
ผู้ประกอบการในประเทศไทยไม่น้อยที่ต้องทำการค้าขายกับต่างประเทศอยู่เสมอ finbiz by ttb ขอนำเสนอหนึ่งวิธีที่ช่วยให้ผู้ประกอบการที่ค้าขายกับต่างประเทศสร้างความได้เปรียบจากสกุลเงิน เพราะปัจจุบันประเทศไทยค้าขายกับประเทศในภูมิภาคมีสัดส่วนสูงถึง 50% และคู่ค้าที่มาแรงเป็นอันดับหนึ่งในช่วง 5 ปีหลังนี้ ก็คือประเทศจีน โดยปัจจุบันมีสัดส่วนถึง 18.4% ในขณะที่ผู้ประกอบการยังคงใช้สกุลดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลหลักถึง 79.6% และเป็นสกุลเงินที่มีความผันผวนที่สูงถึง 15.5% ในปีที่ผ่านมา ซึ่งสูงกว่าสกุลท้องถิ่นทั่วไป ผู้ประกอบการจึงต้องเผชิญความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ในขณะที่เงินสกุลบาทและเงินสกุลในภูมิภาคมักจะเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกัน
ในทางกลับกัน หากผู้ประกอบการเปลี่ยนมาใช้สกุลเงินท้องถิ่น (Local Currencies) ในการดำเนินธุรกิจ อาทิ จีนหยวน เกาหลีวอน อินโดนีเซียรูเปียะ อินเดียรูปี มาเลเซียริงกิต ที่มีการปรับตัวไปในทิศทางเดียวกับเงินบาท จะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐได้
ซึ่งในอนาคตการใช้สกุลหยวนยังมีแนวโน้มที่จะเป็นเงินสกุลหลักอีกสกุลหนึ่ง ด้วยนโยบายของทางการจีนกำลังผลักดันให้เงินหยวนเป็นที่ต้องการในด้านการค้าระหว่างประเทศของโลก ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้มีการผ่อนคลายเกณฑ์ธุรกรรมในบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ (FCD) ได้อย่างเสรีมากขึ้น และสนับสนุนการใช้เงินสกุลท้องถิ่นในการค้าขายระหว่างประเทศ เพื่อผลักดันให้เกิดระบบนิเวศของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนใหม่ (New FX Ecosystem)
การที่ผู้ประกอบการไทยที่นำเข้าสินค้าใช้เงินสกุลได้เหมาะกับการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะการนำเข้าส่งออกกับจีนที่เป็นคู่ค้าอันดับหนึ่ง การหันมาใช้สกุลเงินท้องถิ่นเป็นสกุลหลักในการค้าขาย จะทำให้เกิดความได้เปรียบในหลายด้าน ดังนี้
1) ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ช่วยให้ผู้ประกอบการลดการสูญเสียที่อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงในอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่คาดคิดได้ จึงสามารถวางแผนการเงินและการจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
2) ลดค่าใช้จ่ายด้านธรรมเนียมในการแลกเปลี่ยนเงินตรา การทำธุรกิจโดยใช้สกุลเงินตราที่แตกต่างกันอาจเสียค่าธรรมเนียมในการแปลงเงินสกุล นอกจากนี้ยังลดค่าใช้จ่ายในด้านอื่น ๆ เช่น ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมทางการเงินที่เกิดจากการแปลงสกุลเงินต่าง ๆ ดังนั้น การซื้อขายด้วยสกุลเงินเดียวกันจึงหมดความกังวลด้านค่าธรรมเนียมที่จะเกิดขึ้นในกระบวนต่าง ๆ ของการแลกเปลี่ยนเงินตรา
3) สร้างโอกาสขยายตลาดไปยังเป้าหมายใหม่ ในการทำธุรกิจกับจีนการใช้เงินสกุลหยวนจะสร้างความเข้าใจกับตลาดจีนมากขึ้น ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่และมีศักยภาพในการเจริญเติบโตอย่างมาก ช่วยให้ผู้ประกอบการได้รับความไว้วางใจจากฝ่ายผู้ค้าและลูกค้าในจีนมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้มีโอกาสทางธุรกิจที่ดีกว่าและสร้างโอกาสในการขยับขยายได้
