หากกวาดสายตาไปยังรถยนต์ที่วิ่งอยู่บนท้องถนนบ้านเรา ไม่ใช่เรื่องแปลกหากเราเห็นรถรุ่นยอดนิยมอย่าง โตโยต้า คัมรี่,ฟอร์ด เฟียสต้า,โตโยต้า ยาริส,มินิ คันทรีแมน หรือกระทั่ง นิสสัน เทียน่า แต่รู้หรือไม่ว่ารถยนต์รุ่นที่เอ่ยมานี้ ล้วนได้รับการแปลงโฉมลงแข่งขันในสนามแข่งระดับโลกมาแล้วทั้งสิ้น ซึ่งโฉมหน้าจะเปลี่ยนไปแค่ไหน Tonkit360 รวบรวมมาฝากกัน
โตโยต้า คัมรี่ : นาสคาร์ คัพ ซีรีย์ส สหรัฐอเมริกา
ภาพลักษณ์ของโตโยต้า คัมรี่ ในเมืองไทย แน่นอนว่าทุกคนคิดถึงรถยนต์นั่งขนาดใหญ่สำหรับผู้บริหาร แต่รู้หรือไม่ว่า คัมรี่ คือหนึ่งในรถยนต์รุ่นที่้ใช้ในการแข่งขัน นาสคาร์ คัพ ซีรีย์ส ของสหรัฐอเมริกา โดยรถยนต์แบรนด์ดังจากญี่ปุ่นเข้าร่วมการแข่งขันนาสคาร์ตั้งแต่ยุคเจเนอเรชั่นที่ 5 ในปี 2007-2012 มาจนถึงเจเนอเรชั่นที่ 6 ตั้งแต่ปี 2013 ถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ดี นอกจากรูปโฉมภายที่คงโดยเฉพาะด้านหน้าของตัวรถที่คงไว้ซึ่งความเป็น “คัมรี่” แล้ว ส่วนอื่นๆถือว่ามีการแปลงโฉมใหม่ทั้งหมดเพื่อลงแข่งขันตามกติกาของนาสคาร์ ไล่ตั้งแต่ แชสซี ที่ต้องติดตั้ง Roll Cage เพื่อความปลอดภัยของนักขับ เครื่องยนต์ที่ถูกเปลี่ยนเป็น วี8 5.8 ลิตร พร้อมเกียร์ธรรมดา 4 สปีด ให้กำลังสูงสุดถึง 725 แรงม้าเลยทีเดียว
ฟอร์ด เฟียสต้า : แรลลี่ชิงแชมป์โลก
จากรถยอดนิยมรุ่นหนึ่งในบ้านเรา ที่เจ้าของรถหลายๆคนอาจจะยังปวดหัวกับปัญหาเกียร์พาวเวอร์ชิพท์ 6 สปีด แต่ทราบหรือไม่ว่าบนเวทีมอเตอร์สปอร์ตทางฝุ่นระดับโลก นี่คือรถที่เป็นแชมป์แรลลี่โลกปีล่าสุด โดยในปี 2017 ที่ผ่านมา ฟอร์ดเฟียสต้า ที่ขับโดย เซบาสเตียน โอเจียร์ แชมป์แรลลี่โลก 5 สมัย สามารถผงาดคว้าแชมป์โลกไปครองได้สำเร็จ

โดย เฟียสต้า เวอร์ชั่นแรลลี่โลก ถูกแปลงโฉมเป็นรุ่น “Ford Fiesta WRC” สร้างจากพื้นฐานรถเฟียสต้าเวอร์ชั่นปี 2017 ที่ขายในโชว์รูมทั่วไป นำมาโมดิฟายใหม่ทั้งคัน ใช้เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร เทอร์โบ รีดแรงม้าได้สูงถึง 380 แรงม้า ทำงานร่วมกับเกียร์ 6 สปีด และมีน้ำหนักเบาเพียง 1.190 กิโลกรัมเท่านั้น
โตโยต้า ยาริส : แรลลี่ชิงแชมป์โลก
จากรุ่นอีโค่คาร์รุ่นยอดนิยมในบ้านเรา อีกมุมหนึ่ง โตโยต้า ยาริส คือสุดยอดรถแข่งตัวแรงที่โลดแล่นอยู่ในการแข่งขันทางฝุ่นระดับโลกอย่างแรลลี่ชิงแชมป์โลกเช่นเดียวกัน โดยยาริส เปิดตัวอย่างเป็นทางการในแรลลี่โลกเมื่อปี 2017 ภายใต้ชื่อทีม “Toyota Gazoo Racing WRT” ซึ่งเป็นทีมโรงงานของโตโยต้า แต่มีฐานทัพอยู่ที่ประเทศฟินแลนด์

