Home Work & Living Living ไลฟ์โค้ชกับการชี้นำ เมื่อ “ความมั่งคั่ง” สำคัญกว่า!

ไลฟ์โค้ชกับการชี้นำ เมื่อ “ความมั่งคั่ง” สำคัญกว่า!

การที่ใครสักคนอยากเปลี่ยนแปลงชีวิตของตนเองให้ดีขึ้นชนิดหน้ามือเป็นหลังมือนั้น ย่อมต้องมี “แรงบันดาลใจ” ที่ทรงพลังมากพอ เพื่อทำให้คนคนหนึ่งยอมปรับเปลี่ยนทัศนคติของตนเอง ซึ่งแรงบันดาลใจที่จับต้องได้ มักมาในรูปแบบของ “ไลฟ์โค้ช” ที่สามารถช่วยปลดล็อกชีวิตใคร ๆ ได้ง่ายดายราวกับดีดนิ้ว

ไลฟ์โค้ชจึงเปรียบได้กับ “ผู้นำทางชีวิต” และเป็นที่พึ่งของคนที่กำลังหาทางออกใด ๆ ให้กับตนเอง หรือต้องการหาคำตอบให้กับชีวิตที่กำลังเผชิญอยู่ ณ เวลานั้น โดยเฉพาะช่วงที่จิตใจกำลังเปราะบาง และต้องการหาที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ

อาชีพที่ต้องมีใบรับรอง

การเป็นไลฟ์โค้ชในต่างประเทศนั้นถือเป็นอาชีพที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ซึ่งคนที่จะประกอบอาชีพนี้ได้ต้องมีใบประกาศนียบัตรรับรองตามมาตรฐานสากลจากสหพันธ์โค้ชนานาชาติ (International Coach Federation) หรือสถาบันอื่น ๆ ที่ได้รับการยอมรับ และมีประสบการณ์ในการโค้ชไม่ต่ำกว่า 100 ชั่วโมง – 2,500 ชั่วโมง

ในประเทศไทยก็มีสถาบันไลฟ์โค้ชหลายแห่ง ที่ก่อตั้งโดยผู้ที่ผ่านการรับรองจาก ICF และมีหลักสูตรการโค้ชมาตรฐานสากลที่ได้รับการรับรองจาก ICF เช่นกัน

เมื่อผ่านการอบรมหลักสูตรมา ไลฟ์โค้ชมืออาชีพจึงมักเปิดคอร์สกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว แม้ราคาจะแรงแต่มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่พร้อมจะจ่ายเงินให้ เพื่อหวังปลดล็อกชีวิตในแง่มุมต่าง ๆ ของตนเอง และสร้างพลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป

การชี้นำที่เปลี่ยนไป

ทุกวันนี้การเป็นไลฟ์โค้ชมักพ่วงเรื่องของศาสตร์ NLP (Neuro-Linguistic Programming) ที่เข้าไปปรับจิตใต้สำนึกของคน เพื่อสั่งให้สมองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่าง ๆ ของตนเองเสียเป็นส่วนใหญ่

โดยเชื่อว่าจิตใจของมนุษย์มีพลังอำนาจมากพอที่จะดึงดูดสิ่งดี ๆ ให้เข้ามาหาตนเองได้ ซึ่งรวมถึงเงินทอง และความมั่งคั่งด้วย จึงทำให้หลายคนมองไปถึงโอกาสที่จะมีความสุขในชีวิตด้วยความมั่งคั่งที่เกิดขึ้นจากการสั่งจิตของตนเอง และมองว่าการแก้ปมภายในจิตใจไม่ใช่สาระสำคัญอีกต่อไป เพราะชีวิตจะดีขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเรามีเงิน

ด้วยเหตุนี้ คำว่า “พลังจักรวาล” และ “กฎแรงดึงดูด” จึงเป็นคำคุ้นหูที่โค้ชสร้างแรงบันดาลใจทั้งหลายนำมาพูดกับลูกศิษย์ของตนเอง และมักเน้นย้ำอยู่บ่อย ๆ ว่ากฎแห่งแรงดึงดูดจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อจิตใจของเราเชื่อแบบนั้น และอยู่กับคนที่คิดแบบเดียวกัน และเมื่อนั้นจักรวาลจะจัดสรรสิ่งที่เหมาะสมกับเรามาให้อย่างที่ต้องการ

เงินจับต้องได้ = ความสุข

ไม่มีใครปฏิเสธว่าเงินสามารถเนรมิตได้ทุกอย่าง ยิ่งมีเยอะก็ยิ่งจับจ่ายใช้สอยได้มาก ซึ่งเป็นความสุขที่จับต้องได้ชัดเจนกว่าความสุขภายในจิตใจ และเมื่อแรงบันดาลใจที่จับต้องได้อย่างโค้ช แสดงให้เห็นว่าพวกเขามีชีวิตที่อู้ฟู่ ร่ำรวยได้จริง ๆ ทำให้ลูกศิษย์ลูกหาพร้อมเชื่ออย่างหมดใจ

เราจึงได้เห็นการไลฟ์ของบรรดาโค้ชเหล่านี้ที่จะเน้นย้ำให้ทุกคนคิดเห็นแบบเดียวกัน เพื่อจะได้ร่ำรวยไปด้วยกัน แต่ก็ต้องระวังด้วยเช่นกันว่าการลุ่มหลงในความมั่งคั่งจนเกินพอดี ย่อมทำให้หลายคนอยู่ในวังวนของความอยากรวยที่ไม่สิ้นสุด เมื่อได้แล้วก็อยากได้มากขึ้นอีก ทั้งที่จิตของเราเองก็สามารถโปรแกรมสมองให้มีความสุขจากสิ่งอื่นได้เช่นกัน ไม่ใช่เฉพาะเรื่องเงินทองเท่านั้น การดึงสติจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราไม่ตกอยู่ในวังวนดังกล่าว และสามารถมีชีวิตที่มีความสุขอย่างแท้จริงได้ โดยไม่ต้องพึ่งคำแนะนำจากคนอื่น