
เมื่อวันก่อน เห็นดราม่าเกี่ยวกับละครเรื่องหนึ่งทางช่องน้อยสี ได้อ่านคอมเมนต์ชาวเน็ตที่พูดไปในทิศทางเดียวกันว่า ตอนเริ่มแรกของละครเรื่องนี้คือทำมาดีมาก สนุก น่าติดตาม พระเอกหล่อนางเอกสวย คืออะไร ๆ มันก็ดูลงตัวไปหมด แต่พอเข้าสู่ช่วงกลาง ๆ เรื่อง และล่าสุดที่มีดราม่าเล็ก ๆ ขึ้นมาคือเป็นช่วงที่เข้าสู่โค้งสุดท้าย หลายคนที่เคยอวยในวันนั้นบอกว่าขอถอนคำพูด เพราะในที่สุด “ละครไทยก็คือละครไทย หลุดไม่พ้นกับความบ้งเดิม ๆ” เท่าที่ไล่อ่านดู คนส่วนใหญ่ไม่ต่อว่านักแสดงเลย แต่พวกเขาด่าที่บทมัน “บ้ง” ต่างหาก บ้งขนาดที่นักแสดงฝีมือดีก็เริ่มเอาไม่อยู่
ในโพสต์จุดประการดราม่านั้นบอกชัดเจนว่าคือละครเรื่องอะไร ส่วนตัวก็ไม่รู้หรอกว่าตอนต้นมันดีแค่ไหน และตอนท้าย ๆ เรื่องมันบ้งแค่ไหน แต่ก็พอจะมองออกนะว่า “วังวน” ที่ละครไทยก้าวข้ามไม่ได้คืออะไร ด้วยความที่ไม่ได้ดูละครทีวีมาหลายปีแล้วแต่เห็นโพสต์ดราม่าทำนองนี้เสมอ เลยคิดว่าก็น่าจะเป็นเหตุผลเดิม ๆ สาเหตุหลักของการไม่ดูละครไทยก็คือเบื่อละครไทยแบบที่เขาเอ่ยในดราม่านั่นแหละ แต่อีกเหตุผลก็คือ ชีวิตนี้มีทีวีที่เปิดแล้วมีแต่เสียงไม่มีภาพอยู่เครื่องหนึ่ง มันถูกทิ้งไม่ได้เปิดใช้งานเลยต่ำ ๆ ก็ 2 ปีแน่ ๆ แตะต้องมันเฉพาะตอนทำความสะอาดเท่านั้น
แต่ในทางกลับกัน นี่กลับรู้สึกว่างานบันเทิงไทยที่ไม่ได้ผลิตออกฉายช่องทีวี แต่นำมาเป็น original content ลงในแอปฯ สตรีมมิ่งหลาย ๆ เจ้า หลายเรื่องทีเดียวที่ทำออกมาได้ดี ไม่ใช่ทั้งหมด ไม่ใช่ส่วนใหญ่ แต่มีแนวโน้มไปในทางที่ดี ด้วยความที่เป็นคนมาตรฐานสูงอยู่พอสมควร เพราะเวลาไม่ได้มีเยอะ ถ้าเรื่องไหนมู้ดโทนชวนบ่นตั้งแต่ 10 นาทีแรก ก็จะไม่เสียเวลาดูแล้ว แต่นี่เกิดปรากฏการณ์แปลก ๆ กับคอลัมน์ชะนีติดซีรีส์ เพราะดูซีรีส์ไทย 2 เรื่องติด
สัปดาห์ก่อนเป็นซีรีส์ไทยเรื่อง เธอซึมเศร้า แต่เขา OCD สัปดาห์นี้ก็ยังเป็นซีรีส์ไทยอยู่ เรื่องนี้เห็นตัวอย่างมานานแล้ว น่าจะตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เห็นว่าน่าดูดี และรู้ว่าเป็นผลงานของ GMMTV ซึ่งปกติงานค่ายนี้โอเคเลย บางเรื่องดีมากด้วยซ้ำ ติดตรงที่ว่าไม่เห็นข่าวสักทีว่าจะเริ่มฉายเมื่อไร แต่จู่ ๆ ก็ดันไปเห็นคลิปไฮไลต์บนเฟซบุ๊กของ GMMTV สรุปก็คือเริ่มฉายแล้วตั้งแต่ 10 ส.ค. ที่ผ่านมา แต่ไปสตรีมที่แอปฯ Disney+ hotstar หาดูยากไปอีก