4) เพิ่มโอกาสในการแลกเปลี่ยนความคิดและนวัตกรรม โดยเฉพาะกับจีนการที่ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงตลาด สินค้าและบริการจากท้องถิ่น ด้วยสกุลเงินหยวนเป็นการสร้างความได้เปรียบในการเข้าถึงสินค้าและบริการที่มีราคาที่ดีกว่า และคุณภาพสูง เป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมจากจีนได้ ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาธุรกิจของไทย
5) เป็นการเตรียมตัวเพื่ออนาคต เพราะจากข้อมูลของธนาคารโลกในปี 2021 ชี้ให้เห็นว่ามีความเป็นไปได้ว่าเงินหยวนจะกลายเป็นสกุลเงินกลางของเอเชียในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากจีนเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลก และการค้ากับประเทศอื่น ๆ ในเอเชียก็เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้การใช้เงินหยวนในการค้าระหว่างจีนและประเทศอื่น ๆ ในเอเชียจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความสะดวกในการซื้อขาย สิ่งนี้จะช่วยกระตุ้นการค้าและการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาค รวมถึงเป็นความพยายามของรัฐบาลจีนที่จะผลักดันให้เงินหยวนเป็นสากลมากขึ้น

จึงกล่าวได้ว่าในการซื้อขายหรือนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศด้วยสกุลเงินท้องถิ่น จะช่วยให้ผู้ประกอบการลดอัตราความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินต่อช่วงเวลาลงได้ และลดความเสี่ยงจากการผันผวนของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่อิงกับเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงลดค่าธรรมเนียมในกระบวนการแลกเปลี่ยนเงินตราในแต่ละครั้งที่จะเกิดขึ้น นอกเหนือไปกว่านั้นเป็นการสร้างโอกาสความใกล้ชิดกับคู่ค้าและตลาด อันส่งสร้างความได้เปรียบทางด้านการค้า การพัฒนานวัตกรรม การเข้าใจมุมมองของท้องถิ่นได้มากขึ้น
ทีทีบี จึงมีบริการสกุลเงินท้องถิ่นสำหรับการค้าระหว่างประเทศ (ttb Local Currency services) ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจและมีเวลาดูแลธุรกิจได้ดีขึ้น และสำหรับผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจกับจีน ก็ยังมีบริการการจัดการความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนด้วยสกุลหยวน โดยเป็นธนาคารแรกและธนาคารเดียวที่ให้บริการ Yuan Pro rata Forward
และไม่เพียงแต่สกุลเงินหยวนเท่านั้น ทีทีบียังตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำด้านการบริหารอัตราแลกเปลี่ยน (FX) และการจัดการความเสี่ยงด้วยสกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) โดยจะมีสกุลเงินที่ขยายบริการเพิ่มขึ้นอีก 4 สกุล ในปีนี้ ได้แก่ เกาหลีวอน (KRW) อินโดนีเซียรูเปียะ (IDR) เวียดนามดอง (VND) และฟิลิปปินส์เปโซ (PHP)
สำหรับผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจกับจีนยิ่งได้เปรียบอย่างมากด้วยบริการ บริการสกุลเงินท้องถิ่นสำหรับการค้าระหว่างประเทศ (ttb Local Currency services) จาก ทีทีบี ทราบแล้วผู้ประกอบการเอสเอ็มอี อย่างปล่อยให้ความได้เปรียบนี้หลุดมือ
ที่มา : ttb analytics/ตลาดเงินและธุรกรรมต่างประเทศ ทีทีบี
ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ได้ที่ [email protected]






























