
อีกไม่กี่อึดใจ เราจะเข้าสู่เดือนที่ 2 ของปีแล้ว เดือนกุมภาพันธ์มีซีรีส์ใหม่น่าดูมาให้เลือกอีกเพียบ ถึงขั้นว่าอายครีมยังต้องใช้ไหม ใต้ตาบอกไม่ไหวแต่ใจจะดู แล้วการนอนล่ะ ยังจำเป็นอยู่ไหม ถ้าจะติดซีรีส์ทีละ 4-5 เรื่องแบบนี้
และซีรีส์ในวันนี้เพิ่งออกให่เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ชื่อเรื่องว่า Marriage Lyrics and Divorce Music หรืออีกชื่อก็คือ Love (ft. Marriage and Divorce) ชื่อไทยที่ Netflix ใช้คือ “รัก แต่ง เลิก”
ซีรีส์ว่าด้วยเรื่องราวของคู่สามีภรรยา 3 คู่ 3 วัย แก๊งภรรยา 3 คนทำงานที่เดียวกันคือสถานีวิทยุแห่งหนึ่ง มีหน้าที่การงานก้าวหน้าแม้ว่าจะต้องดิ้นรนพอสมควรก็ตาม ทั้ง 3 สนิทกันพอสมควรถึงขั้นปรึกษาชีวิตคู่ได้ คงเป็นเพราะแต่งงานแล้วเลยเข้าใจกันดี

คู่แรกเป็นคู่ที่อายุน้อยที่สุด อายุ 30 ปี สามีเป็นทนาย ภรรยาเป็นดีเจ นางแบบในสถานีวิทยุ ชีวิตคู่ของคู่นี้ค่อนข้างเพอร์เฟค สมบูรณ์แบบสุด ๆ หล่อสวยและรวยมาก หน้าที่การงานก็ปัง

คู่ต่อมาเป็นวัย 40 ปี ภรรยาเป็นโปรดิวเซอร์ในสถานีวิทยุ ส่วนสามีเป็นหมอใหญ่ แต่ฝ่ายภรรยาดันมีปมครอบครัวที่หนักมากกับแม่ตัวเอง (แล้วตรรกะก็คือพังมากด้วย) ส่วนสามีก็รักและอยู่เคียงข้างภรรยาเสมอ ดูเหมือนจะเป็นต้นแบบของสามีในอุดมคติ คู่นี้มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน
ส่วนคู่สุดท้าย เป็นคู่ที่สูงวัยที่สุด เป็นผู้ใหญ่สุด ในวัย 50 ปี ภรรยาเป็นนักเขียนบทวิทยุที่ทำงานเก่งมาก ตำแหน่งก็น่าจะใหญ่ที่สุด ทุ่มเทเพื่อครอบครัวมาก ทำงานหนัก ทำทุกอย่างทั้งงานนอกบ้านในบ้า ประหยัดเพื่อครอบครัว ไม่แต่งเนื้อแต่งตัวปล่อยโทรมเหมือนอายุแก่กว่า 50 ส่วนสามีเป็นศาสตราจารย์หัวหน้าภาควิชาการแสดงในมหาวิทยาลัย แต่งงานอยู่กินกันมานานถึง 31 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน
คู่ที่ 3 นี้ แรก ๆ ชีวิตปกติก็ดูราบรื่นดี แต่แล้วก็มีเรื่องเซอร์ไพรส์ เมื่อฝ่ายสามีเอ่ยปากขอหย่า โดยให้เหตุผลว่าใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมานานมากแล้ว โดยนัยก็น่าจะประมาณว่าหมดรัก แล้วมันก็จืดชืดไปซะแล้ว เพราะฝ่ายภรรยาทำแต่งาน ลืมบอกว่าคู่นี้ต้องดิ้นรนมากกว่า 2 คู่แรก ทั้งคู่เริ่มมาจากการไม่มีอะไรเลย แล้วค่อย ๆ สร้างขึ้นมา (แต่งานบนเตียงคือเป็นศูนย์) และก็อ้างว่าอีกว่ารู้สึกแย่ที่เป็นสาเหตุให้เธอต้องเป็นแบบนี้ เขาละอายใจเหลือเกิน เหมือนทำหน้าที่สามีไม่ดีพอ