Good Old Days ร้านซื้อขายความทรงจำ เป็นเรื่องราวการ “ขาย” และ “ตามหา” สิ่งของจากของร้านขายของเก่าร้านหนึ่งที่มีชื่อร้านว่า Good Old Days Memory Store เจ้าของร้านเป็นหนุ่มสมัยใหม่ ที่รู้และเข้าใจถึงคุณค่าของความเก่าของสิ่งของแต่ละชิ้น อย่างไรก็ดี ร้านขายของเก่าร้านนี้ “ซื้อขายเรื่องราวของวัตถุมากกว่าตัววัตถุ” เพราะของทุกชิ้นมีความทรงจำ…ที่อาจทำให้คุณคิดถึงใครบางคน เรื่องเล่าจากพล็อตง่าย ๆ ที่มันสามารถเกิดขึ้นได้ในชีวิตของเรา ด้วยความที่มันจับต้องได้ เลยทำให้เรารู้สึกอินตามได้ไม่ยาก ของทุกชิ้นมีเรื่องราวที่ชวนเรียกน้ำตา
สิ่งของที่ถูกนำมาเล่าเรื่องราวในซีรีส์เรื่องนี้มีด้วยกัน 6 ชิ้น ด้วยความยาวซีรีส์ 12 ตอน (ของ 1 ชิ้นมีตอนย่อย 2 ตอน) โดยบทซีรีส์ทั้ง 6 ตอนใหญ่ ได้รับแรงบันดาลใจและพัฒนามาจากหนังสือรวมการ์ตูนสั้นชุด ชายผู้ออกเดินทางตามเสียงของตัวเอง และบทกวีชั่วชีวิตของ สะอาด โฮสต์ประจำรายการ โลกคือการ์ตูน
เราไม่ได้ตั้งราคาจากคุณค่าของวัตถุ แต่เราตั้งราคาจากคุณค่าของเรื่องราวต่างหาก
“คุณค่าของเรื่องราว” บราโว่! บอกตรง ๆ ว่ารู้สึกทัชใจมากกับวลีนี้ เมื่อก่อนตอนที่ยังเด็กกว่านี้ ใช้ชีวิตแบบไม่ประสีประสาเท่าไร เคยนึกสงสัยเหมือนกันว่าพวกร้านขายของเก่า ๆ เนี่ย เขาขายออกบ้างไหม โอเค ถ้าขายได้ มันก็เกิดคำถามขึ้นมาอีกว่าก็แล้วทำไมคนบางคนถึงจะต้องอยากได้ของเก่าด้วย แล้วอะไรดลใจให้มาเปิดร้านรับซื้อข้าวของเก่า ๆ จากคนหนึ่ง ตั้งโชว์ไว้ในร้าน เพื่อรอเวลาให้ใครสักคนมาตามหาแล้วซื้อมันกลับไป ตอนนั้นก็รู้สึกแหละว่าธุรกิจนี้มันไม่ได้ซับซ้อนอะไรหรอก เหมือนจะเข้าใจนะ แต่ก็อธิบายอะไรหลาย ๆ อย่างให้ตัวเองฟังไม่ได้

แต่พอโตขึ้น ชีวิตผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควร การที่เราได้มีประสบการณ์ร่วมกับสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาอยู่กับเราในช่วงเวลาหนึ่ง แต่สุดท้ายมันก็เดินทางไปถึง “วันสุดท้าย” แบบที่เคยได้ยินพวกผู้ใหญ่พูดกันว่า “มีพบก็ต้องมีจาก งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา” นั่นคือครั้งแรกเลยที่ได้รู้ว่าคนเราจะต้องตามหาของเก่าไปเพื่ออะไร นั่นเป็นเพราะเราไม่ได้มี “ของที่ระลึก” เกี่ยวกับประสบการณ์ในช่วงนั้นอยู่เลย การที่เราเดินร่วมทางกับสิ่งนั้นมา หลาย ๆ คนไม่คาดคิดมาก่อนแน่ ๆ ว่าวันหนึ่งมันอาจจะหายไป แค่ความทรงจำอย่างเดียวมันจับต้องไม่ได้เท่ากับสิ่งของ
