Home Inspiration รถเราไม่เก่าเลย ความเร็ว กับ อัตราเร่ง

ความเร็ว กับ อัตราเร่ง

สัปดาห์ที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้ขับรถไปแคมป์ปิ้งกับครอบครัว ใช้เส้นทาง กรุงเทพฯ-สุพรรรบุรี-กาญจนบุรี ระยะทางอาจจะไม่ได้ไกลมากราว ๆ 200 กิโลเมตร แต่ใช้เวลาขับรถราว 3 ชั่วโมงครึ่ง

ขับรถไปคราวนี้ มีโอกาสได้กดคันเร่งแบบจมมิดหรือ “คิก ดาวน์” เป็นระยะ ๆ เนื่องจากเส้นทางจากสุพรรณบุรี เข้าสู่บริเวณอ่างเก็บน้ำลำตะเพิน ราว 100 กิโลเมตร ที่ขับไปนั้นเป็นถนนสวนเลน และมีรถบรรทุกอ้อยขับตลอดเส้นทาง

ก่อนหน้านี้เวลาผมขับรถออกต่างจังหวัด จะมีแค่เขาใหญ่และลพบุรี ที่เดินทางเป็นประจำ ซึ่งเส้นทางไปนั้นเป็นถนน 4 เลน แทบจะไม่มีโอกาสต้องกระทืบคันเร่งเพื่อเร่งแซงรถคันหน้า อย่างมากก็ตีออกขวาแล้วเดินคันเร่งแซงขึ้นไปก็แค่นั้น

มาถึงตรงนี้ เข้าเรื่องที่ผมจั่วหัวเอาไว้ด้านบน ว่าด้วยเรื่องของความเร็ว กับ อัตราเร่ง นั่นคือเวลาเราขับรถทางไกล อัตราเร่งถือว่ามีความสำคัญมาก ๆ ครับ ในจังหวะเร่งแซง เพราะมันส่งผลโดยตรงกับเรื่องความปลอดภัย

ผมเคยใช้รถอีโคคาร์ เครื่อง 1.2 ลิตร ยี่ห้อหนึ่ง ขับไปทำงานที่นครชัยศรี ทำความเร็วระดับ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้แบบสบาย ๆ แต่เมื่อยกคันเร่ง และจะกลับไปเร่งเครื่องใหม่ รู้สึกทันทีว่ารถไม่มีกำลัง รวมถึงจังหวะคิก ดาวน์ ต้องใช้เวลาหลายวินาทีกว่าที่รอบเครื่องจะมา

ในการเดินทางครั้งนี้ ผมใช้ ฮอนด้า แอคคอร์ด เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร บรรทุกของเต็มพิกัดฝาท้ายลามมาถึงด้านในรถ และมีผู้โดยสารนั่งมาด้วย 1 คนถ้วน แม้จะไม่หืดขึ้นคอเหมือนอีโคคาร์ แต่บอกเลยว่าในบางจังหวะยังมีเหนื่อย

ผมเข้าไปดูตัวเลขเรื่องอัตราเร่งในเว็บ autoinf ที่เขาได้มีการรวบรวมไว้จากรถทุกรุ่น เชื่อหรือไม่ครับว่า รถ D-SEGMENT เครื่อง 2.0 ลิตร บางยี่ห้อ มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. แย่กว่าอีโคคาร์บางรุ่นด้วยซ้ำ

แม้จะเป็นเครื่อง 2.0 แต่เนื่องจากต้องแบกน้ำหนักรถ ทำให้อัตราเร่งจากหยุดนิ่งไม่ค่อยดีนัก อย่างไรก็ดี ในการขับจริง ๆ เราไม่จำเป็นต้องเร่งเครื่องจากตอนออกตัวขนาดนั้น ที่ต้องสนใจคืออัตราเร่งในช่วงความเร็ว 80-120 กม./ชม. ต่างหาก

เห็นได้ชัดเจนครับว่าในช่วงความเร็วดังกล่าว รถที่มีสมรรถนะสูงกว่า ตั้งแต่ระดับ B-SEGMENT เครื่องยนต์ 1.6 ลิตรขึ้นไป สามารถเร่งแซงได้ในเวลาราว 6-9 วินาที เท่านั้น นั่นคือเรื่องของความแตกต่างด้านสมรรถนะ

ฉะนั้นไม่ว่ารถของคุณจะทำความเร็วได้แค่ไหน แต่หากถึงจังหวะที่ต้องเร่งแซง คนขับต้องรู้สมรรถนะรถตัวเองก่อน ว่าแซงไหวไหม เพราะการใช้ชีวิตบนท้องถนน ห้ามประมาทแม้แต่วินาทีเดียว

ส่วนใครที่ติดใจการ “คิก ดาวน์” บ่อย ๆ ก็ต้องระวังด้วยเช่นกันนะครับ เพราะเกียร์ของรถคุณจะต้องรับแรงบิดมหาศาลแบบกะทันหัน ซึ่งอาจจะทำให้เกียร์พังก่อนเวลาอันควร เพราะเมื่อเกียร์พังขึ้นมาเมื่อไหร่ เรื่องยาวแน่นอนครับ!