“ลอรีอัล” ลงทุนธุรกิจเทคโนโลยีชีวภาพ สร้างความงามที่ขับเคลื่อนโลก


ลอรีอัล กรุ๊ป (L’Oréal) ประกาศร่วมลงทุนภายใต้การนำของจีโน (Geno) บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ เพื่อสร้างทางเลือกที่ยั่งยืนสำหรับส่วนผสมสำคัญในผลิตภัณฑ์ความงาม โดยลอรีอัลจะเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งธุรกิจร่วมทุนนี้กับยูนิลีเวอร์ (Unilever) และคาโอ (Kao) เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนของบริษัท ด้วยการสร้างสรรค์ทางเลือกของส่วนผสมที่มีนวัตกรรมสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การลงทุนดังกล่าวดำเนินการผ่านกองทุนร่วมทุนของลอรีอัล (BOLD) เพื่อการสนับสนุนการสรรสร้างสารสกัดใหม่ ๆ ที่มีความยั่งยืนจากสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มีอยู่ในธรรมชาติ ด้วยความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพของจีโน ผลิตภัณฑ์ของลอรีอัลจะทดแทนส่วนประกอบเดิมด้วยส่วนผสมทางเลือกที่ได้จากชีวภาพ เช่น สารสกัดจากน้ำตาลที่ผลิตจากพืช ส่วนประกอบเหล่านี้จะนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของลอรีอัล ซึ่งนับเป็นการก้าวกระโดดครั้งสำคัญเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายในการใช้สูตรที่ออกแบบมาเพื่อสิ่งแวดล้อม 100 เปอร์เซ็นต์ และ 95 เปอร์เซ็นต์ ของส่วนผสมมาจากทรัพยากรที่ใช้แล้วไม่หมดไปหรือมีอยู่มากในธรรมชาติ

เทคโนโลยีชีวภาพเป็นหนึ่งในสี่หลักการด้าน Green Science ของลอรีอัล ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งมีชีวิตเพื่อเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบ ในขณะเดียวกันก็คำนึงถึงความหลากหลายทางชีวภาพ ทรัพยากรธรรมชาติ และระบบนิเวศในแหล่งน้ำ การลงทุนครั้งนี้จะช่วยลดฟุตพรินท์ทางสิ่งแวดล้อม (Environmental footprint) ของอุตสาหกรรมความงาม และเป็นก้าวสำคัญเพื่อบรรลุพันธกิจลอรีอัลเพื่ออนาคต (L’Oréal for the Future) ในปี 2573

บาร์บารา ลาเวอร์นอส (Barbara Lavernos) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยีของลอรีอัลกล่าวว่า “เหตุผลที่ Green Science กลายมาเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของการวิจัยของเราที่ลอรีอัล เพราะเราเชื่อว่าวิทยาศาสตร์มีพลังสร้างสรรค์โลกใบนี้ให้ดีขึ้นได้ เราจึงใช้ความเชี่ยวชาญของเราเพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในอุตสาหกรรมความงาม และจีโนมีแนวทางที่โดดเด่นในการพัฒนาส่วนประกอบจากเทคโนโลยีชีวภาพแบบทางเลือก สอดคล้องกับวิสัยทัศน์เรื่องอนาคตที่ยั่งยืนของเราอย่างยิ่ง การทำงานร่วมกับผู้เล่นในอุตสาหกรรมความงามอื่น ๆ เราสามารถใช้ความเชี่ยวชาญ และทรัพยากรร่วมกันในทุกที่ เพื่อที่จะสร้างผลลัพธ์ที่มีความหมาย”

“การร่วมทุนนี้ไม่เพียงแค่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการส่งมอบโซลูชันด้านความงามที่มีความรับผิดชอบและเป็นนวัตกรรมของเราให้แก่ลูกค้าแล้ว แต่ยังเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศด้านนวัตกรรมของบริษัทในอเมริกาเหนืออีกด้วย” แซนฟอร์ด บราวน์ (Sanford Browne) ประธานฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมประจำภาคพื้นอเมริกาเหนือจากลอรีอัลกล่าว “นี่เป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่แสดงถึงความตั้งใจของพวกเราที่จะร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน รวมทั้งการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างสรรค์ความงามที่ขับเคลื่อนโลกใบนี้เช่นเดียวกับเรา”

“การต้อนรับลอรีอัลเข้าสู่ความร่วมมือระดับโลกครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า ความต้องการวัตถุดิบที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ปรับสภาพได้เร็ว และยั่งยืนในปริมาณมาก เป็นเรื่องที่มีความสำคัญและเร่งด่วนมากเพียงใด พันธกิจของลอรีอัลจะช่วยเร่งเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนทั่วโลกของจีโนได้กว่า 100 ล้านตันอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นในอีกหลายปีข้างหน้าด้วยการพุ่งเป้าไปที่ตลาดวัตถุดิบที่มีขนาดใหญ่มหาศาล เราต้องการช่วยให้ลอรีอัลบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้สำหรับปี 2573 ในการใช้ส่วนผสมที่มาจากชีวภาพ 95 เปอร์เซ็นต์ ในสูตรต่าง ๆ และการใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถตรวจสอบได้ และมาจากแหล่งที่มาที่มีความยั่งยืน”

คริสตอฟ ชิลลิ่ง (Christophe Schilling) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารจีโนกล่าว “เราพิสูจน์แล้วว่า การทำให้เกิดผลลัพธ์ได้ในปริมาณมากเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ เทคโนโลยีของจีโนได้พัฒนาขึ้นมาตั้งแต่เริ่มต้นเพื่อเร่งการเปลี่ยนแปลงวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตด้วยการส่งมอบส่วนผสมที่ยั่งยืนในปริมาณมาก ธุรกิจร่วมทุนนี้จึงมุ่งมั่นที่จะดำเนินการเพื่ออุตสาหกรรมความงามและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าและผิวกาย ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นภารกิจการร่วมทุนของเราให้ก้าวสู่ระดับโลกได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการสนองตอบความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นในตลาดผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน”

ที่มา: ลอรีอัล ประเทศไทย

ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ได้ที่ tonkit360@tonkitmedia.co