หลังจากเรียนจบ ทำงาน หาเงินใช้เองได้ นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการออกตามหาสิ่งของหลาย ๆ ชิ้นที่เราเคยมีประสบการณ์ชีวิตร่วมกับมัน และใช่ ทุกวันนี้ของพวกนั้นมันกลายเป็น “ของเก่า” ไปแล้ว หาซื้อของใหม่กิ๊กไม่ได้ เพราะเขาเลิกผลิต เลิกวางขาย หมดสต็อกไปตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน อะไรก็ว่าไป แต่จริง ๆ มันมีเหตุผลหลายอย่างเลยนะที่ทำให้เราในอดีตจำต้องปล่อยของชิ้นนั้นให้หลุดมือไป ของบางอย่างเราทำได้แค่เกาะกระจกมอง แล้วพ่อแม่ต้องมาลากเราออกไปจากตรงจุดนั้น พอนึกย้อนไปก็ได้แต่โกรธตัวเอง

พอมาถึงตอนนี้ เลยเข้าใจเลยว่า “แพงแค่ไหนก็จะซื้อ” มันเป็นยังไง ด้วยเรื่องราวการเดินทางของของแต่ละชิ้นมันแพงไง แน่นอนว่ามันไม่ได้จำเป็นขนาดที่ว่าถ้าไม่มีของสิ่งนี้ในชีวิตแล้วเราจะใช้ชีวิตต่อไม่ได้ เพราะช่วงเวลาที่เราตามหามันอยู่ เราก็ไม่ได้มีมันในครอบครอง แต่มันเป็นความพยายามที่จะมีสิทธิ์ครอบครองเพื่อความรู้สึกทางจิตใจ ความรู้สึกที่ได้ย้อนวัยไปเมื่อวันวาน เราหมุนเข็มนาฬิกากลับไปไม่ได้ ขอแค่ได้หวนนึกถึงความรู้สึกในตอนนั้นก็ยังดีตอนที่ได้สัมผัสกับของชิ้นนั้น แล้วยิ่งถ้ามีความทรงจำร่วมกับของสิ่งนั้นด้วยแล้ว มันก็ยิ่งมีคุณค่า นั่นแหละ ก็เพราะว่ามันมีเรื่องราวบางอย่างถูกแฝงอยู่ในสิ่งของแต่ละชิ้น มันคือการเดินทางระหว่างเราและสิ่งของชิ้นนั้น
สำหรับร้าน Good Old Days Memory Store ซึ่งเป็นร้านขายของเก่าในซีรีส์ ก็ได้ถ่ายทอดอีกมิติของของเก่าจากมุมของคนขาย คืองี้ ของทุกชิ้นมันมีความหมายในหลาย ๆ มิติ ทั้งเรื่องของมูลค่า ซื้อมาถูก ซื้อมาแพง หรือได้มาฟรี เรื่องของคุณค่า อรรถประโยชน์จากของสิ่งนั้น การใช้งาน คุณค่าทางจิตใจ และอีกด้านคือเรื่องราวการเดินทางของสิ่งของชิ้นนั้น ซึ่งมันมีคุณค่าในตัวของมันเอง นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมมันถึงได้มีราคาแพง ขนาดที่ว่าเจ้าของร้านรับซื้อของเก่ายังมีเงื่อนไขในการรับซื้อของมาไว้ในร้านเลย “ถ้าคุณต้องการขายของให้ผมสักชิ้นหนึ่ง คุณต้องบอกผมให้ได้ว่าของชิ้นนั้นมีคุณค่ายังไง เพราะถ้ามันไม่มี ต่อให้เป็นตะเกียงวิเศษผมก็ไม่ซื้อ!”
