
สำหรับช่วงสิ้นปีเช่นนี้ เหล่ามนุษย์เงินเดือนต่างกำลังวางแผนจัดการภาษีบุคคลธรรมดา ปี 2561 เพื่อเตรียมยื่นภาษีในช่วงต้นปี 2562 แต่รู้หรือไม่ว่า มีค่าใช้จ่ายหรือสิทธิอะไรที่ช่วยลดหย่อนภาษีได้ เพื่อช่วยให้เราเสียภาษีน้อยลง Tonkit360 จึงได้สรุปรวมค่าลดหย่อนภาษี 2561 มาฝาก
อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปี 2561
เป็นภาษีที่จัดเก็บจากรายได้ที่เกิดขึ้นในตลอด 1 ปีของบุคคลทั่วไปที่มีเงินเดือน ซึ่งอัตราในการจัดเก็บเป็นไปตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ดังนี้
– มีเงินได้สุทธิ 150,001-300,000 บาท อัตราเสียภาษี ร้อยละ 5
– มีเงินได้สุทธิ 300,001-500,000 บาท อัตราเสียภาษี ร้อยละ 10
– มีเงินได้สุทธิ 500,001-750,000 บาท อัตราเสียภาษี ร้อยละ 15
– มีเงินได้สุทธิ 750,001-1,000,000 บาท อัตราเสียภาษี ร้อยละ 20
– มีเงินได้สุทธิ 1,000,001-2,000,000 บาท อัตราเสียภาษี ร้อยละ 25
– มีเงินได้สุทธิ 2,000,001-5,000,000 บาท อัตราเสียภาษี ร้อยละ 30
– มีเงินได้สุทธิเกิน 5,000,001 บาทขึ้นไป อัตราเสียภาษี ร้อยละ 35
*** ขณะเดียวกันผู้ที่มีรายได้สุทธิไม่ถึง 150,000 บาท ก็ต้องยื่นภาษีเช่นกัน แต่ไม่ต้องเสียภาษี
รายละเอียดของรายการลดหย่อนภาษี ปี 2561
ในแต่ละปีอาจมีการเปลี่ยนแปลงรายการหรือเงื่อนไขต่าง ๆ ว่าแล้ว ลองมาดูกันว่าในปี 2561 มีเงื่อนไขยังไงบ้าง
ค่าลดหย่อนภาษีส่วนตัวและครอบครัว
- ค่าลดหย่อนส่วนบุคคล 60,000 บาท
- ค่าลดหย่อนคู่สมรส 60,000 บาท
- ค่าลดหย่อนบุตร คนละ 30,000 บาท
- ค่าฝากครรภ์ และคลอดบุตร ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 60,000 บาท
- ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป คนละ 30,000 บาท
- ค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการ คนละ 60,000 บาท
ค่าลดหย่อนจากประกันชีวิตและเงินออม
- ค่าเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
- ค่าเบี้ยประกันสุขภาพตนเอง ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท
- ค่าเบี้ยประกันสุขภาพพ่อแม่ ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท
- ค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ ลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี แต่ไม่เกิน 200,000 บาท
- กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี แต่ไม่เกิน 500,000 บาท
- กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี แต่ไม่เกิน 500,000 บาท
- เงินสะสมกองทุนการออมแห่งชาติ ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 500,000 บาท
- เงินสมทบประกันสังคม ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 9,000 บาท
ค่าลดหย่อนกลุ่มบริจาคให้เงินหมุนสู่สังคม
- บริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษา การกีฬา และช่วยเหลือสังคม ลดหย่อนได้ 2 เท่าตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
- บริจาคทั่วไป ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอย่างอื่น
- บริจาคโรงพยาบาล ลดหย่อนได้ 2 เท่าตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
- บริจาคเข้ากองทุนวิจัยและนวัตกรรม 4 กองทุน ลดหย่อนได้ 2 เท่าตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
- บริจาคช่วยเหลือเหตุอุทกภัย ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอย่างอื่น
ค่าลดหย่อนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
- ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม เพื่อการมีที่อยู่อาศัย ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
- ค่าใช้จ่ายเที่ยวเมืองรอง (55 จังหวัด) ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท
- ค่าธรรมเนียมจากการรับชำระเงินด้วยบัตรเดบิต เพิ่ม 1 เท่าของที่จ่ายจริง เฉพาะกลุ่มที่มีรายได้ค่าเช่า วิชาชีพอิสระ รับเหมา และธุรกิจอื่น ๆ เท่านั้น
ค่าลดหย่อนจากมาตรการช้อปช่วยชาติ 2561
สามารถนำไปลดหย่อนภาษีตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท โดยสินค้าที่ซื้อ ต้องออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป ระหว่างวันที่ 15-31 ธันวาคม 2561 สำหรับสินค้าที่ร่วมรายการ มีดังนี้
(1) สินค้า OTOP ที่ลงทะเบียนไว้กับกรมการพัฒนาชุมชน โดยผู้มีเงินได้ต้องมีหลักฐานการซื้อสินค้าเป็นใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป และต้องระบุว่า เป็นการซื้อสินค้าจากโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์
(2) หนังสือ หรือ E-Book แต่ไม่รวมถึงนิตยสารและหนังสือพิมพ์ โดยต้องซื้อจากผู้ประกอบการที่ได้รับจดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล และต้องออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปเช่นกัน
(3) ยางล้อรถยนต์ ล้อรถจักรยานยนต์ และรถจักรยาน โดยซื้อจากผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายซึ่งซื้อวัตถุดิบจากการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) โดยผู้มีเงินได้จะต้องมีหลักการซื้อสินค้าเป็นใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป และหลักฐานที่เป็นคูปองจาก กยท.
ข้อมูลจาก กรมสรรพากร






























