญิงธรรมดา ๆ เท่านั้น เธอจึงบอกกับพระเอกตอนที่ขอค้นกระเป๋าหายาเสพติดได้อย่างไม่สะทกสะท้านว่าคนแบบเธอไม่จำเป็นต้องพึ่งยาเสพติดเพื่อให้ตัวเองมีความสุขหรอก เพราะไอดอลที่เธอเก็บภาพไว้ในสมุดน่ะ คือยาเสพติดที่ทำให้ชาวติ่งมีความสุขได้ตลอดทุกวันและทุกเวลาอยู่แล้ว!
เอาเงินฉันไปทำอะไรหมดเนี่ย ฉันจ่ายภาษีปีละไม่ต่ำกว่า 4 แสนล้านวอนนะ แต่ภาษีที่ฉันจ่ายถูกใช้อย่างเหมาะสมไหมก็ไม่รู้

อีกหนึ่งคาแรกเตอร์ที่น่าสนใจมาก ๆ ในซีรีส์เรื่องนี้ เห็นทีจะหนีไม่พ้นตัวละครคุณแม่ของนางเอก ซึ่งต่อจากนี้ไปจะขออวยยศให้นางเป็นหญิงแม่แทน เพราะความตัวแม่ ตัวมัม ตัวมารดา ตัว mother ตัวคลอดบุตร ตัวสูตินรีที่แท้ทรู ยากที่จะหาใครมาเทียบรัศมี 555 เป็นโคตรหญิงที่หาเงินเก่งมาก หยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง ไต่เต้ามาจากการเปิดร้านขายซุปแก้เมาค้าง เรื่อยมาจนถึงโรงรับจำนำที่ทำรายได้เป็นกอบเป็นกำแบบในปัจจุบัน แต่ก็ยังพยายามช่วยคนที่เดือดร้อนอยู่เสมอ แม่ไม่เคยตืดเรื่องเงินกับข้าวของที่ลูกค้านำมาจำนำเลยแม้แต่น้อย เดือดร้อนเรื่องเงินมาก็ต้องได้เงินไป แถมตอนกลางคืนยังสวมชุดหนังสีดำ แว้นมอเตอร์ไซค์คันโตไปทำภารกิจเพื่อชาติเพื่อสังคมอีก แม่ก็คือแม่!

นอกจากนี้ ในวัยสาวหญิงแม่ก็ยังรับบทเป็นไอดอลของหญิงสาวยุคใหม่ท่านหนึ่งอีกต่างหาก แบบอย่างที่น่าประทับใจของหญิแม่ก็คือ ถ้ารักใครชอบใคร อยากได้ใครมาเป็นพ่อของลูกก็จงจู่โจมเข้าหาเองเลยทันที อย่าลีลาเยอะ สุดติ่งตรงที่ขอผู้ชายแต่งงานเอง ซื้อแหวนเพชรเม็ดโตเปย์ผู้ชายเอง สัญญาว่าจะหาเลี้ยงผู้ชายเอง ออกจากงานได้เลยไม่ต้องกังวล แถมยังช่วยผลักดันสานฝันในการเป็นช่างภาพให้สามีอีก ย้ายมาอยู่บ้านฉันสิ ฉันจะประเคนชีวิตกินหรูอยู่สบายให้ และจะไม่มีวันทำให้น้ำตาตก 555 มีหน้าที่แค่ทำงานบ้านและเลี้ยงลูกไปก็พอ ที่สำคัญ ตอนที่แม่จะกินพ่อ มุมเตียงไม่เลิศ ก็ยกเตียงด้วยสองมือหามุมดี ๆ เองเลยสิจ๊ะ ผู้หญิงเจ๋งแถมนิสัยรวยแบบนี้ ใครไม่ยกเป็นไอดอลบ้าง!

ถ้าใครกำลังสงสัยว่าเขาออกแบบคาแรกเตอร์แม่ของนางเอกให้รวยจนผู้หญิงครึ่งค่อนโลกอิจฉาได้ยังไง ก็บอกตรงนี้เลยว่าความรวยของหญิงแม่ไม่ธรรมดา ระดับเศรษฐีนีย่านคังนัมที่ขอผู้ชายแต่งงานเองแบบนี้ เธอจ่ายภาษีให้รัฐบาลไม่ต่ำกว่าปีละ 4 แสนล้านวอน! มีคนใจดีแปลงค่าเงินมาเป็นเงินบาทไทยให้ด้วยว่าหญิงแม่จ่ายภาษีอยู่ที่ประมาณปีละ 10,800 ล้านบาท! โอ๊ยแม่! จ่ายภาษีขนาดนี้รายได้ขนาดไหนอะคะ แล้วตอนที่นางเอกพลัดหลงกับพ่อที่มองโกเลียตั้งแต่เด็ก มีคทาของเล่นเด็กติดตัวไปอันนึง สรุปเฉลยว่าคทาของเล่นนั่นคือทองคำแท้แถมฝังเพชรเม็ดโตอีก 2 เม็ด บ้าบอ! คทาทองฝังเพชรก็แค่ของเล่นลูกไม่เกินจริง นางเอกนี่ก็คาบคทาเพชรคทาทองมาเกิดกันเลยทีเดียว