ของที่เจ้าของไม่สามารถเก็บเอาไว้ได้ด้วยเหตุผลบางอย่าง
เจ้าของร้าน Good Old Days Memory Store เคยให้สัมภาษณ์กับรายการหนึ่งที่ไปสัมภาษณ์เขาเกี่ยวกับร้านขายของเก่าที่เขาเปิด มีช่วงหนึ่งที่เขาพูดกับกล้องว่า “ของส่วนใหญ่ในร้านนี้ เป็นของที่เจ้าของไม่สามารถเก็บเอาไว้ได้ด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่ตัดใจทิ้งก็ทำไม่ได้ เพราะเหมือนเราทิ้งเรื่องราวและคุณค่าที่มีมาร่วมกับมัน”

ซึ่งนั่นก็เลยกลายเป็นเรื่องราวตอนย่อย ๆ ในซีรีส์ ที่เล่าถึงเรื่องราวของสิ่งของ 6 ชิ้น ที่เจ้าของนำมาทิ้งไว้ที่ร้านรับซื้อของเก่าแห่งนี้ ด้วยเหตุผลที่ “ไม่สามารถเก็บมันเอาไว้ได้” ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า เรื่องราวที่ถูกฝังอยู่ในสิ่งของชิ้นนั้น ๆ ที่จะมีเพียงเจ้าของและคนที่อยู่ในเรื่องราวนั้นเท่านั้นที่จะรู้ได้ มันไม่ได้มีแค่เรื่องดี ๆ เสมอไป ของบางชิ้นคือความผูกพันที่เจ็
มันก็เหมือนกับการที่คนบางคนขนข้าวของทุกชิ้นที่เคยได้จากแฟนเก่าไปคืนหรือเอาไปทิ้งนั่นแหละ เพราะเราไม่สามารถทนมองเห็นการมีอยู่ของสิ่งของชิ้นนั้นได้เลย มันมีแต่ความทรมาน ความเจ็บปวด ความรู้สึกในด้านลบของการเลิกราทำให้เราไม่สามารถมีความสุขกับเรื่องราวดี ๆ ในของชิ้นนั้นได้ แค่เห็นของสิ่งนั้น สิ่งที่เคยพยายามจะลืมมันก็วนกลับมาให้ได้ร้องไห้อีกเป็นครั้งที่เท่าไรก็ไม่รู้ ในเมื่อเราทนมองเห็นของชิ้นนั้นไม่ได้ ก็สู้เอาไปคืนหรือเอาไปทิ้งให้มันจบ ๆ ไปไม่ดีกว่าหรือ เรื่องราวที่ผ่านมาเกี่ยวกับของชิ้นนั้นจะเป็นอย่างไร มันไม่สำคัญเท่ากับว่าเรื่องราวมันจบลงอย่างไร ถ้ามันจบไม่สวย ของชิ้นนั้นจะกลายเป็นความทรงจำที่เลวร้ายไปในทันที

ถึงอย่างนั้น บางคนก็ใจกล้าดีที่ยังเก็บมันไว้ แม้ว่าเรื่องราวของมันจะคอยย้ำเตือนถึงความผิดพลาดและความเจ็บปวดได้เสมอ จริง ๆ แล้วคนที่ไม่ทิ้งสิ่งของที่เรื่องราวมันเหยียบย่ำจิตใจของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ไม่ใช่คนขี้ขลาดที่ไม่กล้าทิ้งความทรงจำในส่วนดีนะ ออกจะกล้าหาญด้วยซ้ำไป เพราะที่ยังเก็บเอาไว้ ก็เพื่อให้มีสิ่งที่เตือนใจตัวเองมากกว่า ว่าต่อจากนี้จะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไรเพื่อที่จะไม่เดินไปสู่จุดจบแบบที่เคยเจอมาก่อน จุดจบแบบเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับของชิ้นนี้