แค่ทีเซอร์เข้าเรื่องก็เห็นตัวอย่างแบบเผ็ชสุดอะไรสุด (สำหรับเรา) ชนิดที่ยกพริกแคโรไลนา รีเปอร์ มาทั้งเรือกสวนไร่นา 2 อีพีแรกยังดูเบา ๆ แต่ก็เริ่มพีคขึ้นแล้ว เชื่อสิว่ามันยังไปไกลได้มากกว่านี้อีก “อย่าเพิ่งตาย ฉันเพิ่งเริ่ม” (มิสซิสสรไม่ได้กล่าว ใครใคร่ดู ใครใคร่เท ของแบบนี้มันอยู่ที่รสนิยมจริง ๆ ถ้าชอบซีรีส์แนวนี้ก็ดูเลย น่าจะถูกใจจนมูฟออนไม่ได้
ถ้าใครจะดูก็ฝากดูต่อด้วย ว่าตกลงแล้วบรรดาสามีทั้ง 3 เขากำลังนอกกายนอกใจภรรยาทั้ง 3 อยู่หรือเปล่า ส่วนตัวมีแนวโน้มว่าจะเท เพราะเรื่องมันแรงเกินที่เรารับได้ (เราไม่ชอบแนวนี้) ถ้าใครชอบจะมันมากเลย ตัวละครบางตัวก็ตรรกะบ้งเกิน บ้งจนแบบ ช่างคิดได้เนอะ! เฮ้อ ดูแล้วเครียดจนปสด.
ปัญหาคู่สามีภรรยา
จริง ๆ แค่ชื่อเรื่องก็เคลียร์แล้วว่าจะเล่าถึงอะไร มันชูประเด็นปัญหาชีวิตคู่ของสามีภรรยาอย่างไม่ต้องสงสัย “รัก แต่ง เลิก” สารพัดปัญหาชีวิตคู่ได้ถูกรวมมาอยู่ในนี้หมดแล้ว จากเรื่องจะเห็นปัญหาที่ใครคนใดคนหนึ่งอยากมีลูก ส่วนอีกคนไม่อยากมี ปัญหาการไม่เคารพให้เกียรติซึ่งกันและกัน พยายามทำตัวเหนือกว่าเพื่อกดอีกคนให้ต่ำลง ชีวิตแต่งงานจืดจางเพราะหลงลืมเรื่องบนเตียง บ้างานจนไม่มีพื้นที่ครอบครัว แม้ว่าจะอยู่บ้านเดียวกัน หนักสุดคือปัญหามือที่สาม

จะเห็นเลยว่าชีวิตคู่ และการแต่งงานมันไม่ใช่เรื่องง่าย การที่คนสองคนต่างจิตต่างใจ มาจากไหนไม่รู้มาเจอกัน รักกัน แต่งงานกัน โดยมีเป้าหมายว่าจะใช้ชีวิตร่วมกันไปชั่วชีวิตเนี่ย มันละเอียดอ่อนและซับซ้อนมากกว่าที่คิด

ปมปัญหาที่ค่อย ๆ มีให้เห็นจากการเริ่มใช้ชีวิตคู่ มันค่อย ๆ พาให้เราไปสำรวจความสัมพันธ์ของทั้ง 3 คู่ ซึ่งก็เป็นเหมือนตัวแทนคู่สามีภรรยาในชีวิตจริงนี่แหละ จะเห็นได้ว่าตอนนี้มันส่อเค้าลางว่ากำลังเปราะบางไปทีละนิด และจะแตกสลายในไม่ช้า ยิ่งถ้าหากไม่ใช่แค่เรื่องของคน 2 คนเท่านั้น แต่มีลูกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จากที่ซีเรียสอยู่แล้ว ซีเรียสหนักกว่าเดิมอีก คือคำว่าครอบครัวอะ มันหนักเกินที่คนคนหนึ่งจะแบกไว้คนเดียวโดยที่ไม่เปิดใจพูดคุยปรึกษากัน แค่เข้าใจกันเองก็ยากพออยู่แล้ว ยังจะมีลูกมาเป็นหนึ่งในเงื่อนไขการตัดสินใจอีก
เรื่องบนเตียง ใครว่าไม่สำคัญ
ขึ้นชื่อว่า “สามี-ภรรยา” ถ้าพูดถึงเรื่องบนเตียงมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติเสียหน่อย แต่งงานกันคงไม่คิดว่าจะแค่นอนจับมือกันเฉย ๆ ไปตลอดหรอก จริงไหม?
