สโมสรลิเวอร์พูล ทิ้งทวนตลาดซื้อนักเตะซัมเมอร์นี้ด้วยการคว้าตัว ไรอัน กราเฟนแบร์ก มิดฟิลด์วัยรุ่นอายุ 21 ปี มาจากบาเยิร์น มิวนิก ทำให้สิริรวมคว้ามาทั้งหมด 4 คนวินโดว์นี้ เน้นเป็นผู้เล่นกองกลางล้วน ๆ อเล็กซิส แม็คอลิสเตอร์, โดมินิค โซโบสไล, วาตารุ เอนโด และกราเฟนแบร์ก คนสุดท้าย แต่ดาวเตะคนใหม่จะมีบทบาทช่วยทีมได้ขนาดไหน แฟนบอลหงส์ยังคงตั้งเครื่องหมายคำถาม
การที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ นำตัวมิดฟิลด์ดัตช์ผู้นี้มาสู่ถิ่นแอนฟิลด์ ทำให้ ลิเวอร์พูล มี 3 ประสานขุนพล “กังหันสีส้ม” ครบทุกขุมกำลังเลยทีเดียวนะครับ ตั้งแต่ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ในกองหลัง ไรอัน กราเฟนแบร์ก แดนกลาง และ โคดี้ กัคโป ในแดนหน้า ดูแล้วคึกคักทีเดียว
แต่ช้าก่อน! อย่าเพิ่งคิดนำพวกเขาไปเปรียบเทียบกับ 3 ฟลายอิ้งดัตช์แมนในตำนานของ เอซี มิลาน ยุค 90 ที่มี แฟรงค์ ไรจ์การ์ด, รุด กุลลิต และมาร์โก้ ฟาน บาสเท่น โลดแล่นอยู่ในทีมเลยนะครับ มันยังห่างกันไกลเหลือเกิน โดยเฉพาะ 2 คนหลังอย่าง กัคโปกับกราเฟนแบร์ก เอาแค่หาตำแหน่งตัวจริงในทีมชุดปัจจุบันของ ลิเวอร์พูล ยังลำบากยากเย็น
ด้านนักเตะใหม่ กราเฟนแบร์ก นั้น ผมมองว่าคงต้องใช้เวลาพอสมควรในการปรับตัวกับฟุตบอลอังกฤษ แถมไม่ค่อยได้ลงเล่นให้กับ “เสือใต้” สักเท่าไหร่เมื่อซีซันก่อนด้วย ทำให้ความเฉียบคมในเกมน่าจะหดหายไปเยอะทีเดียว คงเข้ามายกระดับทีมแบบทันทีทันควันไม่ได้ ต้องให้เวลา คล็อปป์ กับทีมงาน “ปั้น” เสียหน่อย อาจจะเป็นของดีต่อไปในวันข้างหน้า
ส่วนเรื่องของตำแหน่งที่ตัวเขาเองไม่ใช่ผู้เล่นที่ถนัดกลางรับในตำแหน่ง “โฮลดิ้งโรว์” ดังนั้น จึงไม่น่าจะมาเบียดกับเอ็นโด โดยตรง แต่เป็นคนที่เล่นด้านข้างสไตล์คล้าย ๆ จินี่ ไวจ์นัลดุม วิ่งได้ไม่มีหมด พาบอลไปได้ดี ดังนั้น น่าจะมาเป็นตัวเสริมของในตำแหน่งบ็อกซ์ทูบ็อกซ์ของ เคอร์ติส โจนส์ กับ โซโบสไล เสียมากกว่า
แต่ ณ เวลานี้ ถ้าจะให้จัด Priority ในแดนกลางของ คล็อปป์ ชุดนี้ 3 ตัวจริงจึงน่าจะเป็น แม็คอลิสเตอร์, โซโบสไล, และเอนโดะ ต่อด้วย โจนส์ เป็นตัวเลือกอันดับ 4 ลำดับที่ 5 คือ ติอาโก้ อัลคันทาร่า (ในวันที่ร่างกายสมบูรณ์) คนที่ 6 คือ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียต เบียดกับตัวใหม่อย่าง กราเฟนแบร์ก ที่คงต้องไปต่อแถวเพื่อพิสูจน์ตัวเองเสียก่อน ตามด้วยน้องนุชสุดท้องคือ สเตฟาน บายเซติช เป็นคนสุดท้าย
กราเฟนแบร์ก ยังคงเป็นนักเตะสำหรับอนาคต ตอนอยู่กับ อาแยกซ์ เขายังไม่ถึงกับแจ้งเกิดเต็มตัว เป็นแค่ดาวรุ่งเท่านั้น ได้รับเสียงเชียร์เร็วไปหน่อย บาเยิร์น อยากเสี่ยงซื้อไปปั้น แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่สามารถผลักดันขึ้นเป็นตัวจริงได้ อาจจะเป็นเพราะระบบการเล่นในลักษณะ 4-2-3-1 ที่ “เสือใต้” ยึดมั่นมาตลอดไม่เหมาะกับนักเตะผู้นี้ก็เป็นได้
นั่นคือสถานการณ์ในแดนกลางของ ลิเวอร์พูล ในช่วงซัมเมอร์ซึ่งเสียไป 5 ราย นาบี เกอิต้า, อเล็กซ์ อ็อกซ์เหลด แชมเบอร์เลน, เจมส์ มิลเนอร์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และฟาบินโญ่ ได้เงินมา 52 ล้านปอนด์ ซื้อกลับมา 4 ใช้เงินไป 150 ล้านปอนด์
ด้านตัวเลขปริมาณมันโอเคครับ แต่เรื่องของผลงานและความสำเร็จคงต้องรอไปวัดกันในสนามต่อไป
ส่วนเรื่องการเสริมทัพในตำแหน่งอื่น แฟน ๆ คงอยากถามว่าไม่คิดเสริมบ้างเลยเหรอพี่? คำตอบก็คงเห็นอยู่ตรงหน้าแล้วนะครับ
คล็อปป์ คงมองว่าจุดอื่นที่หลาย ๆ คนแนะให้เสริมโดยเฉพาะเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ นั้นยังมี โฌแอล มาติป, โจ โกเมซ และดาวรุ่งที่ฝีเท้าน่าสนใจอย่าง จาเรลล์ ควอนซาห์ โผล่ขึ้นมาเป็นตัวเลือก เลยยังไม่คว้าใครเข้ามาเพิ่ม แต่หากระหว่างทาง อิบราฮิม่า โคนาเต้ กับ มาติป ออกอาการกระดูกเปราะบ่อยครั้งเกินไป เปิดตลาดรอบสองเดี๋ยวค่อยว่ากัน ดูอาการไปก่อนได้
ฤดูกาลยังอีกยาว ระหว่างทางจะเกิดอะไรขึ้นไม่มีใครคาดเดาได้ ตอนนี้ใช้สิ่งที่มีอยู่ตรงหน้าให้ดีที่สุดเสียก่อน แล้วค่อยมาว่ากัน.











![Pump Speed by Idemitsu : [UNCUT] “อองตวน ปินโต” นักมวย สู่ นักแข่งรถ?](https://tonkit360.com/wp-content/uploads/2026/03/PUMP-SPEED-EP211-uncut-218x150.jpg)

















