
มาร์ก วอห์ลเบิร์ก นักแสดงฮอลลีวู้ดชื่อดัง ขึ้นแท่นดาราที่ได้รับค่าจ้างสูงที่สุดในโลก ประจำปี 2017 จากการเปิดเผยของ “ฟอร์บส์” นิตยสารการเงินชื่อดังระดับโลก พร้อมกับทำรายได้แซงหน้า “เดอะ ร็อค” ดเวย์น จอห์นสัน นักแสดงดังจากเรื่อง Fast and Furious ผู้ครองตำแหน่งนี้เมื่อปีที่แล้วได้สำเร็จ
วอห์ลเบิร์ก ในวัย 41 ปี ได้รับเงินค่าจ้างในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา (มิถุนายน 2016- มิถุนายน 2017) รวมทั้งสิ้น 68 ล้านเหรียญสหรัฐ (ยังไม่หักภาษี) ซึ่งเป็นผลพวงจากภาพยนตร์เรื่องดังที่เขาแสดงใน Transformers : The Last Knight รวมถึงเรื่อง Daddy’s Home 2 ที่เตรียมจะลงโรงฉายในปลายปีนี้ด้วย

ขณะที่ “เดอะ ร็อค” หล่นจาก อันดับ 1 มารั้งที่ 2 จากรายได้รวม 65 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่เขาได้รับมาจากเรื่อง Baywatch และเรื่อง Jumanji ที่มีคิวฉายก่อนช่วงคริสต์มาส ในเดือนธันวาคมนี้

ส่วนอันดับ 3 เป็นของ วิน ดีเซล ที่นอกจากจะโกยรายได้จากเรื่อง Fast and Furious ภาคล่าสุดแล้ว เขายังรับพากย์เสียงเป็น “เบบี้ กรูท” ใน Guardians of the Galaxy 2 ด้วย ทำให้มีรายได้รวมทั้งสิ้น 54.5 ล้านเหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม เงินค่าจ้างที่วอห์ลเบิร์กได้รับถือว่าค่อนข้างน่าตกใจไม่น้อย เมื่อเทียบกับนักแสดงหญิง เพราะเป็นจำนวนที่มากกว่าอันดับ 1 ของฝ่ายหญิงถึง 42 ล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว!

โดยเอมม่า สโตน ดาราสาวคนดัง ที่บทบาทในเรื่อง La La Land ทำให้เธอกวาดรางวัลมาจากหลายเวที และครองอันดับ 1 นักแสดงหญิงที่ได้ค่าจ้างสูงที่สุดในปี 2017 ได้รับเงินค่าจ้างแค่ 28 ล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น
และแม้ว่าที่ผ่านมาจะมีการเรียกร้องความเท่าเทียมกันในเรื่องค่าตัวระหว่างนักแสดงหญิงกับนักแสดงชายมาโดยตลอด แต่ดูเหมือนว่า วงการฮอลลีวู้ดยังไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม และส่วนใหญ่ก็เป็นตัวนักแสดงที่ออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องนี้กันเองด้วย เพื่อหวังลดช่องว่างระหว่างรายได้ของนักแสดงให้เท่าเทียมกันมากขึ้น






























