Home Work & Living สำคัญไม่แพ้อื่นใดคือ ‘รับผิดชอบต่อคำพูดตัวเอง’

    สำคัญไม่แพ้อื่นใดคือ ‘รับผิดชอบต่อคำพูดตัวเอง’

    การอยู่ร่วมกันของคนในสังคมในทุกวันนี้ อันต้องใช้ความอุดหนุนเกื้อกูลกันกับคนรอบข้าง สำคัญคือการเอาใจใส่อย่างพอดิบพอดี อีกทั้งการกระทำการใด ๆ ไม่ควรกระทบผู้อื่นในเชิงลบหรือเสียหาย แต่แน่นอนว่าเมื่อคนอยู่ร่วมกันแล้วเป็นธรรมดาที่จะเกิดการกระทบกระทั่งกันบ้าง ซึ่งปัจจัยสำคัญของการกระทบกระเทือนกันคือ วาจา

    ในทีแรกถือว่าเราเป็นนาย แต่คำพูดเมื่อเอ่ยออกไปแล้วมันจะกลายเป็นนายเราในทันที เพราะเมื่อคำพูดได้หลุดออกจากปากเราไปแล้วเราไม่สามารถถอนหรือทวงคืนมันกลับมาได้ เช่นกันผู้ฟังก็ไม่สามารถลืมสิ่งที่เราพูดออกไปได้ยิ่งถ้าเป็นเรื่องเลวร้ายยิ่งลืมไม่ลง การใช้วาจาหากเราพูดในสิ่งที่ดีเราก็จะได้สิ่งดีคืนกลับบมา แต่หากพูดไม่ดีคำพูดนั้นก็จะหวนคืนสนองเราไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม เราด่าใครไปสิ่งที่ได้กลับมาคือคำด่าหรือความมัวหมองใจ

    เพราะฉะนั้นสิ่งที่ควรคือการคิดเสมอก่อนพูดออกไป เพราะตัวเราเองคือผู้เดียวที่ต้องรับผิดชอบกับคำพูดนั้น

    การกระทำก็เช่นกัน

    โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสังคมในคนหมู่มาก เช่น การทำงาน เป็นต้น การเอื้อนเอ่ยคำพูดหรือรับปากใด ๆ ออกไป ทั้งเรื่องการทำงานหรือจัดการเรื่องต่าง ๆ การนัดหมาย ผลของการรับปากใด ๆ แล้วไม่สามารถลุล่วงไปได้ ผลที่เกิดขึ้นคือเราจะกลายเป็นคนที่ไม่น่าเชื่อถือ สูญเสียภาพษณ์ในระยะยาว ดีไม่ดีความสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ ถูกลดทอนลง

    จึงสมควรต่อการใตร่ตรองให้ถี่ถ้วนว่าความจริงนั้นสิ่งที่เราคิดจะทำหรือพูดออกไปจะมีผลอย่างไรเกิดขึ้นบ้างก่อนที่จะเอ่ยปากบอกคนอื่น ๆ อย่าแบบเพียงเลื่อนลอยไม่ใส่ใจ

    อีกประการสำคัญคำพูดที่ควรหลีกเลี่ยงก็มีอยู่เช่นกัน ดังนี้ คำพูดโกหก ส่อเสียด เพ้อเจ้อ และคำหยาบ ซึ่งแน่นอนว่าประเภทของวาจาข้างต้นจะให้ผลในทางลบเสียมากกว่า อย่างที่เรารู้กันดีว่าคำพูดคือนายเราเมื่อเอ่ยออกไปแล้ว หากเป็นคำดีก็จะมีผลดีตามมา และหากพูดไม่ดีแม้อาจพลั้งเผลอไปก็ตามผลที่ตามมาออกมาไม่สวยแน่นอน