จริง ๆ แล้ว เรื่องบนเตียง มันเป็นหน้าที่และบทบาทหนึ่งในการเป็นสามีภรรยาด้วยซ้ำ แต่หลายคนก็ละเลย เพราะคิดว่าอายุปูนนี้แล้วบ้าง อายลูก ๆ บ้าง เหนื่อยจนหมดอารมณ์บ้าง ยุ่งจนไม่มีเหลือเวลาบ้าง อยู่บ้านกับสามีภรรยาที่แต่งงานกันมาหลายปี จะต้องแต่งหน้าแต่งสวยไปเพื่ออะไรไร้สาระ เป็นแบบนี้แหละมันบั่นทอนชีวิตคู่ไปเรื่อย ๆ
การพูดเรื่องบนเตียงในขอบเขตของสังคมไทย ต้องยอมรับว่ามันยังไม่เปิดกว้างมากพอที่จะพูดกันอย่างอิสระโดยไม่ต้องเหนียม ๆ อาย ๆ หรือเอามาถกกันในวงวิชาการยังไม่ค่อยจะมีคนยอมรับ (แต่ก็อย่าไปหาพูดในที่ชุมนุมชนนะเออ) ทั้งที่ความจริง (ควรจะ) ต้องเข้าใจว่าความสัมพันธ์แบบสามีภรรยา ที่เขาแต่งงานมีลูกด้วยกันแล้วเนี่ย การมีอะไรกันมันเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก ๆ ถ้าประหลาดจะแต่งงานกันเพื่อ?
ตอนนี้ซีรีส์มันเพิ่งออนแอร์ไปได้ 2 ตอน ไม่มีทางรู้ได้หรอกว่าหลังจากนี้ความบ้านแตกมันจะแซ่บแค่ไหน จะมีปัญหาอะไรเข้ามาอีก แต่สาเหตุที่มาให้เห็นแล้วในตอนนี้มันเริ่มมาจาก “เรื่องบนเตียง” ที่ทำให้ชีวิตคู่สั่นคลอน
คือถ้าเป็นคนโสดบ้างาน เตียงมันก็คือเตียง ไว้ใช้เป็นที่ซุกหัวนอน กับนอนคลุมโปงดูซีรีส์ หรือจะเอางานมานั่งทำ เอาข้าวขึ้นมากิน ตีลังกาสามตลบม้วนหน้าม้วนหลังก็ไม่มีใครว่า แต่ไม่ใช่กับเตียงของคู่สามีภรรยา ไม่ต้องอธิบายเนอะว่าใช้ทำอะไร
สังคมที่ผู้หญิงก็ทำงานนอกบ้าน
ก็นะ ทุกวันนี้มันหมดยุคที่ผู้หญิงเป็นแม่บ้านอยู่บ้าน กวาดบ้านถูบ้านจนหัวฟู แล้วก็เลี้ยงลูกดูแลผัวแล้ว จริง ๆ มันก็นานพอสมควรแล้วล่ะที่ผู้หญิงมีที่ยืนในสังคม และมีคุณค่าจากการที่มีการศึกษาและได้ทำงานนอกบ้าน บางคนเป็นหัวหน้าครอบครัว บางคนเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว โลกมันเปลี่ยนไปเยอะ ข้ามข้อจำกัดและเงื่อนไขเรื่องเพศไปนานแล้ว
นี่จึงเป็นคำถามว่า การที่ผู้หญิงก็ทำงานนอกบ้านเหมือนกันนั้น มันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้บทบาทในการเป็นภรรยาในบ้านขาดตกบกพร่องหรือเปล่า ผู้หญิงหลายคนเป็นหัวหน้า มีตำแหน่งใหญ่โต หน้าที่การงานไปได้ด้วยดี เป็นแม่ที่รักลูก แม่ที่ดี แต่ละเลยการเป็น “เมีย” หรือเปล่า

