คิดจะพัก คิดถึงภาระ อาจจะเป็นคำฮิตสำหรับคนยุคใหม่ เพื่อเป็นแรงจูงใจในการทำงาน ใครหลายคนจึงเลือกที่จะพยายามสร้างสมบัติของตัวเองโดยใช้เงินในอนาคต หรือเรียกว่ากู้ยืมสินเชื่อมาซื้อรถ ซื้อบ้าน หรือทำธุรกิจ แต่การเป็นหนี้ไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป เพียงแต่เราต้องคิดว่าเราจะเป็นหนี้เพื่อจะรวยขึ้นหรือเราจะเป็นหนี้เพื่อที่จะจนลงต่างหาก
เทคนิคการเป็นหนี้แบบคนรวย
คนรวย…สังเกตไหมว่าทำไมคนรวยบางคนมีเงินก้อนโต แต่ยังต้องกู้ธนาคารเสียดอกเบี้ยมากมาย การตัดสินใจเป็นหนี้ของคนรวยกับคนจนแตกต่างกัน คนที่รวยหรือมีเงินมักจะเลือกเป็นหนี้ในรูปแบบของการเป็นหนี้เพื่อการลงทุน มากกว่าการเป็นหนี้อุปโภคบริโภคทั่วไป ดูตัวอย่างง่าย ๆ และหาข้อมูลได้จริงจากบริษัททุกบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ตั้งแต่ระดับแสนล้านยันร้อยล้าน ล้วนมีสัดส่วนหนี้สินทุกบริษัททั้งสิ้น
เพราะคนรวยมีความสามารถในการบริหารหนี้สินของตัวเองสร้างเงินที่งอกเงย ไม่ใช่การเอาเงินที่กู้ยืมเป็นหนี้มามาใช้จ่ายทั่วไปกับของอุปโภคบริโภค ซึ่งหนี้เหล่านี้เรียกว่า หนี้เพื่อการลงทุน คือหนี้ที่สร้างรายได้เข้ามามากกว่าดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น นั้นแปลว่า เป็นหนี้ที่สร้างความมั่งคั่ง หลายคนกู้หนี้มาลงทุนระดับหลายล้าน ทั้ง ๆ ที่เงินสดส่วนตัวก็พอมี เพราะข้อดีของการกู้หนี้มาลงุทนคือ เงินส่วนตัวยังคงอยู่ และข้อดีข้อที่สองคือ ดอกเบี้ยเงินกู้ได้รับการนำไปลดหย่อนภาษีบริษัทด้วย รู้หรือยังว่าทำไมคนรวยถึงยอมเป็นหนี้
สรุปคือ คนรวยยอมเป็นหนี้ เมื่อหนี้นั้นถูกนำมาลงทุนเพื่อรายได้ที่เกินดอกเบี้ยที่เขาต้องจ่าย นี้คือเทคนิคการเป็นหนี้ของคนรวยนั่นเอง และสิ่งสำคัญของการเป็นหนี้ของคนรวยคือ การรักษาเครดิต การชำระคืนหนี้ของเขายิ่งชีพ
เทคนิคการเป็นหนี้แบบคนจน
แต่สำหรับคนที่คิดเป็นหนี้แบบเกินตัว เกินความสามารถในการใช้คืน รวมถึงเป็นหนี้ที่ไม่ได้สร้างรายได้เข้ามาให้ตัวเอง อันนี้หนี้แบบที่ทำให้จนแน่นอน การสร้างหนี้ที่ทำให้จนลงเรื่อย ๆ คือการเลือกสร้างหนี้กับสิ่งของในชีวิตประจำวันที่เราอยากได้โดยไม่ยั้งคิด หรือหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภคทั่วไป กินของแพง ใช้ชีวิตแพง และที่สำคัญคือ เมื่อใช้จ่ายเกินกำลังมาก ๆ เข้า ก็ไม่สามารถจ่ายคืนได้ตามกำหนด เพื่อหาเงิน หารายได้ได้น้อยกว่าหนี้สินที่มี ทำให้เครดิตเสีย และกลายเป็นหนี้บานในที่สุด แล้วเราควรคิดก่อนสร้างหนี้ เพื่อที่จะเป็นคนรวยแบบเขาบ้างอย่างไร
1. คิดว่าหนี้ที่เราสร้างสามารถสร้างรายได้เข้ามามากกว่าดอกเบี้ยหรือไม่ เช่น หากคุณต้องการกู้ซื้อรถยนต์สักคัน เพื่อใช้ทำงาน หรือเพื่อความโก้เก๋ ถ้าเพื่อการทำงาน แสดงว่าหนี้อันนี้เป็นหนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้
2. คิดว่าหนี้นี้เกินกำลังการจ่ายคืนของเราหรือไม่ หลายคนกู้ซื้อรถ ซื้อคอนโดเพื่อลงทุน ผ่อนมือถือ จนลืมคิดว่า ต่อเดือนแล้วเราต้องจ่ายเงินค่าหนี้สินทั้งหมดเท่าไหร่ ยังเหลือเงินพอกินพอใช้หรือไม่
3. ซีเรียสกับคำว่าเครดิตการชำระคืน ไม่ว่าหนี้นั้นจะเป็นหนี้เงินของเพื่อนที่ยืมมาหรือหนี้ธนาคาร เราต้องใช้คืนให้ตรงเวลาเสมอ เพราะเครดิตคือเรื่องสำคัญต่อการเป็นคนมั่งคั่ง และน่าเชื่อถือ
คนทุกคนมีหนี้ แต่เราควรคิดว่าหนี้ของเราคือหนี้แบบไหน ใครรู้ตัวว่ามีหนี้ที่ไม่สร้างรายได้อยู่มาก ต้องเริ่มคิดที่จะกำจัดหนี้นั้นทิ้งซะนะคะ เพื่อที่จะกลายเป็นหนี้แบบคนรวยคนอื่นได้บ้าง






