แต่ถึงจะเป็นผู้หญิงที่มีจุดแข็งมากมาย โดยเฉพาะเรื่องที่มีพละกำลังมหาศาล แต่แม่ก็มีจุดอ่อนอยู่ไม่น้อย ข้อแรกคือเรื่องลูกสาวที่หายตัวไป เธอตามหาของเธอมาเป็นสิบปี พอเห็นเด็กสาวที่แข็งแกร่งกว่าชาวบ้านเข้าหน่อย แม่ก็ใจอ่อนยวบคิดว่าเป็นลูกสาวตัวเองซะจนเกือบจะโดนหลอก เรื่องต่อมา คือการที่ลูกสาวหายตัวไปนาน เธอได้แต่ภาวนาและตั้งมั่นในการทำความดีมาตลอด เพราะหวังให้ผลบุญกุศลช่วยปกป้องคุ้มครองลูกสาว นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้แม่หัวเสียหนักมากเมื่อได้รู้ว่าเงินภาษีที่ตัวเองจ่ายให้รัฐบาลไม่ได้ถูกนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองสักเท่าไร และอีกข้อที่คนอื่น ๆ ต้องระวัง อย่าเรียกแม่ว่ายัยทึ่มเด็ดขาด ใครหลุดปากมาก็เตรียมตัวขิต แม่โบกหัวทิ่มไม่เลี้ยงเลย
ฉันมาถึงจุดนี้ได้เพราะสองเท้านี้ เท้าคู่นี้เลยแพงเอาเรื่องค่ะ ฉันสวมอะไรมั่วซั่วไม่ได้หรอก เท้าเราต้องสบายให้มากที่สุด เราถึงจะไปไหนก็ได้ที่อยากไปไงคะ

ถึงหญิงแม่จะเป็นผู้หญิงนิสัยรวยมาก ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ซีรีส์เรื่องนี้พยายามบอกกับคนดูอยู่เสมอก็คือ แม่รวยเพราะความเพียงพยายามก็ตัวเองทั้งนั้น ถึงจะมีดวงเรื่องหาเงิน แต่กว่าจะเป็นเศรษฐีนีขนาดนี้มันไม่ง่าย และแม่ก็พูดเองเลยด้วยว่าที่มีวันนี้ได้ก็เพราะเท้าคู่นี้ที่ไม่เคยหยุดดิ้นรน ทำให้สองเท้าของแม่ที่ทั้งเดิน ทั้งวิ่ง ทั้งปีนป่ายมาจนถึงขั้นนี้ได้เป็นอวัยวะที่ราคาแพงมาก ราคาเท่ากับชีวิตทั้งชีวิตของเธอ เพราะฉะนั้น เธอต้องปกป้องเท้าคู่นี้อย่างดีที่สุด ทุกวันนี้เธออาจจะไม่ได้ใช้เท้าสมบุกสมบันเหมือนเมื่อก่อน แต่เธอยังมีสิ่งที่ต้องใช้เท้าทำอีกมากมาย ทั้งภารกิจเปลี่ยนโลกให้น่าอยู่ที่ไม่ใช่เฉพาะแค่กับคนรวย แต่น่าอยู่สำหรับทุกคน และการตามหาลูกสาวที่หายไป

ใครจะไปคิดว่าประโยคธรรมดา ๆ ที่พูดถึง “เท้า” มันจะอิมแพ็กมากจนกลายเป็นข้อความสร้างแรงบันดาลใจได้ พอรวมกับสถานการณ์ที่แม่เจอในซีนออกงานสังคมนั้นด้วยแล้ว คำพูดนี้ยิ่งฟังดูขลังกว่าเดิมอีก แล้วแบบโลกเรานี่ก็นะ บางทีมันก็เกินไปมากจริง ๆ ขนาดว่าเป็นงานสังคมชนชั้นคนรวยด้วยกัน แต่สายตาของสมาชิกเก่าที่มองไปยังผู้มาใหม่เนี่ย แฝงไปด้วยความเหยียดหยันซะเต็มที่ สายตาแบบที่ตบกันไหมล่ะจะได้จบ ๆ คือปิดบังความเสียมารยาทไม่มิดเลย ก็จริงอยู่ที่หญิงแม่อาจจะเปิดตัวเองได้น่าหมั่นไส้ไปหน่อย แต่ไม่ควรเลยที่จะใช้สายตาแบบนี้กับคนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก โดยเฉพาะกับกลุ่มคนที่มีเงินแล้วยกระดับตัวเองว่าเป็นพวกผู้ดี มันยิ่งไม่เข้ากัน

