“The End of the Storm” หนังสารคดีเกี่ยวกับนาทีสิ้นสุดการรอคอยอันยาวนานถึง 30 ปีของทีมลิเวอร์พูล เมื่อพวกเขาสามารถกลับมาเป็นแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษได้อีกครั้ง ฤดูกาล 2019-2020 อันน่าตื่นเต้น การฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ ตั้งแต่แรก เมื่ออลิสซอน เบ็คเกอร์ นายทวารมือ 1 เกิดเจ็บกระทันหันขึ้นมาแบบไม่มีใครคาดคิด ประตูมือ 2 อย่าง ซิมง มินโญเลต์ ทีมก็เพิ่งตัดสินใจขายไปหมาด ๆ นายด่านอีกคนคือคลีมีน เคลเลเฮอร์ เพิ่งประสบอุบัติเหตุ เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องฝากชะตาไว้กับ เอเดรียน ผู้รักษาประตูฟรีเอเจนต์ที่ไม่ได้ลงเล่นมาเกือบ 1 ปี แถมเพิ่งลงซ้อมกับทีมเพียง 4-5 วันเท่านั้น!
“Documentary” อาจจะเป็นคำที่ซีเรียสเกินไป ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ผมอดยิ้มจนถึงหลุดหัวเราะออกมาได้หลายครั้งอย่างที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรื่องราวบรรยายมาถึง ซาดิโอ มาเน่ วีรบุรุษแห่งเซเนกัล ได้สัมผัสถึงบุคลิกที่ติดตลก การแต่งตัว และมุกของเขาในยามหยอกล้อกับเพื่อนร่วมทีม
แน่นอนที่สุด เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมของพวกเขาเป็นแกนหลักในการเล่าเรื่อง ต้องยอมรับความชาญฉลาด การแก้ปัญหา ยุทธวิธีในการทำทีมที่ฉลาดหลักแหลม แม้ตัวเขาเองจะบอกว่าตอนเด็ก ๆ เป็นคนที่เรียนไม่ได้เรื่องเลยก็ตาม
คล็อปป์ พูดถึงสไตล์การเล่นที่หลาย ๆ คนกล่าวขวัญถึงนั่นก็คือ “เกเก้นเพรสซิ่ง” ว่าทำให้นักเตะต้องใช้แรงและสภาพร่างกายหนักมาก ในการขึ้นสูงไปไล่แย่งบอลในแดนคู่ต่อสู้
กุนซือชาวเยอรมันกล่าวว่า ถ้าคุณไม่รีบแย่งบอลกลับคืนมา แล้วปล่อยให้คู่ต่อสู้ครองบอลไปนาน ๆ แล้ว นักเตะต้องใช้เวลานานกว่าและเหนื่อยกว่าด้วยซ้ำในการวิ่งไล่เพื่อโอกาสที่จะได้บอลกลับคืนมาอีกครั้ง สไตล์ของเขานั้นมันไม่ได้ทรมานลูกทีมขนาดหนักอย่างที่หลาย ๆ คนคิดหรอก
คล็อปป์ ได้เล่าถึงเหตุการณ์เมื่อเขาเข้ามาคุมทีมในถิ่นแอนฟิลด์แรก ๆ เขาไม่อยากเชื่อว่าทำไมหลายสิ่งถึงยังล้าหลัง ไม่ว่าจะเป็นชุดแข่ง สนาม และนักเตะในทีม
นอกจากนั้นผู้คนยังเอาแต่พร่ำพูดถึงอดีตอันยิ่งใหญ่ของลิเวอร์พูล เมื่อ 20-30 ปีก่อน เขาพูดถึงเรื่องนี้ว่า ประวัติศาสตร์มีไว้ให้จดจำ แต่ถ้าจะให้ดีเราต้องสร้างเรื่องราวขึ้นมาด้วยตัวของเราเอง สร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่มัวแต่หวนไห้ถึงอดีต
คล็อปป์ ได้เผยถึงตัวตนและแนวคิดที่ตรงไปตรงมา มีวิสัยทัศน์ และแน่นอนเต็มเปี่ยมไปด้วยทัศนคติที่จะเป็นผู้ชนะ โดยหนังได้เปิดเผยรายละเอียดว่าบรรดานักเตะภายในทีมที่คล็อปป์ค่อนข้างไว้ใจ และถือเป็นตัวแทนของเขาในสนามทั้งหมดมี 4 คน คนแรกแน่นอน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีม คนที่สองท่านรอง เจมส์ มิลเนอร์ อีกคนคือ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ และคนสุดท้าย จินี่ ไวนัลดุม 4 อรหันต์ถือว่าช่วยกันเป็นลีดเดอร์ในทีมไปด้วย แม้ปลอกแขนจะมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น
เรื่องราวลึกแต่ไม่ลับแบบนี้ยังมีอีกมากมายในภาพยนตร์ “The End of the Storm” แฟนหงส์หรือแม้กระทั่งคนที่อยู่ในวงการฟุตบอลขอให้ไปดู คุณจะได้ความรู้และมุมมองใหม่ ๆ เกี่ยวกับการทำทีม หนังเกี่ยวกับกีฬานาน ๆ จะทำออกมาที ต้องช่วยไปสนับสนุนกันหน่อยครับ.






























