เรื่องสุขภาพเป็นเรื่องที่เราต้องให้ความสนใจเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง นอกจากจะช่วยให้คุณมีชีวิตที่ยืนยาวได้แล้ว มันยังช่วยให้โรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ไม่สามารถทำอันตรายกับตัวคุณได้อีกด้วย โดยวิธีการดูแลสุขภาพก็จะมีทั้งการออกกำลังกาย การนอนหลับพักผ่อน การลดความเครียด และ “การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์” ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถช่วยได้เช่นกัน
แต่หลาย ๆ คนที่อยู่ในช่วงดูแลสุขภาพหรือควบคุมน้ำหนัก ก็มักเกิดความกังวลกับอาหารประเภท “ไขมัน” ที่นอกจากจะมาจากเนื้อสัตว์แล้ว ยังมาพร้อมกับวัตถุดิบสำคัญอย่างน้ำมันประเภทต่าง ๆ ด้วยเหตุผลนี้หลายบ้านจึงให้ “น้ำมันรำข้าว” กลายเป็นหนึ่งทางเลือกการปรุงอาหาร
เมื่อเร็ว ๆ นี้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้มีการเผยแพร่ผลงานความสำเร็จของทีมนักวิจัยจากห้องปฏิบัติการวิจัยเคมีของรำข้าวและธัญพืช ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ ประกอบด้วย นางสาวภิรมณ ปอกกันทา (นักศึกษาระดับปริญญาเอก) นางสาวจิตรกัญญา ยืนยง (นักศึกษาระดับปริญญาเอก) รศ.ดร.สุกัญญา มหาธีรานนท์ และ ผศ.ดร.ภูมน สุขวงศ์ ร่วมกับ รศ.ดร.สุดารัตน์ เจียมยั่งยืน จากคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ร่วมกันศึกษาวิจัยในหัวข้อ การใช้กรรมวิธีไมโครเวฟกับรำข้าวและผลที่มีต่อปริมาณสารพฤกษเคมีและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (Microwave Treatment of Rice Bran and Its Effect on Phytochemical Content and Antioxidant Activity) สามารถสร้างประโยชน์ต่อการนำมาประยุกต์ใช้ทั้งครัวเรือนและหลายอุตสาหกรรมที่ใช้รำข้าวได้ในอนาคต
น้ำมันรำข้าวคึออะไร
น้ำมันรำข้าว หรือ Rice Bran Oil เป็นน้ำมันพืชชนิดหนึ่งที่สกัดมาจากรำข้าว เป็นส่วนที่ได้มาจากการขัดข้าวกล้องให้มาเป็นข้าวสาร เป็นที่นิยมมากในหมู่คนรักสุขภาพและคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากน้ำมันรำข้าวมีระดับแคลอรี่เพียงแค่ 120 แคลอรี่เท่านั้น ทั้งยังมีไขมันอิ่มตัวเชิงเดี่ยว (ไขมันดี) 14 กรัม ที่เหมาะสมสำหรับการทำอาหาร
ที่สำคัญน้ำมันรำข้าวยังอุดมไปด้วยวิตามินอี สารต้านอนุมูลอิสระ โทโคไตรอีนอล โอไรซานอล และสเตอรอล ที่ช่วยในการบำรุงร่างกาย อีกทั้งปัจจุบันน้ำมันรำข้าวก็ไม่เพียงแต่จะนำมาปรุงอาหารเท่านั้น แต่แบรนด์ต่าง ๆ ยังได้มีการนำน้ำมันรำข้าวออกมาจำหน่ายในรูปแบบของผงและแคปซูล เพื่อให้ง่ายต่อการรับประทาน
กรรมวิธีไมโครเวฟกับรำข้าว
กระบวนการวิจัย การใช้กรรมวิธีไมโครเวฟกับรำข้าวและผลที่มีต่อปริมาณสารพฤกษเคมีและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ทางทีมนักวิจัยได้อาศัยการวิเคราะห์หลักโดยใช้เทคนิคยูวี-วิส สเปกโตรสโคปี (Uv-vis spectroscopy) อาศัยหลักการการดูดกลืนแสงที่อยู่ในช่วงอัลตราไวโอเลตและวิสิเบิล
