Home Work & Living Living แบบนี้ก็มีเหรอ? คนที่กลัวการวัดความดันโลหิต

แบบนี้ก็มีเหรอ? คนที่กลัวการวัดความดันโลหิต

กรณีนี้อาจจะเป็นเรื่องที่ทำให้ใครหลายคนร้องเหวอ แล้วสงสัยว่ามันมีอาการแบบนี้จริง ๆ เหรอ Tonkit360 ขอบอกเลยว่ามันมีจริง ๆ คนที่ไม่เคยเป็นจะไม่มีทางรู้ได้เลย ว่าอาการนี้มันทำให้คนกลุ่มนี้เครียดมากแค่ไหนเวลาที่ต้องไปโรงพยาบาล

หลาย ๆ คนมีภาวะนี้ และก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงเป็น โดยทุกครั้งที่ไปหาหมอ จะต้องวัดความดันโลหิตทุกครั้ง เพราะเป็นขั้นตอนหนึ่งในการซักประวัติ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เมื่อใดก็ตามที่แหย่แขนเข้าไปในเครื่องวัดความดันอัตโนมัติ หรือพยาบาลเริ่มพันเทปผ้าบริเวณต้นแขน หัวใจเจ้ากรรมจะเต้นแรง เต้นถี่ เต้นเหมือนกับจะหลุดออกมาจากอกให้ได้ สิ่งที่ตามมาก็คือ ค่าความดันโลหิตสูง ทั้งที่ในความเป็นจริง เราอาจไม่ได้เป็นโรคความดัน แต่เราแค่กลัวการความดัน

ทำความรู้จักอาการ “ความดันโลหิตสูงเฉพาะกิจ”

อาการที่ว่านี้มีชื่อเรียกทางการแพทย์ว่า “white coat hypertension” หรือ “white coat syndrome” เป็นภาวะอาการของคนมีความดันโลหิตสูงเฉพาะกิจ นั่นคือ จะความดันโลหิตสูงเฉพาะเวลาไปโรงพยาบาล มันมาจากความกลัวชุดสีขาวของบุคลากรทางการแพทย์ที่เดินขวักไขว่ไปมาในสถานพยาบาล หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์บางอย่าง ทำให้เวลาไปวัดความดันโลหิตที่โรงพยาบาล หรือวัดกับบุคลากรทางการแพทย์ ค่าความดันโลหิตที่ได้จะสูงกว่าวัดด้วยตนเองที่บ้าน

อาการนี้อาจจะฟังดูตลก แต่มันเป็นอาการที่เกิดขึ้นจริง ๆ กับคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งพบได้ประมาณถึง 30-40 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว สาเหตุส่วนใหญ่ที่เกิดอาการนี้ มาจากความเครียดที่เกิดขึ้น ณ ช่วงขณะนั้น นั่นก็คือสภาพแวดล้อมของโรงพยาบาล มีคนป่วยคนไข้อยู่กันแออัด มีแพทย์ มีพยาบาล เสียงดัง รอคิวนาน ซึ่งทำให้เกิดความเครียดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ผู้ที่มีอาการนี้จะรู้สึกวิตกกังวล ประหม่า ตื่นเต้นขึ้นมาโดยไม่รู้สาเหตุ พอเข้าวัดความดัน ตัวเลขก็จะสูง

เมื่อวัดความดันแล้วพบว่าตัวเลขที่ได้นั้นสูง ก็ยิ่งทำให้เครียดมากขึ้นกว่าเดิม ต่อให้วัดซ้ำอีกครั้งค่าความดันก็ไม่ลง และยิ่งวัดหลายครั้งกลับยิ่งสูงมากขึ้นกว่าเดิม เป็นเพราะมันเกิดความกังวลและเครียดที่ยิ่งวัดก็ยิ่งสูง กลัวจะเป็นโรคความดัน กลัวพยาบาลจะเข้าใจผิด กลัวว่าตัวเองจะป่วย กลัวถูกตำหนิต่าง ๆ นานา ในบางรายมีอาการเป็นปกติดีทุกอย่างก่อนจะเห็นเครื่องวัดความดัน แต่พอเห็นเครื่องวัดความดันปุ๊บ หัวใจก็เต้นแรงปั๊บ ทำสมาธิอย่างไรก็ไม่หาย จึงทำให้บางคนรู้สึกกลัวเครื่องวัดความดันไปเลย

ภาวะ White coat hypertension ในคนไข้แต่ละรายจะแสดงผลลัพธ์แตกต่างกัน บางคนกลัวน้อย บางคนกลัวมากขึ้นอยู่กับระดับความเครียด ในบางคน อาจทำให้ความดันตัวบน (Systolic blood pressure) เพิ่มขึ้นถึง 30 มม.ปรอท จากความดันจริง

