Home Inspiration ชะนีติดซีรีส์ The Killing Vote โลกน่าอยู่ด้วยมือเรา “ร่วมโหวตโทษประหารอาชญากร”

The Killing Vote โลกน่าอยู่ด้วยมือเรา “ร่วมโหวตโทษประหารอาชญากร”

ช่วงนี้เกาหลีเขาฮิตเทนรด์ “หน้ากาก” กับ “ตำรวจหมาบ้า” กันหรือไงนะ เพราะมีซีรีส์ที่เกี่ยวกับหน้ากากปล่อยออกมาพร้อม ๆ กันตั้ง 2 เรื่อง และไหนจะซีรีส์แนวตำรวจหมาบ้าที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้ตัวคนร้าย พระเอกที่ถ้าได้กัดอะไรแล้วย่อมกัดจนจมเขี้ยวไม่ปล่อยง่าย ๆ ซีรีส์ในสัปดาห์นี้มีส่วนผสมของซีรีส์ที่เขียนลงแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อนและสัปดาห์ก่อนก่อน ถ้าถามว่าเรื่องไหนสนุก ก็ตอบยาก เพราะมันสนุกไปคนละแบบ หรือถ้าจะให้เลือกดู บอกเลยว่าไม่ได้ มันลุ้นมากทั้ง 3 เรื่องเลย ถึงจะมีส่วนที่คล้ายกันบ้าง แต่แต่ละเรื่องก็มีจุดเล่าเรื่องที่น่าสนใจแตกต่างกันไป

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เป็นซีรีส์ที่เกี่ยวกับหน้ากาก ซึ่งก็คือ Mask Girl ส่วนเรื่องตำรวจหมาบ้าก็ย้อนหลังไปอีกสัปดาห์ กับเรื่อง The First Responders 2 ส่วนสัปดาห์นี้ อย่างที่บอกว่าเป็นเรื่องที่มีความเอาจุดขายของ 2 เรื่องข้างต้นมาผสมกัน The Killing Vote เป็นซีรีส์ที่ฉายมาได้ 4 ตอนแล้วจากทั้งหมด 12 ตอน ในโซเชียลมีเดียบ้านเราก็มีพูดถึงอยู่บ้างไม่ได้เงียบไปซะทีเดียว ที่เกาหลีก็เรตติ้งไม่น้อย แต่ที่น่ารำคาญคือมาแค่สัปดาห์ละตอนเท่านั้น ไม่เห็นใจคนรออย่างค้างคาเลย

ภาพจาก FB : SBS DRAMA

The Killing Vote เป็นซีรีส์ที่ชวนให้เรากลับมาขบคิดและตั้งคำถามกับสังคมอีกครั้ง ว่า “ความยุติธรรมคืออะไร” ทำไม “อาชญากร” กับ “เหยื่อ” ถึงได้รับไม่เท่ากัน และทำไมความยุติธรรมของอาชญกรถึงได้มาง่าย ๆ ด้วยช่องโหว่ของกฎหมาย เส้นสาย อำนาจ เงิน หรืออะไรก็ตาม ที่ทำให้เหล่าผู้ทำความผิดไม่ถูกลงโทษให้สาสมกับความผิดที่ตัวเองได้ทำ ทำให้ประชาชนผู้ที่ต้องการสวัสดิภาพในการมีชีวิตอย่างปลอดภัยในสังคมและต้องการเห็นความยุติธรรม เริ่มเสื่อมศรัทธาในกฎหมายที่ไม่ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นทุกวัน ความคับแค้นใจในตัวอาชญากรหลาย ๆ คน ทำให้คนส่วนใหญ่ในสังคมมองว่าเดนมนุษย์พวกนี้เป็นพวกที่ “สมควรตาย”

