ประมาณสัปดาห์ที่สองของเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Netflix ได้ประกาศตัวเลขจำนวนสมาชิกของ Netflix ในแต่ละภูมิภาคออกมา โดยแบ่งเป็นสี่ภูมิภาคทั่วโลก เริ่มจากอันดับหนึ่งที่อเมริกาเหนือ ที่มีสองประเทศใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาและแคนาดา มีตัวเลขสมาชิก Netflix อยู่ที่ 74.58 ล้าน ขณะที่อันดับสองคือยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกาอยู่ที่ 73.73 ล้าน ส่วนละตินอเมริกาอยู่ในอันดับที่สาม 39.61 ล้าน และอันดับที่สี่ได้แก่โซนเอเชียแปซิฟิก มีจำนวนที่ 33.72 ล้าน
จากตัวเลขดังกล่าวจะเห็นว่าทวีปอเมริกาเหนือยังคงเป็นตลาดใหญ่ของ Netflix ในขณะที่เอเชียแปซิฟิก เป็นตลาดที่เล็กที่สุด แต่เอาเข้าจริงก็เป็น “เล็กพริกขี้หนู” เพราะในช่วงไตรมาสแรกของปี 2022 นั้นจำนวนสมาชิกในเอเชียแปซิฟิก โตได้เร็วกว่าในภูมิภาคอื่น นั่นแสดงให้เห็นว่าสภาพเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นั้นได้รับผลกระทบจากภาวะถดถอยของเศรษฐกิจโลกยุคหลังสงครามโรคโควิด-19 ไม่มาก และมีโอกาสที่ Netflix จะสร้างจำนวนสมาชิกได้
ซึ่งโอกาสดังกล่าวน่าจะเป็นช่องทางแก้ปัญหาของ Netflix ที่ต้องเผชิญกับสภาวะสูญเสียสมาชิกเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาจาก 221.84 ล้านรายมาเหลือที่ 221.64 ราย ซึ่งเป็นผลมาจากการขึ้นค่าบริการสมาชิก ทั้งนี้การสูญเสียสมาชิกในจำนวนที่เทียบเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วน้อยมากนั้น ไม่ได้ส่งผลต่อการแนวทางในการดำเนินธุรกิจของ Netflix เท่าไรนัก เพราะผู้บริหารยังคงค่าบริการตามที่ควรจะเป็นเอาไว้ ไม่ลงมาเล่นกับสงครามราคาของสตรีมมิ่ง ที่กำลังขับเคี่ยวกันอย่างหนักในปัจจุบัน
ขณะเดียวกัน Netflix ใช้กลยุทธ์ในการปรับแพ็กเกจ ให้มีทางเลือกมากขึ้นและเตรียมปล่อยแพ็กเกจ ราคาเป็นมิตรให้กับกลุ่มผู้ที่ต้องการใช้บริการแต่มีงบประมาณจำกัด ซึ่งต้องยอมรับกับโฆษณาที่จะถูกจัดเข้ามาอยู่ในระหว่างรับชมเนื้อหา
ด้วยความชัดเจนในการบริหาร นอกเหนือจากที่จะไม่ทำสงครามราคาสมาชิกเหมือนกับเจ้าอื่น ๆ แล้ว Netflix ยังคงมุ่งมั่นในการสร้างซีรีส์หรือภาพยนตร์ ที่เป็น Original Netflix เพราะนี่คือทางรอดเดียวของคนทำธุรกิจ Show Business กับการเป็นเจ้าของ Content
แม้ว่าปัจจุบัน Original Netflix อาจจะยังไม่เข้าเป้ามากเหมือนสตรีมมิ่งเจ้าใหญ่ที่เป็นเจ้าของสตูดิโอ ผลิตภาพยนตร์ของฮอลีวูด แต่ซีรีส์หรือภาพยนตร์จาก Netflix บางเรื่องก็สร้างปรากฏการณ์ได้ อย่าง Stranger Things ที่สร้างมาถึงซีซันที่ 4 แล้ว และยังคงได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั่วโลก โดยเฉพาะในทวีปอเมริกาเหนือ
เมื่อสร้างกระแสได้ในทวีปอเมริกาเหนือ โอกาสที่ Stranger Things 4 จะได้รับความนิยมไปทั่วทุกภูมิภาคก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะการตลาดของ Netflix น่าจะจับจุดได้แล้วว่าคนดูชอบอะไรจาก Stranger Things 4
เอารายงานตัวเลขของ Netflix มาเล่าให้คุณผู้อ่านฟังนอกเหนือจากจะได้เห็นความเคลื่อนไหวของสื่อในยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนผ่านจากแอนะล็อกมาสู่สตรีมมิ่งเต็มตัวแล้ว จะเห็นได้ว่าโลกหลังโควิด-19 กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ที่ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในภูมิภาคนี้ กำลังเป็นพื้นที่เนื้อหอมจากนักลงทุนต่างชาติ เพราะตลาดจีนที่ยังไม่เปิด และประเทศในเอเชียตะวันออกกลาง ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด และสงครามรัสเซีย-ยูเครน น้อยกว่าภูมิภาคอื่น
ภาคธุรกิจที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม Show Business นั้นมักจะเป็นกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบเป็นกลุ่มแรก ๆ เมื่อเกิดวิกฤติ แต่จะเป็นกลุ่มแรก ๆ เช่นกันที่จะได้รับเม็ดเงินจากนักลงทุนเมื่อวิกฤติผ่านพ้น เพราะ Show Business คือกลุ่มธุรกิจที่นำเอาความคิดสร้างสรรค์มากระตุ้นและขับเคลื่อนให้สังคมมีการจับจ่ายใช้สอย และมีการลงทุน
ถึงเวลานี้ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจอยู่ในกลุ่มไหน หรือกำลังคิดจะเริ่มต้นทำธุรกิจใด ๆ เตรียมตัวให้พร้อมได้แล้วค่ะ เพราะจากนี้แวดวงธุรกิจการค้าคงฝุ่นตลบกันเลยทีเดียว ใครที่พร้อมมากที่สุด หรือผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชน น่าจะเป็นผู้รอดและได้ไปต่อ และอย่าให้ใครเขามาพูดกับเราได้ว่า “อ่อนแอก็แพ้ไป” เพราะถ้าคุณรอดมาถึงวันนี้ได้ คุณเป็นนักรบที่ผ่านสงครามที่ยากที่สุดครั้งหนึ่งของมนุษยชาติมาแล้วค่ะ
แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ






























