ช่วงวิกฤติ COVID-19 ที่ยังคงไม่จบสิ้นมาจนถึงบัดนี้ ทำให้หลายคนคิดถึงการออมเงินมากขึ้น หลังจากที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ล็อกดาวน์ หรือการให้หยุดดำเนินธุรกิจหลายประเภท ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นกับคนที่ทำงานแบบได้รับค่าแรงรายวัน หรือแม้แต่คนที่ยังคงมีงานมีเงินเดือน แต่ด้วยสถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความถดถอยของเศรษฐกิจ ทำให้หลายบริษัทต้องทำเรื่องจ่ายเงินเดือนเพียงครึ่งหนึ่ง หรือบางที่หักเป็นเปอร์เซ็นต์ ที่แย่ที่สุด คือเลิกกิจการ
ดังนั้นการคิดถึงเรื่องออมเงินจึงเป็นอีกทางรอดหนึ่งสำหรับชีวิตวิถีใหม่ เพราะการออมให้มีเงินพอใช้ให้ได้อย่างน้อย 6 เดือน จะทำให้คุณมีเวลาในการตั้งรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ เหมือนกับมีแต้มต่ออยู่ในมือ แต่จุดเริ่มต้นสำคัญของการจะมีแต้มต่อทางการเงินต้องเริ่มจากการรู้จักออมเงินให้เป็น และสัปดาห์นี้ Tonkit360 มีวิธีการออมเงินให้ได้เงินก้อน โดยเป็นวิธีแบบรายวัน รายเดือน และรายปี ส่วนจะมีรายละเอียดอย่างไรบ้างนั้นติดตามกันได้เลยค่ะ
เก็บเงินรายวัน
1. เซฟเงินจากค่าอาหารเช้าและกลางวัน
เริ่มข้อแรกหลายคนจะบอกว่า “จะทำได้อย่างไร แค่จะไปทำงานให้ทันก็ยากแล้ว ซื้อกาแฟหน้าออฟฟิศแก้วละ 30 บาทกับขนมปัง 20 บาทรวมแล้วแค่ 50 บาทเอง” ใช่ค่ะ ดูเป็นเงินจำนวนน้อยแต่ถ้ารวม ๆ แล้วก็เป็นเงินจำนวนไม่น้อย ดังนั้นลองเตรียมอาหารเช้าหรือกลางวันจากบ้าน อาจจะต้องตื่นเช้ามากกว่าเดิม 1 ชั่วโมง แต่คุณจะสามารถเซฟเงินได้เยอะเลยทีเดียว ลองคิดดูว่าจ่าย 50 บาท ตลอด 20 วันของการทำงาน (ไม่รวมเสาร์-อาทิตย์) เป็นเงิน 1,000 บาทต่อเดือน หนึ่งปีก็ 12,000 บาทเลยทีเดียวนะ
2. ชงกาแฟไปดื่มเองดีกว่า
ข้อนี้สำหรับคนที่คิดว่าการดื่มกาแฟแบรนด์ทุกเช้าเป็นเรื่องจำเป็น และคุณยังอยู่ในฐานะที่ซื้อได้ไม่คิดว่าจะทำให้ตนเองเกิดความยากลำบาก และมีเงินเก็บพอที่จะใช้จ่ายได้หากเกิดเหตุฉุกเฉิน สามารถข้ามบทความนี้ไปได้เลย แต่ถ้าคุณยังไม่มีทั้งหมดที่เอ่ยขึ้นมาในข้างต้น มาลองคำนวนกันไหม ว่ากาแฟร้านดังหนึ่งแก้วราคาประมาณ 120 บาทคุณดื่มทุกวันในวันทำงาน เท่ากับ 2,400 บาทต่อเดือน ตกปีละ 28,800 บาท แต่ถ้าคุณชงกาแฟมาดื่มเอง และถ้าอยากดื่มพรีเมียมกาแฟ ก็สามารถซื้อเมล็ดกาแฟจากที่ร้านมาชงเองได้ คุณจะเซฟเงินได้มากโขเลยนะ
3. เป็นสมาชิกซูเปอร์มาร์เก็ตเถอะเพราะคุณจะได้ราคาพิเศษ
การเป็นสมาชิกซูเปอร์มาร์เก็ตที่คุณเข้าประจำไม่ใช่เรื่องเสียหาย ทำสมาชิกไปเถอะ เพราะคุณจะได้ราคาพิเศษทุกเดือน แถมแต้มสะสมยังทำให้คุณแลกซื้อของได้ในราคาพิเศษเข้าไปอีก บางทีเอาแต้มไปแลกสินค้าได้ด้วย ยกตัวอย่าง น้ำยาซักผ้าที่คุณต้องซื้อทุกเดือน หนึ่งถุงประมาณ 120 บาท ถ้าคุณเป็นสมาชิกซูเปอร์มาร์เก็ต คุณใช้แต้มแลกซื้อได้ ก็เท่ากับคุณประหยัดเงินไปได้อีกไม่น้อยเลยทีเดียว
