Home Work & Living Living อย่าหาญทำ! “ขอแต่งงานในที่สาธารณะ” ไม่ใช่ว่าจะอินกันทุกคน

อย่าหาญทำ! “ขอแต่งงานในที่สาธารณะ” ไม่ใช่ว่าจะอินกันทุกคน

จริง ๆ แล้ว ทุกคนรู้ดีว่าเรื่องของความรัก ความสัมพันธ์นั้น เป็นเรื่องของคนสองคนเท่านั้น หรืออย่างมากก็คือครอบครัวและเพื่อนสนิทของทั้งสองฝ่ายรับรู้ ดังนั้น การที่คนสองคนรักกัน และตั้งใจจะเริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยกัน จำเป็นแค่ไหนที่ต้องป่าวประกาศให้คนอื่นรู้ สิ่งนี้คือ “การขอแต่งงานในที่สาธารณะ”

มีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่ไม่เคยเห็นว่าการขอแต่งงานในที่สาธารณะเป็นไอเดียที่ดี และไม่เห็นประโยชน์จากการให้ธารกำนัลมารับรู้ด้วยว่าเธอจะแต่งงาน แน่นอนว่านี่เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้หญิงส่วนหนึ่งไม่ใช่ทั้งหมด ผู้หญิงหลายคนอาจจะชอบ เพราะตื่นเต้น และมองว่าเป็นการพิสูจน์ความรัก แต่คนที่ไม่ชอบถึงขั้นกลัวและเกลียดเลยก็มี

นั่นหมายความว่า ถ้าคุณจะขอแฟนแต่งงานแล้วล่ะก็ ดูดี ๆ ว่าแฟนของคุณจัดอยู่ในกลุ่มไหน ถ้าคุณไม่สำรวจหรือสังเกตแฟนของคุณว่าเขาจะพอใจไหม ความสัมพันธ์ของคุณทั้งคู่อาจจะจบตั้งแต่ยังไม่เริ่ม และจบไม่สวยด้วย เพียงเพราะเรื่องการขอแต่งงาน แล้วทำไมผู้หญิงบางคนถึงไม่ชอบการขอแต่งงานในที่สาธารณะ Tonkit360 รวบรวมเหตุผลหลัก ๆ มาดังนี้

เธอมองว่าการแต่งงาน ไม่ใช่เรื่องเล็ก

การแต่งงาน คือการสร้างครอบครัว การเริ่มต้นชีวิตคู่ แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องเล็ก การที่คนสองคนคบกันในสถานะคนรัก ไม่ได้แปลว่าจะพร้อมเริ่มต้นชีวิตคู่เสมอไป ทั้งสองฝ่ายต้องพร้อมในทุก ๆ ด้าน ทั้งเงิน วัยวุฒิ คุณวุฒิ หน้าที่การงาน และอนาคตหากมีลูก ฉะนั้น ควรต้องตกลงความต้องการให้ตรงกันก่อนว่าจะเป็นเมื่อไร ถ้ามีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่พร้อม แล้วใช้วิธีเซอร์ไพรส์ให้สาธารณชนกดดัน เป็นสถานการณ์ที่ยากจะปฏิเสธ เหมือนบังคับกลาย ๆ ว่าต้อง say yes (ถ้างั้นเรื่องยาวอีก) ไม่ให้โอกาสเขาไปคิดทบทวนดี ๆ แล้วชีวิตคู่จะเป็นแบบไหนกันล่ะต่อจากนี้

เธอรู้สึกว่าคุณกำลัง “มัดมือชก” เธอ

การของแต่งงานในที่สาธารณะที่มีคนแปลกหน้ามากมาย สร้างบรรยากาศให้คนนอกสนใจ มันคือการมัดมือชกดี ๆ นี่เองว่าไม่ควรจะปฏิเสธนะ มีคนมองอยู่ มันเป็นบรรยากาศที่แย่มากพอ ๆ กับการโดนประจานเลย จะปฏิเสธก็ลำบากใจ จะรับก็อึดอัด แต่บางคนก็จำใจต้องรับเพราะสถานการณ์มันพาไป และถ้าปฏิเสธขึ้นมาจริง ๆ ความสัมพันธ์เป็นอันยุติ เพราะเท่ากับหักหน้าอีกฝ่าย และอับอายทั้งสองฝ่ายด้วย ไหนจะสายตาของบางคนที่รู้สึกสมเพช ไหนจะเป็นตัวทำบรรยากาศรอบข้างพัง คนทั่ว ๆ ไปก็รู้สึกแย่กับบรรยากาศอีก เรียกง่าย ๆ ว่ามีแต่พังกับพัง

คุณไม่ให้เกียรติและไม่รักษามารยาทในพื้นที่สาธารณะ

การเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานในที่สาธารณะ ไม่เพียงแต่ทำให้อีกฝ่ายลำบากใจ (ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม) แต่คนทั่วไปที่อยู่บริเวณนั้นก็พลอยกระอักกระอ่วนใจไปด้วย เพราะที่สาธารณะ เป็นพื้นที่ที่คนแปลกหน้าใช้ร่วมกัน บางคนอาจจะชื่นชมยินดีด้วย แต่บางคนก็คงคิดว่า “ทำไมต้องเล่นใหญ่เบอร์นี้ ฉันจำเป็นต้องรู้ไหม” การที่เขาอยู่ ณ ที่นั้นแปลว่าเขามีธุระต้องทำ เช่น ในคอนเสิร์ต เขาเสียเงินค่าบัตรมาดูศิลปิน ไม่ได้อยากมีส่วนร่วมเป็นสักขีพยานความรักของใคร และเสียงอึกทึกคึกโครมก็ไปรบกวนเขาด้วย

