นัดแรกของ ETH

ราวกับฟ้าสั่งมาครับให้การคุมทัพนัดแรกของ เอริก เทน ฮาก กลายเป็นเกมที่ต้องปะทะกับคู่แค้นอย่าง ลิเวอร์พูล ในศึก “The Match” ณ สนามราชมังคลากีฬาสถานในอังคารที่ 12 ก.ค.นี้ จะเรียกว่าเป็นการประเดิมยุคใหม่ของ “ปีศาจแดง” ก็คงไม่ผิดนัก เพราะซัมเมอร์ที่ผ่านมามีความเปลี่ยนแปลงสูงเหลือเกิน ตามที่ผมลองรวบรวมมาให้แบบนี้

1. เปลี่ยนกุนซือเปลี่ยนสตาฟ – เอริก เทน ฮาก เข้ามาคุมทีมแทน ราล์ฟ รังนิก แถม รังนิก เองไม่ยอมอยู่เป็นที่ปรึกษาต่อด้วย พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทีมงานผู้ช่วยและสตาฟโค้ช จึงน่าติดตามแนวทางของ ETH ยิ่งนัก ว่าจะมาปรับสไตล์การเล่นและการจัดตัวของทีมใหม่แค่ไหน จะเอาจิตวิญญาณความเป็นอาแจ็กซ์ มายัดใส่ในทีมมากมายหรือไม่ และความไม่มีประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกจะส่งผลกระทบต่อการคุมทีมของเขามากน้อยขนาดไหน? ทุกอย่างรอการพิสูจน์

2. ปล่อยนักเตะเก่าทิ้งครึ่งทีม – ในช่วงที่ผ่านมาแมนฯยูไนเต็ด ใจเด็ดมีการรีดไขมันส่วนเกิน คือปล่อยผู้เล่นที่คาดว่าจะไม่ได้ใช้งานออกไปมากมาย อาทิ เอดินสัน คาวานี่, ปอล ป๊อกบา, เจสซี่ ลินการ์ด, เนมานย่า มาติช, ฮวน มาต้า, ดีน เฮนเดอร์สัน (ยืมตัว), และอาจจะมีตามออกไปอีกบางรายอย่าง อาร่อน ฟาน บิสซาก้า, อันเดรส เปย์เรร่า และคริสเตียโน่ โรนัลโด้!! ซึ่งน่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในทีมไปได้มหาศาล

อยู่ที่ว่า เทน ฮาก จะหาตัวแทนที่สมน้ำสมเนื้อเข้ามาได้รึเปล่า หรือจะฝากอนาคตไว้กับเด็กเก่าที่รอพิสูจน์ตัวรอบสองอย่าง อองโธนี่ มาร์กซิยาล, ดอนนี่ ฟาน เดอเบ็ค

3. เสียโรนัลโด้ – กุนซือคนใหม่เจอปัญหาในทีมเท่านั้นยังไม่พอ ซูเปอร์สตาร์ประจำทีมอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยังออกมาประกาศว่าจะไม่อยู่กับทีมต่อเข้าไปอีก สโมสรพยายามยื้อแต่จะรั้งตัวอยู่หรือไม่ และถ้าต้องเสียไปจะหาใครมาแทน “โด้” กับจำนวนสกอร์ที่เขาเคยทำได้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว คงไม่ใช่สถานการณ์ที่ง่ายดายสำหรับผู้บริหารสโมสรอย่างแน่นอน

4. ข้อจำกัดไม่ได้เล่น ชปล. – ในวันที่ไม่ได้ไปเล่นฟุตบอลถ้วยใหญ่ของยุโรป โอกาสที่จะดึงตัวนักเตะเวิลด์คลาส อย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หรือคนอื่น ๆ เข้ามาเป็นไปได้ยาก ขนาด คริสเตียน เอริคเซ่น ยังลังเล ได้มาแค่ ไทเรลล์ มาลาเซีย

นั่นคือข้อจำกัดที่ทำให้ ETH อาจต้องกลับมาฝากความหวังกับนักเตะเดิมที่มีอยู่อย่าง เจดอน ซานโช่, บรูโน่ เฟร์นานเดซ, เอลังก้า, มาร์คัส แรชฟอร์ด หรือพวกดาวรุ่งหน้าใหม่อย่าง แอนโธนี่ จาก อาแจ็กซ์ ยังพอมีสิทธิ์บ้าง

ความจริงผู้เล่นเดิมที่มีอยู่ก่อนเจอ “หงส์แดง” ที่กรุงเทพฯ ก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร แถมยังเป็นชุดนักเตะที่อยู่กับทีมมานาน ร่วมเล่นกันมาหลายปี ทีมเวิร์กควรจะได้เปรียบทีมอื่น ๆ อยู่ที่ เทน ฮาก จะสร้างความมั่นใจให้พวกเขากลับคืนมาได้หรือไม่ แล้วก่อนเปิดฤดูกาลค่อยภาวนาให้สามารถเติมผู้เล่นที่สามารถยกระดับให้กับทีมเข้ามาได้จริงอีกสักคนสองคน

“เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง” ประโยคนี้สำคัญมากสำหรับเฮดโค้ชใหม่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า เราจะได้พิสูจน์กันในแมตช์ประเดิมของ เทน ฮาก ดูสิว่าเราจะได้เห็นอะไรใหม่ ๆ จากลีลาการเล่นของพวกเขาในศึก “แดงเดือด” ที่สนามราชมังคลาฯ ต่อหน้าแฟนบอลชาวไทยครั้งนี้บ้าง?.