แต่คนที่ตัดสินใจทิ้งหรือไม่เก็บมันไว้ก็ไม่ได้ผิดอะไรนะ คือถ้าเก็บไม่ไหว ทำใจไม่ได้ก็ไม่ต้องเก็บ จะเอาไปปล่อยให้กับร้านรับซื้อของเก่าก็ได้ถ้ามันมีมูลค่าด้วย จะได้ได้เงินด้วย เห็นไหมว่ามันก็ยังพอจะมีประโยชน์ในการเดินทางสุดท้ายเหมือนกัน การที่เราเก็บของสิ่งนั้นไว้ไม่ได้ มันก็เป็นแค่กระบวนการหนึ่งในการมูฟออนเท่านั้นแหละ
ขยะมันก็ยังมีเส้นทางของมัน แต่ของที่ถูกลืม ถูกทิ้งไว้ในตู้ มันก็คงถูกทิ้งไว้อย่างนั้น
ซีรีส์เรื่องนี้จะถ่ายทอดเรื่องราวของสิ่งของ 6 ชิ้น ชิ้นหนึ่งจะมีตอนย่อย ๆ ที่เล่าเรื่องราวความเป็นมาของมันอยู่ 2 ตอน ซีรีส์จึงมีทั้งสิ้น 12 ตอนจบ ที่ดูตอนล่าสุดเมื่อคืนก่อน เป็นตอนปัจจุบันตอนที่ 10 ก็เท่ากับว่าซีรีส์เล่าเรื่องราวของสิ่งของไปแล้ว 5 ชิ้น เหลือเรื่องราวของสิ่งของชิ้นสุดท้ายในสัปดาห์หน้า ซึ่งมันก็ถึงคิวของเรื่องราวของสิ่งของชิ้นหนึ่งที่คุณเจ้าของร้าน Good Old Days Memory Store เข้าไปมีส่วนผูกพันในเรื่องราวนั้น ดูทรงจากตัวอย่างตอนต่อไปแล้ว คงจะเจ็บปวดกับของชิ้นนี้ไม่น้อยเลยล่ะ

ทีนี้เราก็จะได้เห็นเรื่องราวของคนที่คอยรับฟังเรื่องราวของคนอื่นและสิ่งของแต่ละชิ้นมาตลอด 10 ตอน ว่าเขาเองก็มีแผลใจจากสิ่งของชิ้นหนึ่งเหมือนกัน จากคำโปรยในตัวอย่างที่เขาพูดว่า “ขยะมันก็ยังมีเส้นทางของมัน แต่ของที่ถูกลืม ถูกทิ้งไว้ในตู้ มันก็คงถูกทิ้งไว้อย่างนั้น” ค่อนข้างชัดนะว่าตัวเขาอาจจะเป็นคนที่ถูกทิ้งลืมถูกลืมเอาไว้ เลยเปรียบตัวเองเหมือนกับสิ่งของที่เจ้าของไม่สนใจ ถ้าสิ่งของเหล่านั้นมีชีวิต มันก็คงไม่อยากถูกทิ้งเอาไว้ราวกับถูกลืมไปแล้ว ถูกปล่อยปละละเลยวางแอ้งแม้งไว้อย่างนั้นจนฝุ่นเกาะ แล้วก็ไม่เคยคิดที่จะเหลียวหลังกลับมาดูอีกเลย