ความสิ้นหวังในกฎหมายของประชาชน ทำให้เกิดวีรบุรุษนอกกฎหมายขึ้นมาคนหนึ่ง ตั้งตัวเป็นศาลเตี้ยและจะจัดการพิพากษาเดนสังคมพวกนั้นด้วยตัวเอง เขาสวมหน้ากากสุนัขแล้วไลฟ์เผยแพร่วิดีโอเพื่อแนะนำตัวเองกับคนในสังคมว่าเขาจะมาผดุงความยุติธรรมให้กับทุกคน และให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น ด้วยการเปิดโหวตแบบประชาธิปไตย ฟังเสียงส่วนใหญ่ของคนในสังคม โดยเขาจะคัดเลือกพวกเดนมนุษย์ที่รอดคุกขึ้นมาเป็นเหยื่อ สาธยายความระยำตำบอนของมันให้ประชาชนร่วมโหวตผ่านมือถือ ว่าคนชั่วแบบนี้ควรประหารชีวิตหรือไม่ มีเวลาทอง 1 ชั่วโมงเท่านั้น ถ้าเสียงโหวตเกินครึ่งว่าให้ประหาร เดนมนุษย์ผู้นั้นก็รอฟังคำพิพากษาจาก Dog Mask ได้เลย

ภาพจาก FB : SBS DRAMA

แม้ว่าในมุมของตัวละครหลักที่เป็นตำรวจ จะเห็นว่าการโหวตโทษประหาร เป็นเพียงเครื่องมือในการก่ออาชญากรรมโดยอาชญากรเท่านั้น แต่เวลานี้ชาวบ้านครึ่งค่อนประเทศกลับสรรเสริญหน้ากากสุนัขอย่างมากที่ส่งพวกเดนมนุษย์ให้ได้ไปอยู่ในที่ที่ควรอยู่ เอาเข้าจริงจุดนี้ก็แอบจิกกัดสังคมก้มหน้าเหมือนกันนะ ยุคที่คนใช้โทรศัพท์ทำทุกอย่าง และในยุคที่อำนาจทรงคุณค่ากว่ากฎหมายจนทำให้คนพากันชิงชังเคียดแค้นผู้มีอำนาจรัฐและพวกที่ใช้อำนาจปกปิดความผิด ตอนแรกคนก็งง ๆ คิดว่าเป็นเกมสนุก ๆ แต่มันดันเป็นของจริงที่กำจัดคนชั่วได้จริง ๆ ทีนี้ก็ต้องมาลุ้นดูแหละว่าการที่คนสิ้นศรัทธากับกฎหมายที่ไร้น้ำยา พวกเขาจะตั้งหน้าตั้งตาโหวตเพื่อประหารคนชั่วที่น่าชิงชังกันขนาดไหน

อย่างไรก็ตาม ตัวละครหลัก 3 ตัว (พ่วงด้วยคนรอบข้าง) ล้วนมีความน่าสนใจ พระเอกเป็นตำรวจจอมกวาดล้างตัวแสบที่สามารถใช้วิธีเทา ๆ ในการจับคนร้ายได้อย่างไม่ลังเล เขาดูมีเบื้องหลัง นางเอก เป็นตำรวจไซเบอร์ที่เก่งมาก แต่ตัวเธอก็มีปมบางอย่างที่ไม่ยุติธรรมสำหรับเธอ ทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องงาน ส่วนอีกคนเป็นอาจารย์ด้านกฎหมายคนดังที่ในเวลานี้ต้องโทษเป็นนักโทษอยู่ เพราะเขาลงมือฆ่าคนร้ายที่ฆ่าและล่วงละเมิดลูกสาวของเขาด้วยตัวเอง เขาเป็นคนเก่งกฎหมายที่คอยช่วยเหลือคนคุกด้วยกันอยู่เนือง ๆ ทุกคนพากันเรียกเขาว่าศาสตราจารย์ พอดู ๆ ไป มันทำให้เห็นว่าตัวละครเหล่านี้มีแรงจูงใจให้ไปอยู่ข้างเดียวกับ Dog Mask หรือไม่ก็อาจเป็น Dog Mask เสียเอง