สำหรับการวิเคราะห์การออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ การวิเคราะห์ปริมาณฟลาโวนอยด์ และการวิเคราะห์ปริมาณฟีนอลิกรวม และยังใช้การวิเคราะห์สารโดยเทคนิคโครมาโทกราฟีของเหลวสมรรถนะสูง (High Performance Liquid Chromatography (HPLC)) อาศัยความแตกต่างของอัตราการเคลื่อนที่ของสารประกอบที่ผ่านไปในคอลัมน์ โดยการพาของเฟสเคลื่อนที่ภายใต้ความดันสูง สำหรับการวิเคราะห์ปริมาณโทคอล แกมมา-ออไรซานอล สควอลีน ไฟโตสเตอรอล และกรดฟีนอลิก
ส่วนเตาอบไมโคเวฟที่ทางทีมนักวิจัยได้ใช้ทำการวิจัยนั้น เป็นเตาอบไมโครเวฟสำหรับครัวเรือนที่ใช้กันทั่วไป ดังนั้น ผลของการทำวิจัยครั้งนี้สร้างผลกระทบเชิงบวกแก่การวงการการศึกษา เนื่องด้วยกรรมวิธีทางไมโครเวฟ เป็นกระบวนการที่ใช้พลังงานน้อย ประหยัดเวลา และสะดวกในการใช้งาน อีกทั้งผลจากการวิเคราะห์ปริมาณสารสำคัญของรำข้าวที่มาจากข้าวขาวดอกมะลิ 105 ยังสามารถใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสารพฤกษเคมีและการประยุกต์ใช้เชิงสุขภาพของรำข้าวชนิดนี้ได้
จากการศึกษาวิจัยพบว่า เมื่อรำข้าวผ่านกระบวนการทำเสถียรเพื่อลดการเหม็นหืนโดยกรรมวิธีนี้ ทำให้ปริมาณของสารพฤกษเคมีที่ศึกษา และการออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของรำข้าวสูงขึ้น โดยสภาวะที่ดีที่สุดสำหรับการใช้เตาไมโครเวฟในการเตรียมรำข้าวที่ได้จากการศึกษาจะเป็นประโยชน์ต่อการนำมาประยุกต์ใช้ทั้งครัวเรือนและหลายอุตสาหกรรมที่ใช้รำข้าวเป็นองค์ประกอบ เช่น การผลิตน้ำมันรำข้าวเพื่อใช้สำหรับการปรุงอาหาร การผลิตอาหารเสริม ยา และเป็นส่วนประกอบของเครื่องสำอาง เป็นต้น
ความน่าสนใจของงานวิจัยนี้คือ การศึกษานี้ได้รายงานผลของกรรมวิธีทางไมโครเวฟโดยใช้เตาอบไมโครเวฟสำหรับครัวเรือนต่อฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และปริมาณสารพฤกษเคมีที่สำคัญในรำข้าวที่มาจากข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 โดยมีจำนวนสารสำคัญที่วิเคราะห์หลากหลายที่สุด มากถึง 30 ชนิด
ด้วยเป็นงานวิจัยที่สร้างประโยชน์ จึงได้ ถูกเผยแพร่ในวารสาร Scientific Reports จากสำนักพิมพ์ Nature Portfolio ปีที่พิมพ์ 2022 เล่มที่ 12 วันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมาอีกด้วย นับเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับวงการวิจัยของประเทศไทยเป็นอย่างมาก
การใช้กรรมวิธีไมโครเวฟกับรำข้าวและผลที่มีต่อปริมาณสารพฤกษเคมีและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ ที่ช่วยทำให้ผู้บริโภคได้คุณค่าทางสารอาหาร และฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาอย่างสูงสุด ปลอดภัย สร้างผลดีต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก
น้ำมันรําข้าว ประโยชน์ที่ต้องรู้