ที่คนทั้งงานมองหญิงแม่ด้วยสายตาเหยียดหยัย ก็เพราะว่าหญิงแม้สวมชุดราตรีแสนสวย บวกกับหุ่นที่สุดจะเพอร์เฟก ทำให้แม่กลายเป็นไม้แขวนเสื้อที่ทั้งสวยและเซ็กซี่มาก เดินเข้างานด้วยจริตนางพญา แต่หญิงแม่กลับสวมรองเท้าผ้าใบที่มันไม่เข้ากับชุดราตรี ที่ปกติผู้หญิงจะสวมส้นสูงให้ดูสวยสง่ามากกว่า แต่แล้วยังไงใครแคร์ ชอบมากที่หญิงแม่ป่าวประกาศกับประชาชีทุกคนในงานว่าเท้าของฉันเนี่ยแพงนะยะหล่อน แล้วเท้าคู่นี้ก็สำคัญยิ่งชีพด้วย ฉันมีทุกวันนี้ได้ก็เพราะเท้าคู่นี้ ฉะนั้น จะให้สวมใส่รองเท้ามั่วซั่วแบบที่เดินยืนแล้วดูสวยแต่รู้สึกไม่มั่นคง มันไม่ได้จ้า และถึงฉันจะสวมรองเท้าผ้าใบมา ฉันก็จะเปลี่ยนโลกให้ทุกคนดู!

เท้าแพงที่ไม่ใช่เท้าแพลง ปกติเรามักจะได้ยินมุกไทยโบราณได้บ่อย ๆ ถ้ามีคนบอกว่าเท้าแพลง ก็จะมีการถามราคากันต่อว่าแพงแค่ไหน แต่ซีรีส์เรื่องนี้เท้าแพงของจริง แพงมากถึงจ่ายภาษีได้ปีละเป็นแสนล้าน 555 ที่สำคัญ ยังพูดถึงความสำคัญของรองเท้าที่มีหน้าที่ปกป้องเท้าและพาเราไปไหนต่อไหนด้วย ลองนึกดูว่าถ้าเราเลือกซื้อรองเท้ามาไม่ดี มันก็มีผลต่อเท้าของเรา ใส่ไม่สบาย รองเท้ากัด แล้วการที่เท้าเป็นแผลก็มีผลต่อการเดินด้วย เดินไม่สะดวก เจ็บปวด ลำบากมากขึ้นไปอีก อาจต้องถอดมันทิ้ง ด้งนั้น ถ้าเท้าสำคัญ การเลือกรองเท้าก็สำคัญยิ่งกว่า รองเท้าที่ดีจะต้องปกป้องเราได้ตลอดทางที่เรายืนหรือเดิน แบกรับน้ำหนักเราได้อย่างสมดุล “รองเท้าที่ดีจะพาเราไปยังที่ที่ดี ๆ”
จริง ๆ Strong Girl Nam-soon มันเป็นซีรีส์คอมเมดี้นะ ไม่น่าจะจริงจังได้ขนาดนี้เลย 555 ถึงแม้ว่ามันจะเป็นละครก็เถอะ แต่ก็ยังยืนยันคำเดิมว่าชอบฉากที่หญิงแม่พูดถึงเท้าและการเดินทางของตัวเองที่เท้าพามาจนถึงจุดสูงสุดจริง ๆ และต่อให้ซีรีส์เรื่องนี้จะเน้นขายขำคลายเครียดมากกว่าดราม่าหนักหน่วง แต่พาร์ทที่จริงจังและใช้คำพูดลึกซึ้งกินใจก็มีอยู่ไม่น้อย ต้องให้เครดิตคนแปลด้วยที่แปลมาเข้ากับบริบทและสื่อสารกับคนดูได้อย่างเข้าใจง่ายตรงไปตรงมา ก็หวังว่าทุกคนที่หันมาดูซีรีส์เรื่องนี้จะพบกับความสุขและความสนุกสนาน ที่แฝงไปด้วยแง่คิดดี ๆ ในเรื่องครอบครัวและการใช้ชีวิต 🦾






























