Home Inspiration รถเราไม่เก่าเลย กลิ่นรถยุโรป ผมไม่ได้คิดไปเอง!

กลิ่นรถยุโรป ผมไม่ได้คิดไปเอง!

คุณเคยได้กลิ่นรถยุโรปกันบ้างไหมครับ?

ตามปกติแล้วผมเป็นคนที่ใช้รถยนต์ค่ายญี่ปุ่นในชีวิตประจำวัน โดยทั่วไปถ้าเป็นรถใหม่ออกจากโชว์รูมก็จะมีกลิ่นเฉพาะตัวของมันที่เรียกกันว่า “กลิ่นใหม่” ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปกลิ่นใหม่ก็จะจางลง แต่กับรถยุโรปแล้ว ในกรณีนี้ขอเน้นไปที่ 2 ค่ายดังจากเยอรมนีอย่าง เมอร์เซเดส-เบนซ์ และบีเอ็มดับเบิลยูก็แล้วกันครับ ผมรู้สึกว่ามันจะมีกลิ่นเฉพาะตัวของมัน

ย้อนไปสมัยเด็ก ๆ ผมเคยไปนั่งรถเบนซ์ของคุณลุง จำได้ว่าได้กลิ่นคล้าย ๆ สีเทียนหรือสีน้ำมัน นั่งไปนาน ๆ ก็มีปวดหัวเหมือนกัน โตขึ้นมาสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ผมนั่งรถบีเอ็มดับเบิลยูของเพื่อนอยู่บ่อยครั้ง กลิ่นนั้นก็กลับมาเตะจมูกอีกครั้ง และล่าสุดผมมีโอกาสได้ใช้รถเมอร์เซเดสรุ่นหนึ่งเป็นการชั่วคราว ก็ได้กลิ่นนั้นกลับมาอีกครั้ง

ตอนแรกผมนึกว่าเป็นผมคนเดียวที่คิดไปเองว่าได้กลิ่นสีเทียน แต่พอลองไปเสิร์ชข้อมูลในกลุ่มของคนที่ใช้ทั้งเบนซ์และบีเอ็มฯ ก็มีการพูดถึงกลิ่นนี้เหมือนกันครับ ไม่เว้นแม้กระทั่งคนที่ใช้รถ 2 รุ่นนี้ก็มีการพูดถึงกลิ่นของสีเทียนเช่นกันครับ ส่วนตัวของผมเองก็พยายามหาสาเหตุครับว่ามันคือกลิ่นอะไร

สิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่มุ่งเป้าไปหาคือ “เบาะหนัง” ว่าอาจเป็นเบาะที่มีลักษณะเฉพาะ ซึ่งมันทำให้ผมยิ่งสงสัย เพราะรถญี่ปุ่นหลาย ๆ รุ่นที่ใช้เบาะหนังแท้ ผมไม่เคยเคยได้กลิ่นที่ว่านี้เลย ไม่อยากจะบอกว่าตั้งแต่สมัยเด็กผมเคยลองก้มไปดมที่เบาะแบบแนบจมูกมาแล้ว แต่มันก็ไม่ใช่กลิ่นสีเทียนที่ผมสงสัยแต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน กลิ่นดังกล่าวก็ไม่ได้ออกมาจากช่องแอร์อย่างที่หลายคนสงสัย มีผู้ใช้รถบางท่านในกลุ่มคนใช้เบนซ์บ้านเราบอกว่าเคยลองพยายามทั้งล้างแอร์ เปลี่ยนกรองแอร์ และอบโอโซน รวมถึงเคยลองเปลี่ยนพรมใต้ทั้งคัน ก็ขจัดออกไปได้เพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น มิหนำซ้ำยังมีกลิ่นติดตัวและพวงมาลัยออกมาด้วย

หนึ่งในทางที่เป็นไปได้มากที่สุด มีข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างประเทศ www.autosofdallas.com ระบุว่ารถยุโรปทั้งเบนซ์และบีเอ็มฯ โดยเฉพาะรถที่มีอายุ 7-10 ปีขึ้นไป จะมีกลิ่นแบบที่ผมอธิบายมาเป๊ะเลยครับ ซึ่งมันคือส่วนของแว็กซ์ที่เคลือบตัวฉนวนกันความร้อนของรถที่มีอยู่ทั่วทั้งคัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาเราจอดรถตากแดดทิ้งไว้และเข้ามาในรถใหม่ ๆ กลิ่นนี้ก็จะยิ่งแรงขึ้น เนื่องจากเจ้าแว็กซ์ที่ว่านี้ได้รับความร้อนจากแสงแดดและส่งกลิ่นออกมา ฉะนั้นไม่น่าแปลกใจที่บางท่านเข้าไปนั่งในรถยุโรปแล้วมีอาการเวียนหัวจากกลิ่นรถยุโรปที่ว่ามานี้ ที่สำคัญเป็นคำถามที่บางศูนย์บริการก็ให้คำตอบไม่ได้

ปัญหาที่ผมว่ามาส่วนใหญ่มักจะเกิดกับรถที่มีอายุ 7-10 ปีขึ้นไปนะครับ เพราะรถยุโรปทั้ง 2 รุ่น ในยุคปัจจุบัน ไม่ค่อยรู้สึกถึงกลิ่นสีเทียนนี้แล้ว รวมถึงในเบนซ์บางรุ่นก็มีการติดตั้งระบบปรับอากาศที่มาพร้อมน้ำหอมปรับอากาศออกมาจากโรงงานเลย ดังนั้น ปัญหากลิ่นสีเทียนน่าจะหมดไปในรถยุโรปรุ่นใหม่ ๆ แล้ว

ฉะนั้น หากใครซื้อรถยุโรปมือสองแล้วได้กลิ่นสีเทียนภายในรถ บอกเลยว่าเป็นเรื่องปกติครับ และคุณก็ไม่ได้คิดไปเองแน่นอน เพราะกลิ่นนั้นมันเหมือนกับกลิ่นสีเทียนจริง ๆ นะ ว่าแล้วกลิ่นยังติดจมูกผมอยู่เลยครับ (ฮา ๆ)