เวลานี้ ดูเหมือนว่าของสิ่งนั้นที่ถูกทิ้งเอาไว้อย่างไม่สนใจไยดีกำลังรู้สึกอิจฉาแม้กระทั่ง “ขยะ” เพราะอย่างน้อยที่สุด ขยะมันก็มีเส้นทางที่ชัดเจนว่ามันต้องไปไหน มันถูกจงใจทิ้งเพราะเจ้าของไม่ต้องการมันอีกต่อไปแล้วมันเลยกลายเป็นขยะ ความชัดเจน ไม่คาราคาซัง ส่งขยะให้เดินหน้าไปต่อได้ อาจจะถูกนำไปรียูส นำไปรีไซเคิล หรือนำไปทำลายทิ้งให้สิ้นซาก ก็ยังดีกว่าถูกทิ้งอย่างไม่ใส่ใจอยู่ที่เดิม ไม่มีประโยชน์อะไรเลย ไปต่อก็ไม่ได้ กลับหลังหันยิ่งไม่ได้ใหญ่
ซีรีส์เรื่องนี้ปูทางมาตั้งแต่แรกแล้วว่าเรื่องราวของสิ่งของแต่ละชิ้นที่ทำให้ของสิ่งนั้นมีคุณค่ามีราคาน่ะ มันล้วนเกิดขึ้นมาจากคนที่เกี่ยวข้องกับของชิ้นนั้น อาจจะเป็นเจ้าของโดยตรงเพียงคนเดียว หรือมีคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยก็ได้ ส่วนใหญ่แล้ววัตถุถูกผูกโยงเข้ากับชีวิตของคนเราเสมอแหละ มันถึงกลายเป็นเรื่องราวขึ้นมาได้ และก็เป็นเหตุผลว่าทำไมบางคนต้องออกตามหาของเก่า เรื่องราว 5 เรื่องที่เกี่ยวกับของ 5 ชิ้นต่างก็จบลงได้อย่างสวยงามในแบบของมัน ของชิ้นสุดท้ายและเรื่องราวสุดท้ายที่ซีรีส์จะเล่าต่อในสัปดาห์หน้าจะจบลงแบบไหน จะแหกคอกจบแตกต่างจากของชิ้นอื่นหรือเปล่า

ซีรีส์หรือละครไทยที่ทำออกมาดี ๆ น่ะ เอาเข้าจริงมันก็ยังมีอยู่บ้างนะ มันก็ยังไม่ถึงขั้นสิ้นไร้ไม้ตอก สิ้นหวังขนาดนั้น แต่ก็เข้าใจแหละว่าบางคนก็รู้สึกเข็ดกับละครไทยจริง ๆ ที่เริ่มต้นมาดีแต่ตายตอนจบก็มีอยู่ไม่น้อย ดังนั้น เราก็คงต้องเลือกดูดี ๆ
อย่างซีรีส์เรื่อง Good Old Days ร้านซื้อขายความทรงจำ เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่อยากให้หลาย ๆ คนเปิดใจดู มันเป็นเรื่องที่พล็อตธรรมดา ๆ ไม่ได้หวือหวา ไม่ได้มีอะไรให้ลุ้น แต่มันเน้นสร้างความประทับใจมากกว่า เมื่อคนเราต้องตามหาความทรงจำที่หล่นหายไป แต่จริง ๆ มันซ่อนอยู่ในสิ่งของ 6 ชิ้น ของที่มีคุณค่าต่อชีวิตคนขาย ส่วนคนตัดสินใจซื้อก็รับรู้ถึงคุณค่านั้นก่อนจะจ่ายเงินซื้อ มันไม่ใช่แค่วัตถุเก่า ๆ ดูสกปรก แต่มันคือความทรงจำ🗝






