ในซีรีส์เรื่องนี้จะเห็นถึงการดิ้นรนของผู้หญิง เพื่อให้ตัวเองเป็นที่ยอมรับและมีจุดยืนในสังคม โดยจุดเริ่มต้นคือการทำงานให้หนัก บรรดาภรรยาทั้ง 3 ทำงานอยู่ที่เดียวกัน แต่ละคนมีหน้ามีตา และตำแหน่งก็ไม่ใช่เล่น ๆ มันเหมือนกับว่าการที่หล่อน ๆ ก้าวขึ้นมายืน ณ จุดนี้ได้ มันคือการได้รับการยอมรับ มีที่ยืนในสังคม เพราะสิ่งหนึ่งที่เราค่อนข้างมั่นใจก็คือความคิดของผู้หญิงสมัยใหม่นี้ เธอต้องการ “ยืนข้าง ๆ” สามีอย่างภาคภูมิใจ อยู่ข้าง ๆ แบบเดินจับมือกันไป ไม่ใช่การ “ซ่อนแอบข้างหลัง” ใช้ชีวิตอยู่ใต้เงาของสามี ให้สามีเป็นผู้เดินนำ

การที่ผู้หญิงต้องการอยู่ข้างสามีมากกว่าอยู่ข้างหลัง มันเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้พวกเธอพยายามพิสูจน์ตัวเอง ทั้งความสามารถ คุณค่า ว่าเธอดีพอจะเป็นทั้งเมีย แม่ (ของลูก) และความสำเร็จในหน้าที่การงานไปพร้อม ๆ กัน สิ่งเหล่านี้ผลักดันให้ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วหลาย ๆ คน ยังอยู่ในสภาพคนบ้างาน เนื้อตัวไม่แต่ง และอาจขาดตกบกพร่องบางเรื่องไปเพราะไม่คิดว่ามันจะสำคัญ เธอต้องการจะเป็นเมียที่ดี แม่ที่เก่ง และคนที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน
โดยรวมแล้วมันเป็นซีรีส์ที่มีปมยุ่งเหยิงไปหมด คนโสดแบบโสดสนิทตั้งแต่เกิดดูแล้วปวดหัวมากจริง ๆ ไม่เข้าใจเลยว่ามันจะอะไรกันนักกันหนา (วะ) บางทีอยู่เป็นโสดแบบนี้ไปตลอดชีวิตน่าจะดีและเหมาะกว่า แน่นอนว่าต้องมีความรู้สึกเหงาเปลี่ยวเดียวดายอยู่แล้ว แต่มันก็มีวิธีที่ทำให้เราไม่ต้องจมอยู่กับความเหงานี่นา โลกนี้ยังมีอะไรที่รอให้เราทำอีกเยอะแยะ
สำหรับซีรีส์เรื่องนี้ส่วนตัวคงเท ดูต่อไม่ไหวจริง ๆ อย่างแรกเลยคือเรื่องแนวชีวิตคู่เนี่ยไม่ค่อยถูกจริตเท่าไร สองไม่ค่อยอินกับความละเอียดอ่อนซับซ้อนของชีวิตคู่ (ไม่อยากจะอินด้วย เจอแบบนี้ยอมโสดไปจนตายค่าาา) และสาม ความแรงของปมปัญหามันทำให้ปสด. ไมเกรนขึ้น ต้องซัดพารา 2 เม็ดก่อนนอน ความรู้สึกหน่วงแล้วก็อึดอัดมันมากกว่ารู้สึกสนุก ส่วนหนึ่งเพราะเราเองก็ไม่ได้เติบโตมาสมบูรณ์เท่าไร แทงใจดำนิดหน่อย แต่ไม่เป็นไร ตัวละครบางตัวดูน่ารำคาญด้วยซ้ำ นี่แหละความล้มเหลวของชีวิตคู่ที่แท้ทรู ความน้ำเน่าระดับ 10 กะโหลกที่มีกันทุกบ้าน 😉






