ปกติแล้ว ตัวเลขความดันที่บ่งบอกว่าผู้ป่วยเป็นความดันโลหิตสูง คือเลขความดันตัวบนสูงกว่า 140 มม.ปรอท และ/หรือความดันตัวล่าง (Diastolic blood pressure) สูงกว่า 90 มม.ปรอท โดยทั่วไปในคนที่มีอาการนี้ เมื่อวัดความดันที่บ้าน ระดับความดันโลหิตที่วัดได้ที่บ้านจะต่ำกว่าวัดในโรงพยาบาลอยู่ประมาณ 5 มม.ปรอท ดังนั้น เมื่อวัดความดันที่บ้านแล้วได้ค่าความดันตัวบนสูงกว่า 135 มม.ปรอท และ/หรือความดันตัวล่างสูงกว่า 85 มม.ปรอท จะบอกได้คร่าว ๆ ว่าเรามีภาวะความดันโลหิตสูงจริง ๆ

มีโอกาสจะเป็นความดันสูงจริง ๆ ไหม

ภาวะ white coat hypertension ก็อาจเป็นสัญญาณเตือน และมีความเสี่ยงสูงที่จะพัฒนาเป็นโรคความดันโลหิตสูงที่แท้จริงได้เหมือนกัน ถามว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ทั้งที่เรามีความดันสูงผิดปกติแค่ตอนที่ไปวัดที่โรงพยาบาล หรือใจเต้นแรงมากตอนกำลังจะวัดความดันเท่านั้นเอง พอกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ก็ไม่ได้มีสัญญาณเตือนว่าจะเป็นโรคความดันโลหิตสูงแต่อย่างใด

ความเสี่ยงนั้นเกิดขึ้นเพราะความดันที่ไม่สม่ำเสมอตลอดเวลานั่นเอง เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่มีความดันโลหิตปกติตลอดเวลา ทั้งยังมีความเสี่ยงสูงในการเกิดโรคหลอดเลือดและหัวใจ การศึกษาชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร American College of Cardiology พบว่าคนที่มีความดันโลหิตสูงเมื่อวัดที่โรงพยาบาล มีแนวโน้มที่จะประสบปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือด

สำหรับผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือมีสัญญาณเตือนว่ามีแนวโน้มว่าจะเป็นโรคความดันโลหิตสูง แพทย์มักแนะนำให้คนไข้วัดความดันโลหิตเองที่บ้าน ควบคู่ไปกับการวัดที่โรงพยาบาล เพื่อคอยระวังและดูให้ค่าความดันโลหิตที่แท้จริง

ข้อควรระวังในการวัดความดันโลหิตเองที่บ้าน ควรต้องใช้เครื่องวัดความดันที่เชื่อถือได้ และต้องวัดอย่างถูกวิธี โดยเครื่องวัดความดันแบบวัดที่ต้นแขนจะมีความแม่นยำกว่าแบบวัดที่ข้อมือหรือปลายนิ้ว มีข้อแนะนำในการวัดความดันให้ได้ค่าที่ถูกต้อง คือ นั่งพักอย่างน้อย 5 นาทีก่อนทำการวัด วัดในท่านั่ง วางแขนบนโต๊ะ เท้าวางราบกับพื้น หลังพิงพนัก ไม่นั่งไขว่ห้าง ไม่พูดคุยหรือเล่นโทรศัพท์มือถือขณะวัด ไม่ดื่มชาหรือกาแฟ และไม่สูบบุหรี่ก่อนทำการวัดย่างน้อย 30 นาที หากปวดปัสสาวะควรปัสสาวะก่อน

ช่วงเวลาที่แพทย์แนะนำให้วัดความดันโลหิตจะอยู่ที่ 2 ช่วงเวลา คือ ช่วงเช้าและช่วงเย็นหรือค่ำ หากวัดช่วงเช้าควรวัดภายใน 1 ชั่วโมงหลังจากตื่นนอน ก่อนกินอาหารเช้า และยังไม่ได้กินยาลดความดัน (กรณีที่มียา) ส่วนช่วงค่ำควรวัดก่อนเข้านอน โดยแต่ละช่วงให้วัดอย่างน้อย 2 ครั้ง ห่างกันประมาณ 1 นาที จดบันทึกค่าความดันและหาค่าเฉลี่ยในแต่ละวัน

แต่โดยสรุปก็คือ ผู้ที่วัดความดันโลหิตเองที่บ้านแล้วพบว่ามีค่าสูงหรือต่ำกว่าที่วัดได้ที่โรงพยาบาล ก็ไม่ควรวิตกกังวลจนเกินไป และก็ไม่ควรจะนิ่งนอนใจด้วย ทางที่ดีที่สุดคือไปปรึกษาแพทย์ และพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง ว่าแท้จริงแล้วเราเป็นอะไรกันแน่

ข้อมูลจาก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, Medical News Today