ในเมื่อเป็นตำรวจ เราก็ต้องจับฆาตกรให้ได้ แม้ว่าเหยื่อจะสมควรตาย

ก่อนอื่นคือต้องอวยก่อนว่าชอบมากนะ ความโหดถึงพริกถึงขิงดี เปิดมาตอนแรกก็ชัดเจนเลยว่าตัวตึงกันทุกคนเลยว่าไม่ได้ นักแสดงตัวหลักแต่ละคนนี่คือมีผลงานเป็นที่ประจักษ์มากมาย ไม่ต้องมาพิสูจน์ฝีมือกันอีกแล้ว โดยเฉพาะบทของพระเอก อปป้าพัคแฮจิน คือเฮียแกเล่นบทนิ่ง ๆ มาบ่อยก็จริงนะ แต่ไม่รู้สิบทตำรวจมาดนิ่ง ๆ ชอบดึงหน้าตึง ๆ แต่ก็ยังหล่อมาก เท่มาก บู๊มาก แถมบ้ามาก เป็นตัวพ่อ เป็นตัวแสบที่ปากก็ร้ายใจก็ร้าย พูดจาขวานผ่าซากไม่เกรงใจใคร เป็นพวกทำตัวห่าม ๆ เทา ๆ ที่ไม่ค่อยสนความถูกต้อง แต่สนใจแค่ผลลัพธ์ปลายทางเท่านั้น แล้วบทพูดแต่ละคำพูดนี่คือปังมาก คนเขียนบทก็จัดเต็มมาให้คาแรคเตอร์เฮียแกแบบสับเกิน ช็อตฟีลได้หมดไม่สนลูกใคร

ภาพจาก FB : SBS DRAMA

แล้วสิ่งหนึ่งที่ทำให้คาแรคเตอร์พระเอกดูน่าสนใจมาก คือการที่เขาเป็นตำรวจประเภทที่ไม่ยึดติดกับขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมายนี่แหละ เขาทำทุกอย่างได้เหมือนคนบ้า แค่ให้งานที่ทำสำเร็จลุล่วงก็พอ เพราะเขาก็มีเบื้องหลังบางอย่างที่ทำให้ต้องรีบไต่เต้าเข้าไปทำงานในทีมสอบสวนของสำนักงานใหญ่ ทำงานไม่สนขั้นตอน ข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย สร้างหลักฐานเท็จ ปั่นหัวโจร โดยเฉพาะไอ้ฉากที่แกล้งทำคนร้ายหลุดมือเพื่อให้ชาวบ้านเข้ามารุมประชาทัณฑ์คนร้ายจนยับเยินขนาดนั้นก็แสบมาก คือคนแบบพระเอกเนี่ยคอซีรีส์เกาหลีเขาไม่ค่อยตัดทิ้งหรอก เพราะจะเป็นคนดีก็ได้ คนร้ายก็ได้ ยิ่งเขาเองมีความรู้สึกอยู่ในใจลึก ๆ ว่าอาชญากรบางคนที่ถูก Dog Mask หมายหัว ก็สมควรตายจริง

ภาพจาก FB : SBS DRAMA

แต่ในเมื่อตอนนี้เขาสวมหัวโขนตำรวจอยู่ เขาก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ จับฆาตกรที่แอบอยู่หลังหน้ากากมาลงโทษให้ได้ (ใช่ค่ะ คนดูหลายคนยังไม่ตัดพระเอกออกจากการเป็น Dog Mask ไม่กล้าไว้ใจซีรีส์เกาหลี กลัวซ้ำรอยเรื่อง Mouse) และมองว่าวีรบุรุษนอกกฎหมายอย่าง Dog Mask ที่ทำตัวเป็นผู้พิทักษ์ความยุติธรรม แท้จริงแล้วก็เป็นแค่ฆาตกรในคราบของโรบินฮูดอยู่ดี และถึงตัวเขาจะไม่ค่อยชอบทำตามขั้นตอนของกฎหมายสักเท่าไร แต่เขาก็เชื่อว่าไม่มีใครที่มีสิทธิ์พิพากษาคนอื่นด้วยศาลเตี้ย ไม่มีใครมีสิทธิ์ฆ่าคน เขาจึงยังเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ต้องพยายามปกป้องทุกชีวิต ไม่ว่าจะเป็นคนร้ายหรือคนดีก็ตาม

