ความหวังของแฟนสิงโต

นับถอยหลังศึกฟุตบอลโลก 2022 เหลือเวลาอีกไม่ถึงสองเดือนแล้ว ที่นัดเปิดสนามจะทำการเขี่ยลูก เป็นธรรมดาที่หนึ่งในทีม “ขวัญใจชาวไทย” อย่าง อังกฤษ จะถูกยกให้เป็นหนึ่งตัวเต็งในการแข่งขันครั้งนี้ (อีกแล้ว) โดยร้านรับพนันอย่างถูกกฎหมายสำหรับนักนิยมการเสี่ยงดวงนั้น กำหนดให้ทีม “สิงโตคำราม” เป็นเต็ง 3 รองจากบราซิล เต็ง 1 และฝรั่งเศส แชมป์เก่า เลยทีเดียวนะครับ แต่เมื่อใกล้ถึงเวลากลับเกิดปัญหาขึ้นเมื่อฟอร์มลูกทีมของ แกเร็ธ เซาธ์เกตต์ ดูจะย่ำแย่ แทบไม่เหลือลายรองแชมป์ฟุตบอลยูโรฯ หมาด ๆ เอาเสียเลย ความหวังในเวิลด์คัพหนนี้ของพวกเขาจะริบหรี่ตามไปด้วยหรือไม่

หลายแฟนบอลวิจารณ์โค้ชว่าทำไมชอบรักตัวกลัวตาย เอาแต่เน้นตั้งรับ ทำให้ทีมของชาวผู้ดีนั้นทำประตูคู่ต่อสู้ในลักษณะโอเพ่นเพลย์นานถึง 495 นาทีเข้าไปแล้ว ทีมที่มีศูนย์หน้าระดับ แฮร์รี่ เคน ซึ่งอยู่ในสภาพที่ฟิตสมบูรณ์แถมไม่ได้ฟอร์มตก แต่กลับทำประตูในนามทีมชาติไม่ได้ เป็นไปได้อย่างไร?

หรือจะต้องให้เฟ้นหาโค้ชกองหน้ามาเทรนโดยเฉพาะเหมือนบางชาติแถวนี้ แฮร่!

สาเหตุเป็นอื่นไปไม่ได้สำหรับ เคน นั่นก็คือ ขาดคนใส่พานน่ะสิวุ้ย เลยกดสกอร์ไม่ได้ ตั้งแต่ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ที่ไม่ได้อยู่ในช่วงท็อปฟอร์มอีกต่อไปแล้ว รวมทั้งขาดเพลย์เมคเกอร์ดี ๆ อย่าง เมสัน เมาท์ จากเชลซี หรือตัวเทคนิคดี ๆ อย่างแจ็ค กรีลิช ซึ่งดันไม่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริง ส่วนแบ็กทั้งสองข้าง จะดีไซน์แบบวิงแบ็กไม่ต้องห่วงเกมรับมาก ดันไม่ให้โอกาสคนที่เล่นหวือหวาและเปิดเกมรุกได้ดีอย่าง เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ จนตำนานอย่าง แกรี่ ลินิเกอร์ ต้องออกมาบ่น แล้วเซาธ์เกตต์ ยังดันจับ บูกาโย่ ซาก้า ลงไปเล่นเสียอีก ปัดธ่อ

โค้ชสิงโตได้กล่าวหลังความพ่ายแพ้ต่ออิตาลี ในฟุตบอล ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก 0-1 ว่าพอใจกับภาพรวมในเกม รวมทั้งผลงานเฉพาะตัวของลูกทีมบางคน แต่ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมจังหวะสำคัญถึงทำไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่มีการสร้างสรรค์โอกาสเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ตัวเขาเข้าใจสำหรับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เนื่องจากอังกฤษไม่สามารถสร้างผลการแข่งขันที่แฟนบอลต้องการได้นั่นเอง

ความรัดกุมเป็นเรื่องดี สำหรับในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ แต่ถ้าปอดแหกมากเกินไปจนใช้ผู้เล่นแบบผิดฝาผิดตัว อันนั้นรังแต่จะทำให้เกิดผลเสียหาย เพราะฟุตบอลสไตล์อังกฤษนั้น ธรรมชาติไม่ได้เกิดมาเพื่อรับต่ำตามแทคติคอย่างทีมเยอรมันหรืออิตาลีใช้ในบางยุค เต็มที่ให้ยืนคุมโซนปิดช่องว่างให้ดี ๆ แล้วให้กลางไล่บี้หนัก ๆ เท่านั้นเหมาะสมที่สุดแล้ว

เสียดายผู้เล่นเก่ง ๆ ที่กำลังอยู่ในวัยพีค แฮร์รี่ เคน (28), ราฮีม สเตอร์ลิ่ง (27), เดแคลน ไรซ์ (23), เอริค ดายเออร์ (28), แฮร์รี่ แม็คไกวร์ (29) ฯลฯ รวมทั้งประสบการณ์ในบอลโลกครั้งที่แล้ว บวกกับศึกยูโรฯ ครั้งที่ผ่านมา ถ้าอังกฤษจะไม่ได้ผ่านเข้าสู่รอบลึกในกาต้าร์ 2022 หนนี้ กลายเป็น “หมูสนามจริง สิงห์สนามซ้อม” อีกครั้ง เพียงเพราะแทคติคของโค้ชก็ดูจะกระไรอยู่

เที่ยวนี้น่าจะเป็นโอกาสทองของทีม “สิงโตคำราม” ไปได้ใกล้เคียงมากที่สุดกับความฝันแชมป์ฟุตบอลโลก นับตั้งแต่เคยทำได้เมื่อปี 1966 แต่ก็ขึ้นอยู่กับทัศนคติของคนเป็นผู้นำด้วยว่ากล้าตั้งเป้าและสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกทีมคิดเหมือนกันว่าไปถึงจุดนั้นด้วยกันหรือไม่

เวิลด์คัพหนนี้ไม่มีอิตาลี ส่วนฝรั่งเศสนักเตะหลายคนดูอิ่มตัวกับความสำเร็จจนอาจมีแรงกระตุ้นที่น้อยเกินไป อาร์เจนตินา เมสซี่ ก็ต้องแบกทีมหนักและไม่ถึงกับมีขุนพลโดยรวมที่ดีนัก บราซิล เป็นตัวเต็งก็จริง แต่ไม่ได้เปรี้ยงปร้างทิ้งห่างเหมือนที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นอังกฤษไม่จำเป็นต้องกลัวใคร เพื่อนร่วมสายในรอบแรกอย่าง อิหร่าน, สหรัฐอเมริกา และเวลส์ ไม่ได้หนักมากด้วย

หวังว่าพอถึงสนามจริง แกเร็ต เซาธ์เกตต์ จะพา สิงโต จะกลับมาคำรามได้อีกครั้ง!