ยาริส เวอร์ชั่นดังกล่าวขับโดย ยาริ-แมตติ แลตวาล่า นักขับชื่อดังชาวฟินแลนด์ และสามารถคว้าชัยชนะได้ 1 สนาม ที่ประเทศสวีเดน ขณะที่รูปโฉมและสมรรถนะถูกดีไซน์และปรับเปลี่ยนไปตามกติกาของเอฟไอเอ ด้วยการใช้เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร เทอร์โบ ทำความเร็วได้สูงสุดบนทางฝุ่น 201 กม./ชม.
มินิ คันทรีแมน : แรลลี่ ดาการ์
เอ่ยถึง “มินิ คันทรีแมน” แน่นอนว่ามันคือรถ ซับคอมแพ็ค ครอสโอเวอร์ เอสยูวี จากค่ายมินิที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2010 และถือเป็นรถบ้านที่หลายคนต้องการมีไว้ในครอบครอง แต่ที่ฮือฮากว่านั้นคือในปี 2012 ที่ “มินิ” ประกาศนโยบายด้านมอเตอร์สปอร์ตด้วยการนำ “คันทรีแมน” ลงสู่สนามแข่งทางฝุ่นระดับโลก ทั้งในแรลลี่ชิงแชมป์โลกและแรลลีหฤโหด “ดาการ์2012”

ที่สำคัญ “มินิ คันทรีแมน” ที่ถูกแปลงโฉมลงแข่งดาการ์ภายใต้ชื่อ “Mini All4 Racing” สามารถคว้าชัยชนะจากการแข่งขันแรลลี่ที่โหดที่สุดในโลกได้ถึง 4 ปีติดต่อกัน โดยคันทรีแมนเดิมๆถูกแปลงโฉมด้วยการใส่เครื่องยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ดีเซล-ทวินเทอร์โบ 3.0 ลิตร พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ทำความเร็วสูงสุดในทะเลทรายได้ถึง 208 กม./ชม.เลยทีเดียว
นิสสัน เทียน่า (อัลติม่า) : วี8 ซูเปอร์คาร์ ออสเตรเลีย
นึกภาพค่ายรถนิสสันกับการแข่งขันในมอเตอร์สปอร์ต ทุกคนน่าจะคิดถึง “เดอะ ก็อตซิลล่า” นิสสัน GTR แต่ทราบหรือไม่ว่า นิสสัน เทียน่า ที่ขายอยู่ในบ้านเรา หรือในชื่อรุ่น “อัลติม่า” ที่ทำตลาดในประเทศออสเตรเลีย คือรถที่ถูกแปลงโฉมลงสู่สนามแข่งด้วยเช่นกัน ในการแข่งขัน วี8 ซูเปอร์คาร์ ของประเทศออสเตรเลีย

โดยในปี 2013 เป็นต้นมา นิสสัน มอเตอร์สปอร์ต ของออสเตรเลีย นำรถ นิสสัน อัลติม่า L33 (นิสสันเทียน่า โฉมปัจจุบัน) โมดิฟายลงสนามแข่ง วีแปด ซูเปอร์คาร์ ภายใต้เครื่องยนต์ วี8 5.0 ลิตร ความแรง 645 แรงม้า ทำงานร่วมกับเกียร์กึ่งอัตโนมัติ 6 สปีด เร่งความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 3.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 300 กม./ชม.โมงเลยทีเดียว






