ภาพจาก FB : SBS DRAMA

จะว่าไปก็เหนื่อยแทนพระเอกนะ พยายามตามจับตัวคนร้ายแทบตาย ควานหาตัวเป็นปี ๆ แทบพลิกแผ่นดิน แต่บทคนร้ายจะรอดการลงโทษก็รอดมาแบบง่าย ๆ ง่ายมาก อารมณ์แบบเหงื่อยังไม่ทันแห้ง หอบยังไม่ทันหายเลยด้วยมั้ง ยิ่งตอนนี้ปรากฏตัวฆาตกรตัวตึงที่ทำให้ตำรวจทำงานยากขึ้น ด้วยการอ้างการผดุงความยุติธรรมมาเป็นเครื่องมือในการหาความชอบธรรมที่จะจัดการกับเหล่าอาชญากร ยืมมือคนทั้งประเทศมีส่วนร่วมกับการกระทำนั้นอีกด้วย ยุคที่ประชาชนหมดศรัทธากับกฎหมาย และสนับสนุนซาตานในคราบนักบุญมากกว่าตำรวจ สรรเสริญการกระทำของ Dog Mask ที่ช่วยกำจัดเดนสังคม แต่มันไม่ถูกไง ถ้ากฎหมายมีปัญหาก็ต้องไปแก้ตรงที่กฎหมาย ไม่ใช่แก้ที่ปลายทาง

กฎหมายที่ทำรุนแรงกับเหยื่อมากกว่าอาชญากรเนี่ย มันดูดเงินกับอำนาจเหมือนปรสิต เพื่อให้คนที่สมควรตายยังมีชีวิตอยู่

ซีรีส์เรื่อง The Killing Vote ไม่ใช่ซีรีส์เรื่องแรกที่ทำให้เราเห็นว่า “กฎหมาย” อันเป็นกฎเกณฑ์ในการจัดระเบียบสังคมและเป็นมาตรฐานที่ยุติธรรมในการลงโทษคนทำผิด มันมีช่องโหว่มากมายที่นำไปสู่ความไม่ยุติธรรมต่อ “ผู้ถูกกระทำ” แน่นอนแหละว่าบ้านเมืองของผู้เจริญแล้วน่ะ จะให้มาตาต่อตาฟันต่อฟัน ประเภทว่าชีวิตต้องชดใช้ด้วยชีวิต มันก็อาจจะดูจะป่าเถื่อนไปหน่อย (ถึงหลาย ๆ คนจะอยากเห็นแบบนั้นก็เถอะ) แต่อย่างน้อย ๆ มันควรที่จะทำให้เหยื่อได้รู้สึกว่าตนเองไม่ได้ตกนรกอยู่เพียงลำพังคนเดียวหรือเปล่า แค่คนธรรมดาเหล่านั้นกลายเป็นเหยื่อทั้งที่เขาก็ใช้ชีวิตของเขาดี ๆ ไม่ได้ไปทำร้ายใคร ไม่ได้ละเมิดกฎหมาย มันก็แย่มากพอแล้ว

ภาพจาก FB : SBS DRAMA

กฎหมายอาจจะพยายามยุติธรรมกับทุกคนก็จริง แต่ในความเป็นจริง กฎหมายออกจะซ้ำเติมเหยื่อหลาย ๆ คนอยู่ไม่น้อย เหยื่อบางคนถูกคนร้ายทำลายอนาคตที่สวยงามไปแล้ว ยังมาถูกกฎหมายทำร้ายต่อช่วงที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาคดี หรือเหยื่อบางคนถูกฆาตกรรมตายไปแล้ว และก็ถูกกฎหมายฆ่าซ้ำด้วยการที่เอาผิดคนร้ายไม่ได้ ตายฟรีเลยนะนั่น ก็ไม่แปลกเลยที่ซีรีส์เรื่องนี้จะพยายามชี้ให้เห็นว่าในมุมหนึ่งของคดีที่ร้ายแรง กฎหมายทำร้ายเหยื่อมากกว่าอาชญากร และทำลายเหยื่อมากกว่าที่อาชญากรทำซะด้วยซ้ำ ส่วนอาชญากร คนที่น่าจะต้องมีส่วนรับผิดชอบมากที่สุด กฎหมายกลับพยายามปกป้องทุกวิถีทาง ซึ่งหลาย ๆ คนเป็นแบบที่ซีรีส์บอกเลยว่าเป็นพวกที่ “สมควรตาย”