ทว่าจะขอพูดถึงอีกกรณีหนึ่ง ที่เป็นขอการขอแต่งงานแบบแสร้งว่าเซอร์ไพรส์ เตรียมกันมาก่อนแล้วว่าจะตื่นเต้นตกใจที่ถูกคุกเข่าขอแต่งงานค่อหน้าฝูงชน แต่เสื้อผ้าหน้าผมจัดเต็ม เหมือนแค่ต้องการวิดีโอพรีเวดดิ้งเก๋ ๆ ที่มีคนแปลกหน้าร่วมแสดงความยินดีมากกว่า การกระทำแบบนี้ดูไม่ค่อยมีความเกรงใจ และไม่ค่อยจะมีมารยาททางสังคมสักเท่าไรนัก

คุณไม่ให้เกียรติอีกฝ่าย 

ชายหนุ่มบางคนวางแผนเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานแฟนสาวในที่สาธารณะ ในกรณีที่อีกฝ่ายไม่รู้มาก่อนนจริง ๆ ว่าต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ มันคือการกระทำตามอำเภอใจโดยไม่ปรึกษาหรือถามความเห็นของอีกฝ่ายก่อนว่าพร้อมไหม โอเคกับการถูกเซอร์ไพรส์แบบนี้ไหม การถูกกดดันจากสายตาคนแปลกหน้า ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัด ทำตัวไม่ถูก บางคนถึงขั้นอับอาย บางคนโกรธ ทั้งยังส่อให้เห็นว่าหากแต่งงานไปแล้ว คุณจะกลายเป็นคู่ชีวิตแบบไหน และการแต่งงานเพราะถูกกดดันแบบนี้ ความสัมพันธ์จะไปได้ไกลขนาดไหน

มันเป็นเรื่องส่วนตัวของเรา

เรื่องของความสัมพันธ์ มันควรจะเป็นเรื่องของคนเพียงสองคน และญาติสนิทมิตรสหายของทั้งสองฝ่ายก็พอแล้ว จำเป็นแค่ไหนที่โลกต้องรู้ (แล้วโลกอยากรู้ไหมด้วย) บางคนรู้สึกว่าการเป็นจุดสนใจเป็นเรื่องขายขี้หน้า แค่คบกัน จะแต่งงานกันก็ต้องป่าวประกาศด้วยเหรอ เพราะการแต่งงานก็เหมือนกับเอาเรื่องในห้องนอนออกมาพูดด้วยซ้ำ ถ้าไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะโอเคกับการเซอร์ไพรส์แบบนี้ ก็อย่าหา (ญ) ทำ บางคน เขารู้สึกว่าการอยู่ด้วยกันตามลำพังโรแมนติกกว่ากันเยอะ เพราะสามารถแสดงความรู้สึกได้โดยไม่ต้องแคร์สายตาใครที่ไม่รู้จัก

ฉะนั้นแล้ว สิ่งที่เป็นหัวใจของการแต่งงาน คือการครองคู่ ครองรักกัน ความรู้สึก และหัวใจที่มอบให้กันต่างหาก ปัจจัยสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าคุณจะขอแต่งงานอย่างไร หรือต้องมีพิธีรีตองอะไรมากมาย แค่บุคคลสำคัญของทั้งสองฝ่าย เช่นครอบครัว เพื่อน หรือคนที่อินกับความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่รับรู้ มันก็เพียงพอที่จะสร้างความทรงจำดี ๆ ให้กับการแต่งงานที่ไม่ได้แต่งกันได้ทุกวันได้แล้ว

นี่จึงเป็นเรื่องรสนิยมส่วนตัว ต่างคน ต่างมุมมอง ต่างความรู้สึก ผู้หญิงบางคนอาจชอบแบบนี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะชอบทุกคน อย่าตัดสินแบบเหมารวมว่าแฟนคุณน่าจะโอเคกับการเซอร์ไพรส์นี้ ใด ๆ ควรจะคุยกันมาก่อน และต้องมั่นใจด้วยว่าแฟนคุณเขาเต็มใจจะแต่งงานกับคุณแล้ว และไม่มีปัญหากับเรื่องนี้จริง ๆ ถ้าอยากตื่นเต้น สร้างสีสัน หรือให้คนแปลกหน้ามาร่วมเป็นสักขีพยานก็พอทำได้

ทั้งนี้ทั้งนั้น อาจต้องมองไปถึงเรื่องมารยาททางสังคมว่าเหมาะสมไหมกับการทำเรื่องแบบนี้ในที่สาธารณะ คนที่ผ่านไปผ่านมานั้นเขาไม่ได้อินไปกับคุณทุกคน แต่กลับต้องมาอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดแบบนี้ การทำให้บรรยากาศในการอยู่ร่วมกันของสาธารณชนเสียนั้น ค่อนข้างจะเสียมารยาทอยู่พอสมควร จึงควรรักษามารยาทในที่สาธารณะด้วย