- ในน้ำมันรำข้าวมีสารโอไรซานอล ที่ช่วยเข้าไปต้านการอักเสบภายในร่างกาย ป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ ได้ เช่น โรคหัวใจ เป็นต้น
- น้ำมันรำข้าว มีสารโทโคไตรอีนอล ที่ช่วยปกป้องเซลล์ภายในร่างกาย ไม่ให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้
- น้ำมันรำข้าวมีแคลอรี่ต่ำ เเละเต็มไปด้วยไขมันดี ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจได้
- น้ำมันรำข้าวช่วยลดน้ำหนัก เพราะนอกจากในน้ำมันรำข้าวจะมีแคลอรี่ที่ต่ำเเล้ว ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วย มีส่วนช่วยทำให้การเผาผลาญในร่างกายดีขึ้น เหมาะกับผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก
- น้ำมันรำข้าว ประโยชน์ ช่วยคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานได้
- น้ำมันรำข้าว ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน มีสรรพคุณช่วยป้องกันเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ที่เป็นปัจจัยทำให้เกิดโรคต่างๆ เเละทำให้ร่างกายอ่อนแอได้
- น้ำมันรำข้าว ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ภายในร่างกาย เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยชะลอวัยเเละลดริ้วรอยได้อีกด้วย
- น้ำมันรำข้าว มีประโยชน์ช่วยบำรุงผิวพรรณ ในน้ำมันรำข้าว มีสาร สควาลีน ที่มีสรรพคุณช่วยบำรุงที่ช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื่น ผิวนุ่มเเละมีความยืดหยุ่นดี
- น้ำมันรำข้าวช่วยป้องกันผิวจากเเสง UV ได้
- น้ํามันรําข้าว ประโยชน์ ช่วยดับกลื่นปากเเละกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ เเละยังช่วยเสริมสร้างสุขภาพในช่องปาก
- น้ำมันรำข้าว ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ในน้ำมันรำข้าว มีสาร โอไรโซนอลที่ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี นักกีฬาประเภทที่ต้องใส่กล้ามเนื้อจึงนิยมทานอาหารที่ใช้น้ำมันรำข้าว
- น้ำมันรำข้าวช่วยลดอาการท้องผูกได้ น้ำมันรำข้าวมีใยอาหาร ที่จะช่วยลดอาการท้องอืด เเละช่วยสร้างสมดุลของระบบทางเดินอาหารเเละระบบขับถ่ายได้ดี
- น้ำมันรำข้าวช่วย บำรุงระบบประสาทเเละสมอง ในน้ำมันรำข้าว มีกรดไลโนเลอิก มี่ช่วยให้ร่างกายกระตุ้นการดูซับกรดอะมิโนไปใช้ได้ดีขึ้น ส่งผลให้ระบบประสาทเเละสมองได้รับสารอาหารที่มากขึ้น เเละในน้ำมันรำข้าวยังมีวิตามินบี โอเมก้า 3,6 เเละ 9 ที่ช่วยเสริมสร้างเซลล์สมอง ให้มีความจำที่ดีขึ้น
- น้ำมันรำข้าว ช่วยบำรุงสายตาให้ดีขึ้น ในน้ำมันรำข้าวมีสารแคโรทีนนอยด์ ที่ช่วยรักษารักษาระบบสายตา ให้มองเห็นได้ชัดขึ้น ช่วยบรรเทาอาการอ่อนเพลียที่ตา เหมาะกับผู้ที่จ้องคอมเป็นเวลานาน
- น้ำมันรำข้าว ช่วยบำรุงผมและเล็บให้แข็งแรง เพราะในน้ำมันรำข้าวมีสารแคโรทีนอยด์ ช่วยบำรุงผมเเละเล็บให้แข็งแรง
ขอบคุณข้อมูลจาก : ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่






