ภาพจาก FB : SBS DRAMA

เพราะถ้ากฎหมายศักดิ์สิทธิ์จริง เหล่าอาชญากรประเภทที่ “สมควรตาย” จะไม่ตกมาถึงมือคนแบบ Dog Mask ให้ใช้ศาลเตี้ยตัดสินโทษประหารอาชญากรพวกนั้นหรอก กฎหมายมันควรจะมีกระบวนการที่ให้ความสำคัญกับเหยื่อที่ถูกกระทำไปแล้วมากกว่านี้ ให้มากกว่าสิทธิ์ของอาชญากรด้วย แต่ในเมื่อทุกอย่างมันตรงกันข้าม คนชั่วลอยนวล ใช้ช่องทางซิกแซกทุกทางเพื่อเลี่ยงกฎหมาย แล้วออกจากคุกมาใช้ชีวิตสุขสบาย สวนทางกับเหยื่อที่ตายทั้งเป็น คนอย่าง Dog Mask ที่พยายามทำตัวเป็นฮีโร่จึงต้องออกโรง ใช้กฎหมู่จัดการพวกวายร้ายแทนกฎหมาย ให้สิทธิ์โหวตโทษประหารกับประชาชนที่อาจมีโอกาสตกเป็นเหยื่อได้เท่า ๆ กันได้ปกป้องตัวเอง ถ้าผลโหวตเกิน 50% คนชั่วก็ถูกเก็บ

ภาพจาก FB : SBS DRAMA

ใครที่เป็นพวกรักความยุติธรรมมาก ๆ และมักจะหงุดหงิดหัวร้อนแบบปล่อยวางได้ยาก เวลาที่ดูข่าวแล้วต้องรับรู้ว่าพวกอาชญากรทั้งหลายมักจะได้รับโทษน้อยนิดชนิดที่เทียบไม่ได้เลยกับชีวิตอื่น ๆ ที่ถูกคนพวกนี้ทำลาย ต้องขอเตือนไว้ก่อนว่าการดูซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้ต่างจากดูข่าวเท่าไรเลย สิ่งที่ละครนำเสนอ เราก็เห็น ๆ กันได้ทั่วไปนี่แหละ ซึ่งมันแปลว่าความไม่ยุติธรรมของเหยื่อที่ละครทำให้เราดู มันก็มีต้นแบบมาจากเรื่องจริงนี่แหละ (ล่าสุดไม่ต้องดูที่ไหนไกล) มันแสดงให้เห็นว่าในโลกของความเป็นจริงก็มีอาชญากรจำนวนมากที่อาศัยช่องโหว่ต่าง ๆ ของกฎหมายที่อ้างว่าให้ความยุติธรรมกับทุกคน ไม่เว้นแม้แต่อาชญากร แต่ถามว่าแล้วเหยื่อล่ะ กฎหมายเอาเหยื่อไปวางไว้ตรงไหนของกระบวนการ

เพราะเป็นเยาวชนที่บกพร่องทางสติปัญญา เขาจะได้รับการลดโทษหรือตกลงยอมความกับเหยื่อเสมอ

ภาพจาก FB : SBS DRAMA

น่าเศร้านะที่กฎหมายทำให้เหยื่อไม่สามารถเอาผิดกับคนบางกลุ่มหรือบุคคลบางประเภทที่ทำผิดได้อย่างเต็มที่ อ้างสิทธิมนุษยชนบ้าง อ้างความบกพร่องบ้าง อ้างความน่าสงสารและน่าเห็นใจบ้าง อ้างป่วยบ้าง คืออาชญากรบางคนอาจไม่ได้ดิ้นรนที่จะต่อสู้ทางกฎหมายด้วยซ้ำไป แต่กฎหมายที่เอื้อต่อคำอ้างพวกนั้นนั่นแหละที่ทำให้คนผิดหลาย ๆ คนหลุดจากคดีไปได้อย่างสบาย ๆ โดยไม่ต้องทำอะไรเลย บางทีแค่เป็นคนพิการ แค่คนบกพร่องทางสติปัญญา แค่เป็นคนบ้าที่ไม่รู้ตัวว่าตัวเองทำอะไร กฎหมายก็พร้อมจะรับมาเป็นองค์ประกอบในการพิจารณาโทษ ในขณะที่เหยื่อเหรอ ถ้าไม่ต้องทนอยู่แบบตายทั้งเป็น นู่น! ญาติอาจกำลังจัดงานศพให้อยู่

