ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ในวันที่ 29 มิถุนายน ปี2007 “Apple” บริษัทไอทียักษ์ใหญ่สร้างความฮือฮาให้กับโลกแห่งการสื่อสาร ด้วยการจำหน่ายสมาร์ทโฟนตัวแรกอย่างเป็นทางการ ในชื่อ “ไอโฟน” ซึ่ง 6 เดือนก่อนหน้านั้น สตีฟ จ็อบส์ ซีอีโอของบริษัท (ในขณะนั้น) ทำให้ทุกคนได้รู้จักไอโฟนเป็นครั้งแรก ในงาน Macworld Expo 2007 ที่ซานฟรานซิสโก
นับจากไอโฟนรุ่นแรกเมื่อ 10 ปีก่อน ขนาดหน้าจอ 3.5 นิ้ว วันนี้แอปเปิลพัฒนาสมาร์ทโฟนจนมาถึงรุ่นไอโฟน7 หน้าจอ 4.7 นิ้ว และไอโฟน 7พลัส หน้าจอ 5.5 นิ้วกันแล้ว
ไม่ว่าจะเปลี่ยนโฉมและพัฒนาไปมากเพียงใด แต่สิ่งที่เหมือนเดิม คือด้านหลังโทรศัพท์ทุกเครื่อง ยังคงมีโลโก้รูปแอปเปิลที่มีร่องรอยถูกกัด ซึ่งถือเป็นโลโก้ที่ทุกคนคุ้นตา เพราะใช้มาตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 1977 หรือเมื่อ 40 ปีก่อนแล้ว

ครั้งแรกที่มีการใช้โลโก้ดังกล่าว ก็เพื่อติดลงบนผลิตภัณฑ์ของบริษัท ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่มีชื่อว่า “Apple II” โดยผู้ที่ออกแบบโลโก้นี้ คือ ร็อบ แจนออฟ ที่เรียนด้านการออกแบบมาโดยตรง และใช้เวลาสร้างสรรค์ผลงาน 2 สัปดาห์ก่อนได้รับการอนุมัติ

แต่ก่อนจะมีโลโก้รูปแอปเปิลอย่างที่เห็นกันในปัจจุบันนั้น โลโก้ดั้งเดิมที่บริษัทใช้ในปี 1976 ออกแบบโดย โรนัลด์ เวย์น อดีตผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทแอปเปิลยุคบุกเบิก ซึ่งเป็นรูปวาด เซอร์ไอแซค นิวตัน นั่งอยู่ใต้ต้นแอปเปิล ก่อนค้นพบเรื่องแรงโน้มถ่วงของโลกจากการที่ลูกแอปเปิลตกพื้น

ส่วนโลโก้ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน แม้จะเปลี่ยนสีสันจากริ้วสีรุ้ง มาเป็นสีพื้นต่างๆ ในเวลาต่อมา แต่ยังคงเอกลักษณ์ของลูกแอปเปิลที่ถูกกัดไว้ตามเดิม
แจนออฟเคยให้สัมภาษณ์ว่า เขาไม่ได้รับโจทย์ใดๆ มาเลยตอนออกแบบ โดยจ็อบส์บอกแค่ว่าอย่าให้มันดูน่ารักไปเท่านั้น เขาจึงเสนอไป 2 แบบ คือแบบที่เป็นลูกแอปเปิลเต็มผล และแบบที่มีรอยกัด โดยมีเวอร์ชั่นทั้งที่เป็นริ้วสีรุ้ง, สีพื้น และสีเมทัลลิค ก่อนที่จ็อบส์จะเลือกแบบที่มีรอยกัด และเป็นริ้วสีรุ้ง เพื่อต้องการสื่อว่า Apple II เป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่มีจอสี

แจนออฟบอกด้วยว่า ตอนที่ออกแบบให้แอปเปิลมีรอยกัดนั้น เขาไม่ได้ต้องการสื่อถึงคำว่า Byte ที่หมายถึงหน่วยข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ซึ่งพ้องกับคำว่า Bite ที่แปลว่า “กัด” แต่อย่างใด
และก็ไม่ได้มีความเชื่อมโยงใดๆ กับ อลัน ทิวริง บิดาแห่งวิทยาการคอมพิวเตอร์ ที่เสียชีวิตจากการกัดแอปเปิลที่มีสารพิษไซยาไนด์อย่างที่หลายคนเข้าใจด้วย
ทั้งหมดทั้งมวลมีเพียงเหตุผลด้านการดีไซน์เท่านั้น เพราะการออกแบบให้มีรอยกัดทำให้เห็นชัดมากขึ้นว่าเป็นผลแอปเปิล และนั่นจึงเป็นที่มาของโลโก้อันเป็นเอกลักษณ์ที่ใช้มายาวนานร่วม 40 ปี































