เจาะลึก “3 เส้นทางท็อปฮิต” ของเหล่านักการเมืองหนีคดี

ภาพจาก Pixabay

เคยแปลกใจกันไหมว่าทำไมบรรดาผู้ต้องหาต้องคดีแพ่งและอาญาในเมืองไทยถึงหายตัวกันได้อย่างง่ายดาย พอเป็นข่าวอีกทีก็มีคนไปพบยังดินแดนอันไกลโพ้นแล้ว

เขาหรือเธอเหล่านี้มีคาถาดีเหมือนขอมดำดินหรือก็ไม่ เพราะเท่าที่เห็นต่างก็ใช้อำนาจเงินตรา และช่องว่างตามตะเข็บชายแดนในการหลบหนีแบบที่มีคนรู้แต่ทำเป็นไม่เห็น มีคนเห็นแต่ทำเป็นจำไม่ได้ หรือมีคนจำได้แต่อำนาจเงินมันอุดปากเอาไว้

ทีนี้มาดูกันว่า สามเส้นทางยอดนิยมของบรรดาผู้ต้องคดีแต่ไม่ยอมรับความผิดตามกฎหมายบ้านเมืองนั้น มีเส้นทางไหนบ้าง

1.เส้นทางระดับเอลิสต์ กรุงเทพฯ – เกาะกง

เส้นทางยอดนิยมระดับเอลิสต์ของเหล่าผู้หนีคดี ที่มีอันจะกินไม่ว่าจะเป็นอดีตนักการเมือง เจ้าพ่อ เจ้าแม่ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทา เพราะนอกจากจะเดินทางจากรุงเทพฯโดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเศษ ยังมีให้เลือกถึงสามเส้นทางในการเดินทางไปขึ้นเรือที่ชายแดน เพื่อข้ามไปยังเกาะกง นับว่าเป็นเส้นทางที่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองดักทางได้ยากสุด หาความร่วมมือของคนพาข้ามแดนได้ง่ายสุด และมีผู้ต้องหาในคดีใหญ่อีกหลายรายที่เอาตัวรอดได้สำเร็จจากเส้นทางนี้

โดยการเดินทางไปยัง เกาะกงนั้น สามารถ ไปได้ 3 เส้นทาง คือ

1.)ใช้ทางหลวงหมายเลข 3 (สุขุมวิท) ผ่านจังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดชลบุรี อำเภอศรีราชา พัทยา อำเภอสัตหีบ จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จนถึงจังหวัดตราด รวมระยะทางประมาณ 385 กิโลเมตร

2) ใช้ทางหลวงหมายเลข 34 (บางนา-บางปะกง) และทางหลวงหมายเลข 3 (สุขุมวิท) จนถึงจังหวัดชลบุรี แล้วแยก เข้าทางหลวงหมายเลข 344 (ชลบุรี-แกลง) บริเวณกิโลเมตรที่ 98 ผ่านอำเภอบ้านบึง จนถึงอำเภอแกลง จากนั้น แยกซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3 ต่อไปจนถึงจังหวัดจันทบุรี รวมระยะทางประมาณ 318 กิโลเมตร

3) ใช้ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (กรุงเทพฯ-ชลบุรี หรือมอเตอร์เวย์) ไปจนถึงอำเภอเมืองฯ จังหวัดชลบุรี จากนั้นแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 344 (ชลบุรี-แกลง) ผ่านอำเภอบ้านบึง จนถึงอำเภอแกลง จากนั้น แยกซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3 ต่อไปจนถึงจังหวัดจันทบุรี รวมระยะทางประมาณ 318 กิโลเมตร

หลังจากข้ามไปยังเกาะกง ได้แล้วก็ดูเหมือนว่าเส้นทางข้างหน้าก็ต้องเลือกแล้วว่าจะไปต่อที่ไหนเพราะบนเกาะกงมีท่าอากาศยานเกาะกง KKZ VDKK ได้หลบหนีต่อแบบไม่ยากเย็นนัก

2.เส้นทางหนีคดีสำหรับผู้ต้องหาระดับบีลิสต์ กรุงเทพฯ – เกาะสอง

เกาะสอง ดินแดนทางตอนใต้ในฝั่งเมียนมาร์ ที่อยู่ตรงข้ามกับประเทศไทย โดยมีแม่น้ำกระบุรีกั้น และเป็นเส้นทางที่เรียกได้ว่าได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับการหลบหนีออกจากประเทศไปยังประเทศพม่า หรือ ลักลอบเข้าประเทศจากพม่ามาไทย สำหรับ ผู้ที่ต้องคดีระดับบีลิสต์ ที่พอมีทุนอยู่บ้างมักจะใช้เส้นทางนี้ แม้ว่าจะต้องเดินทางกว่า แปดชั่วโมง และ ต้องไปเสี่ยงที่หน้าด่านว่าจะได้ข้ามไปเกาะสองหรือไม่ แต่ถ้าทำได้สำเร็จ เส้นทางนี้ก็จะพาให้เข้าไปยังพม่า แล้วสามารถวางแผนเพื่อเดินทางหลบหนีต่อได้

3.เส้นทางแบบเสี่ยงเป็นเสี่ยงกันกรุงเทพฯ – ช่องเม็ก

ช่องเม็ก สปป.ลาวที่ติดกับจังหวัดอุบลราชธานี ได้ชื่อว่าเป็นด่านที่มีการตรวจจับ ยาเสพติด อาวุธ และ สินค้าหนีภาษี ระดับท้อปของประเทศ และ เป็นเส้นทางที่บรรดาผู้หลบหนีคดี นิยมใช้ไม่น้อย เพราะแม้จะมีเส้นทางกว่า 600 กิโลเมตรและต้องใช้เวลาเดินทางเกือบ 9ชั่วโมง แต่ถ้าผ่านช่องเม็ก แล้วเข้า สปป.ลาว หากมีช่องทางก็สามารถหลบหนีต่อไปยังเวียดนาม หรือ สาธารณรัฐประชาชนจีนได้ไม่ยากนัก