อย่างเช่นในซีรีส์ที่กล่าวอ้างถึงผู้กระทำผิดที่เป็นทั้ง “เยาวชน” และเป็นทั้ง “ผู้บกพร่องทางสติปัญญา” แต่เขาทำผิดมันไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลย ฉากที่ตำรวจคุยกันแล้วบรรยายถึงความผิดต่าง ๆ ที่เขาเคยทำ คือมันรุนแรงและเลวร้ายมาก ขั้นภัยสังคมเลยแหละ ทั้งที่ภายนอกก็ดูเหมือนคนน่าสงสารที่ใช้ชีวิตประจำวันอยู่ร่วมกับเรา ๆ นี่แหละ ผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ คนก็ไม่ถือสาหาความ บางทียังดูน่าเอ็นดูด้วยซ้ำไป

ภาพจาก FB : SBS DRAMA

แต่คนเหล่านี้ พอควบคุมตัวเองไม่ได้ขึ้นมาก็แยกแยะผิดถูกไม่ได้แล้ว บางคนไม่รู้ตัวในสิ่งที่ตัวเองทำเลยก็ที มันก็น่าเห็นใจอยู่นิด ๆ นะกับคนที่มีความบกพร่อง ควบคุมตัวเองไม่ได้ ทำอะไรไปโดยไม่รู้ตัว แต่พอหันไปมองในมุมเหยื่อ…คนที่ตกเป็นเหยื่อเขาทำอะไรผิดหรือ? ทำไมเขาต้องซวยตกเป็นเหยื่อของผู้กระทำผิดที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ด้วยล่ะ แล้วเวลาที่คนพวกนี้จะถูกลงโทษทางกฎหมายก็เป็นอย่างที่ละครบอกนั่นแหละ กฎหมายไม่เอาผิดกับเยาวชนบ้างล่ะ กฎหมายเห็นใจคนไม่สมประกอบบ้างล่ะ ในเมื่อทำผิดโดยไม่มีเจตนา ไม่ตั้งใจ หรือสติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์ ลดโทษให้ละกัน หรือลองประนีประนอมยอมความดู มันเป็นเหตุบรรเทาโทษ คนพวกนี้เลยกลายเป็น “ปีศาจบริสุทธิ์”

ภาพจาก FB : SBS DRAMA

เหมือนเรื่องจะจบได้ดีสวยงาม แต่อ้าว! แล้วเหยื่อหรือญาติของเหยื่อล่ะ สุดท้ายได้รับความยุติธรรมอะไรบ้าง ในเมื่อคนที่กระทำผิดไม่ได้รับโทษตามสมควรกับสิ่งที่ทำไว้กับคนอื่น ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเหยื่อที่เป็นคนปกติ เป็นคนสติปัญญาสมประกอบดี มีไม่เท่ากับศักดิ์ศรีของอาชญากรที่บกพร่องทางสติปัญญาอย่างนั้นหรือ มันยากนะที่เหยื่อหรือญาติจะต้องพยายามเข้าใจและยอมรับในการตัดสินโทษน่ะ (แล้วในซีรีส์คือก่อคดีโหดมาก) คำถามที่วนเวียนในหัวว่า ฉันผิดตรงไหนหรือที่ใช้ชีวิตปกติอยู่ดี ๆ ก็ถูกกระทำจากคนสติปัญญาไม่สมประกอบ พอจะให้กฎหมายช่วย กฎหมายก็ดันเอื้อประโยชน์ให้จำเลยที่บกพร่องทางสติปัญญามากกว่าอีก คนเป็นเหยื่อน่ะสูญสิ้นไปหมดแล้วทุกอย่างในวินาทีนั้น