อดีตนักเขียนและนักหนังสือพิมพ์ระดับตำนานอย่าง “จอร์จ ลอริเมอร์” กล่าวถึงการวางแผนใช้จ่ายเงินเอาไว้ว่า “เป็นเรื่องดีที่คนเราจะมีเงินไว้ซื้อสิ่งที่ต้องการ และก็เป็นเรื่องดีอีกเช่นกันที่คุณมีเงินซื้อสิ่งของที่คุณอยากได้”
แม้ว่าเงินตราจะทำให้คุณมีความสุขได้เพียงชั่วครั้งชั่วคราว แต่ในทางกลับกันคนที่มีหนี้ท่วมหัว จะยิ่งมีความเครียด และกังวลมากกว่าคนทั่วไป ดังนั้น หากอยากมีความสุขที่จีรังถาวร ก็จำเป็นต้องรู้จักวางแผนทางการเงินและรู้จักอดออม
การวางแผนทางการเงินและรู้จักอดออมนั้นจะช่วยให้คุณมีความมั่นใจเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง และเหนืออื่นใดคุณจะรู้สึกได้ถึงอิสระทางการเงิน ที่ไม่ต้องห่วงหรือพะวงว่าถ้าเกิดเจ็บป่วยหรือต้องใช้เงินอย่างเร่งด่วนแล้วคุณจะไม่มีเงินใช้ ขณะเดียวกันการเก็บออมยังส่งผลดีต่อสุขภาพจิตด้วย มาดูกันดีกว่าว่าส่งผลอย่างไร
1. ทำให้คุณรู้สึกสงบและไม่กังวลใจ
คุณเคยต้องนอนเอามือก่ายหน้าผากเพื่อคิดถึงตัวเลขของหนี้ที่ต้องจ่ายทุกเดือนไหม หรือต้องสะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะกังวลใจว่าจะมีเงินไม่พอจ่ายหนี้สินในตอนสิ้นเดือน แน่นอนว่ามีหลายคนที่ผ่านประสบการณ์แบบนี้มาแล้ว เมื่อเงินตึงมือจึงทำให้เรากังวลในทุกเรื่อง และความกังวลนั้นยิ่งคิดก็ยิ่งกินวงกว้างไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่ค่าใช้จ่ายภายในบ้าน เงินที่จะจุนเจือลูกหลาน เงินค่าเทอมไปยันเงินที่ต้องเก็บเอาไว้ใช้เมื่อถึงวัยเกษียณ
การวางแผนทางการเงิน รู้จักประหยัดและอดออม จะทำให้คุณผ่อนคลายความเครียดได้เป็นอย่างดี เพราะคุณรู้ว่าตนเองมีแผนที่จะจัดการการเงินของตนเองอย่างไร และมีเงินสำรองให้อุ่นใจว่าเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา คุณยังคงมีชีวิตอยู่ต่อได้โดยไม่ต้องหยิบยืมใคร และเมื่อคุณมีความสบายใจในเรื่องเงินทอง ก็จะมีสมาธิกับการทำงานเต็มที่ ทำงานได้ดี และมีประสิทธิภาพ ซึ่งล้วนแล้วแต่ส่งผลดีต่อตัวเองทั้งนั้น
2. ความสัมพันธ์ดีขึ้น
ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า คำว่าความสัมพันธ์ดีขึ้นไม่ได้หมายความว่ายิ่งรวย ความรักจะยิ่งดี แต่ความหมายในที่นี้คือคุณและคู่รัก รวมไปถึงครอบครัวมีความสงบสุขในใจ ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องหนี้สิน มีเวลาใส่ใจกันมากขึ้น ก็ทำให้ความรัก และครอบครัวแข็งแรง
เชื่อหรือไม่ว่าสถานะทางการเงินที่คู่รักต่างก็เป็นหนี้ หรือหมุนเงินกันไม่ทันนั้น มักทำให้สถานภาพทางความรักง่อนแง่นเกือบทุกรายไป และหากปัญหาดังกล่าวยิ่งสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็อาจนำไปสู่การหย่าร้างหรือแยกทางกันไป เพราะเมื่อต่างคนต่างเอาตัวรอดทางการเงินแล้ว ก็จะแสดงด้านมืดของความเห็นแก่ตัวออกมาอย่างชัดเจน
3. เมื่อไม่มีหนี้ชีวิตก็ไม่เครียดมาก
ทุกวันนี้ทุกคนมีเรื่องให้กังวลใจและเครียดมากพออยู่แล้ว ทั้งเรื่องเรียน หน้าที่การงาน ครอบครัว และสภาพสังคม หากยังต้องมานั่งกังวลกับหนี้สิน ที่วิ่งไล่ตามทุกเดือน ก็น่าจะทำให้เครียดยิ่งขึ้นกว่าเดิม แต่ถ้าคุณดำรงชีวิตโดยที่ไม่มีหนี้หรือภาระอันเกินตัว ชีวิตก็จะเบาสบายขึ้น ทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองสามารถรับมือกับอุปสรรคที่เกิดขึ้นได้






