4. บัตรสมาชิกปั๊มน้ำมัน บัตรโดยสาร บัตรทางด่วน ใช้เถอะอย่างไรก็คุ้ม
ถ้าคุณมีรถส่วนตัว การเป็นสมาชิกปั๊มน้ำมันสักเจ้าถือว่าเป็นเรื่องพึงกระทำ เพราะการสะสมแต้มที่สามารถนำไปเปลี่ยนเป็นมูลค่าในการเติมน้ำมันได้นั้นถือว่าคุ้มค่าไม่ใช่น้อยและช่วยเซฟเงินในกระเป๋าให้คุณได้จำนวนหนึ่ง ในขณะเดียวกันถ้าคุณต้องใช้รถไฟฟ้า รถเมล์ การซื้อบัตรรายเดือนทำให้คุณจ่ายค่าโดยสารที่ถูกลงจากปกติ เช่นเดียวกับบัตรทางด่วน ในกรณีที่คุณต้องใช้ทางด่วนทุกวัน เลือกใช้บัตรทางด่วนที่จะทำให้คุณได้รับส่วนลดต่อเที่ยวในการจ่ายค่าผ่านทาง และยังอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับคุณไม่ใช่น้อย
เก็บเงินรายเดือน
5. พิจารณาค่าใช้จ่ายรายเดือนที่จำเป็นเท่านั้น
ลองสำรวจดูนะคะว่าคุณมีค่าใช้จ่ายรายเดือนใดบ้างที่จ่ายไปแล้วใช้ไม่คุ้ม อาทิ แพ็กเกจเคเบิ้ลทีวี ที่คุณดูแค่วันหยุด หรือไม่ก็ไม่ได้ดูเลย แพ็กเกจของการดูหนังผ่านระบบ Streaming OTT ที่เดือนหนึ่งคุณดูหนังไปแค่ 2-3 เรื่อง แพ็กเกจฟิตเนส ที่คุณไปได้ไม่เกิน 2 ครั้งต่อเดือน เหล่านี้อาจดูเป็นเงินรายเดือนจำนวนไม่มากตั้งแต่ 500-1,500 บาท แต่ถ้าคุณลองคำนวณเป็นรายปี จะพบว่ามันเป็นเงินก้อนใหญ่มากเลยทีเดียว ดังนั้นการยกเลิกแพ็กเกจที่ไม่จำเป็นคือสิ่งที่คุณต้องลองนั่งพิจารณาว่าตัวไหนที่คุณใช้แล้วไม่คุ้ม และถึงเวลาที่ควรจะตัดออกจากค่าใช้จ่ายรายเดือนได้แล้ว
6. ลดค่าใช้จ่ายอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์รายเดือน
เช่นเดียวกับในข้อที่ 5 เมื่อคุณต้องจ่ายค่าบริการโทรศัพท์รายเดือนและค่าแพ็กเกจอินเทอร์เน็ต เหมือนเป็นของจำเป็นที่ต้องจ่ายทุกเดือน ทั้งที่ในความเป็นจริงคุณสามารถบริหารการใช้แพ็กเกจได้ อาจจะซื้อแพ็กเกจที่เล็กลงเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง เท่านี้ก็สามารถประหยัดเงินได้หลักร้อย และอย่ามองว่าแค่ร้อยสองร้อย แต่ให้มองว่า ร้อยสองร้อย ก็กลายเป็นเงินพันได้เช่นกัน
เก็บเงินรายปี
7. ลดค่าใช้จ่ายประกันภัย
ลองสำรวจกรมธรรม์ประกันภัยของคุณดูว่ามีกี่ฉบับ เป็นกรมธรรม์แบบไหนบ้าง ถ้าเป็นแบบเก็บเงินเพื่อเอาไว้หักภาษี ลองพิจารณาดูว่าตอนนี้ยังจำเป็นอยู่ไหม ถ้าเป็นกรมธรรม์รถยนต์ ลองดูว่ามีที่ไหนที่มีแพ็กเกจที่เหมาะสมกับรายจ่ายของคุณตอนนี้แค่ไหน การลดค่าใช้จ่ายประกันภัยจะทำให้คุณเก็บเงินได้จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ตรงนี้ก็ต้องพิจารณาด้วยว่ากรมธรรม์ตัวไหนที่เหมาะสมที่คุณจะยังคงต้องจ่ายเพื่อให้ได้รับความคุ้มครองต่อไป






























