Home Trending Story Trend ในประเทศ ประวัติ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์

ประวัติ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์

พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ได้ถึงแก่อสัญกรรม เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (26 พ.ค.) ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ด้วยวัย 98 ย่าง 99 ปี ประวัติโดยย่อของ พล.อ.เปรม ผู้ซึ่งนักข่าวและหนังสือพิมพ์มอบฉายาให้ว่า เตมีย์ใบ้ เนื่องจากเป็นคนพูดน้อย ให้สัมภาษณ์กับสื่อน้อยมาก

จากตำแหน่งนายกฯคนที่ 16 ของไทยและประธานองคมนตรี Tonkit360 จึงได้ขอรวบรวมข้อมูลและประวัติต่างของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ไว้ดังนี้พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เกิดเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2463 ณ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เป็นลูกคนที่ 6 จากพี่น้อง 8 คน ชื่อเปรม นั้นตั้งโดย พระรัตนธัชมุนี อดีตเจ้าอาวาสวัดท่าโพธิ์ นามสกุล ติณสูลานนท์ เป็นนามสกุลพระราชทานจากรัชการที่ 6 เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2462

  • การศึกษา ศึกษาระดับชั้นประถมที่ โรงเรียนมหาวชิราวุธ แล้วไปต่อมัธยมที่ โรงเรียนสวนกุหลาบ กรุงเทพมหานคร ก่อนที่จะเข้า โรงเรียนเทคนิคทหารบก และเติบโตมาในเส้นทางทหารม้า
  • หลังจบการศึกษาในปี 2484 ได้เข้าร่วมรบในสงครามอินโดจีนระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชา จากนั้นเข้าสังกัดกองทัพพายัพ ภายใต้การบังคับบัญชาของหลวงเสรีเริงฤทธิ์ ทำการรบในสงครามโลกครั้งที่สอง ระหว่างปี 2485 – 2488 ที่เชียงตุง
  • ภายหลังสงคราม พลเอกเปรมรับราชการอยู่ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ และได้รับทุนไปศึกษาต่อที่โรงเรียนยานเกราะของกองทัพบกสหรัฐ ที่ฟอร์ตน็อกซ์ รัฐเคนทักกี พร้อมกับพลเอกพิจิตร กุลละวณิชย์ และพลเอกวิจิตร สุขมาก เมื่อปี 2495 แล้วกลับมารับตำแหน่งรองผู้บัญชาการโรงเรียนยานเกราะ ต่อมามีการจัดตั้งโรงเรียนทหารม้ายานเกราะ ศูนย์การทหารม้า ที่จังหวัดสระบุรี
  • เริ่มเข้าสู่เส้นทางการเมืองเมื่อ พ.ศ.2502 จากการเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ของรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตน์
  • คำว่าป๋าเปรม มาจากที่ พล.อ.เปรม เรียกตัวเองว่า ป๋า มาตั้งแต่เป็น ผบ.ศูนย์การทหารม้า เมื่อปี พ.ศ.2511 จนผู้คนเรียกท่านติดปากว่า ป๋าเปรม
  • ร่วมปฏิวัติปี พ.ศ.2519 และ 2520 ปราบกบฏปี พ.ศ. 2524 และ 2528 โดยป๋าเปรมได้สกัดศัตรูทางการเมืองอย่างราบคาบ จนได้รับฉายา นักฆ่าแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา
  • ได้ถูกเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย คนที่ 16 ระหว่างปี พ.ศ.2523-2531 (3 สมัย) โดยระหว่างปี 2523 – 2524 ท่านนั่งควบ 3 ตำแหน่ง คือเป็นทั้งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และเป็นผู้บัญชาการทหารบก ปี พ.ศ.2531
  • สมัยที่ 1 ตั้งแต่ 3 มีนาคม 2523 – 29 เมษายน 2526
    สมัยที่ 2 ตั้งแต่ 30 เมษายน 2526 – 4 สิงหาคม 2529
    และสมัยที่ 3 ตั้งแต่ 5 สิงหาคม 2529 – 3 สิงหาคม 2531 ปฏิเสธรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 4 โดยท่านบอกว่า ผมพอแล้ว
  • ในช่วงที่เป็นนายกฯ มีความพยายามจะยึดอำนาจถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรกคือ วันที่ 1 เมษายน 2524 กลุ่มยังเติร์ก จปร. 7 ที่หนุนหลังพล.อ. เปรม เป็นนายกฯ ทำการรัฐประหารเสียเอง แต่ก็ล้มเหลว
  • ตลอดระยะเวลาของพลเอกเปรมในการบริหารประเทศได้มีผลงานสำคัญมากมาย เช่น การปรับปรุงประมวลกฎหมายรัษฎากรและกฎหมายสรรพสินค้า เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่สังคม การสร้างงานตามโครงการสร้างงานในชนบท (กสช.) การจัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐบาล และเอกชน (กรอ.) เพื่อส่งเสริมบทบาททางการค้าและการลงทุนของภาคเอกชนภายในประเทศ
  • พลเอกเปรม ได้รับยกย่องว่ามีผลงานสำคัญในการผลักดันนโยบาย การเมืองนำการทหาร ซึ่งนำไปสู่การออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 66/2523 กำหนดนโยบายและปรับท่าทีในการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ โดยมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ผู้แปรพักตร์ ทำให้นักศึกษาที่หลบหนีเข้าป่าภายหลังเหตุการณ์ 6 ต.ค.2519 กลับออกจากป่า
  • ปี พ.ศ.2531 ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น องคมนตรีและรัฐบุรุษ และปี พ.ศ.2541 ได้รับการโปรดเกล้าฯ เป็นประธานองคมนตรี
  • ปี พ.ศ.2549 พาคณะรัฐประหารเข้าเฝ้าฯ หลังยึดอำนาจจากรัฐบาลนายทักษิณสำเร็จ
  • นักวิชาการและสื่อต่างให้ความเห็นว่า พลเอกเปรมมีบทบาทในการเมืองไทย โดยรัฐบาลทหารหลังรัฐประหารปี 2549 ได้ปฏิเสธข่าวนี้
  • ในปี 2550 กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) ได้รวมตัวประท้วงหน้าบ้านของพลเอกเปรม เพื่อเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่งประธานองคมนตรี เนื่องจากเชื่อว่ามีบทบาททางการเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าสลายการชุมนุม และเกิดการปะทะกันกับผู้ชุมนุม
  • พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการให้ พลเอกเปรม ลงนามในสมุดจดทะเบียนราชาภิเษกสมรส ในฐานะสักขีพยาน ใน วันที่ 1 พฤษภาคม 2562