Home Uncategorized ใครเด่น-ใครดับ รอบรองฯฟุตบอลโลก 2018

ใครเด่น-ใครดับ รอบรองฯฟุตบอลโลก 2018

ได้คู่ชิงชนะเลิศไปแล้วเรียบร้อยสำหรับศึกฟุตบอลโลก 2018 มีพลิกโผกันบ้างเล็กน้อย จากการที่โครเอเชีย สามารถคว่ำอังกฤษทะลุเข้าไปชิงชนะเลิศได้ และวันนี้ Tonkit360 จะพาแฟนบอลทุกท่านไปเก็บตกกันในรอบรองชนะเลิศ ด้วยการตามไปดูว่านักเตะคนใดบ้าง ที่โชว์ฟอร์มได้เด่นที่สุด และ แย่ที่สุด เราคัดมาให้ทั้งหมดแล้ว เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปชมกันดีกว่า

เด่น

คิเลียน เอ็มบัปเป้ – ฝรั่งเศส

มีของมาให้ชมเรื่อยๆ เลย สำหรับเด็กหนุ่มวัย 19 ปี อย่าง เอ็มบัปเป้ ถึงแม้เกมในรอบนี้เจ้าตัวจะไม่มีโอกาสทำประตูเลยสักครั้ง แต่ด้วยลีลา และทักษะการเล่นของเขาที่ทำให้เกมรับของ เบลเยียมทั้งแผงต้องหัวหมุน แถมยังช่วยสร้างโอกาสทำประตูให้เพื่อนรวมทีมได้ถึง 6 ครั้ง ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นการไขว้หลังจ่ายบอลให้ ชิรูด์ หลุดเดียวเข้าไปสับไกแบบเหนือชั้น ด้วยผลงานทั้งหมดนี้ บอกได้เลยว่า ถึงอายุจะยังน้อย แต่ก็เริ่มเห็นแววซุปเปอร์สตาร์แล้วจริงๆ

ซิเม เวอร์ซัลจ์โก้ – โครเอเชีย

ถึงจะมีข่าวว่ามีอาการบาดเจ็บก่อนเกมในรอบรองชนะเลิศกับอังกฤษ แต่แบ็คขวาตัวเก่งจาก แอตฯ มาดริด ก็ฟิตกลับมาทันลงสนาม และกลายเป็นผู้ปิดทองหลังพระไปโดยปริยาย ไม่ว่าจะเป็นเกมรุกที่เจ้าตัวมีส่วนกับประตูตีเสมอ จากการโยนบอลให้ เปริซิช ซัดเข้าไปอย่างแม่นยำ หรือจะเกมรับที่เขาช่วยให้โครเอเชียรอดจากการโดนอังกฤษขึ้นนำ ด้วยการโหม่งสกัดลูกโขกของ จอห์น สโตนส์ จากเส้นประตูได้อย่างหวุดหวิด ทั้งๆ ที่บอลลอยผ่าน ซูบาซิช นายทวารของทัพโครแอต ไปแล้ว

อีวาน เปริซิช – โครเอเชีย

หากจะบอกว่า เปริซิช เด่นที่สุดในสนามก็คงจะไม่มีใครปฎิเสธ เพราะเจ้าตัวทำผลงานได้ดีเหลือเกินในเกมนี้ และมีส่วนสำคัญเต็มๆ กับทั้ง 2 ประตูของโครเอเชีย จากลูกยิงตีเสมอ และโหม่งชงให้ มานด์ซูคิช หลุดไปซัดโล่งๆ จนเป็นที่มาของประตูชัยของทางฝั่งโครแอต แถมยังมีโอกาสใส่สกอร์เพิ่มในช่วงท้ายครึ่งหลังอีก ถ้าไม่โดนเสาประตูเจ้ากรรมขวางไว้ซะก่อน แต่โดยรวมแล้ว บอกได้คำเดียวว่าเขาคือ ฮีโร่ ของโครเอเชียจริงๆ

 

ดับ

โรเมลู ลูกากู – เบลเยียม

เกมในรอบนี้ดูเหมือนจะเป็นเกมที่ ลูกากู มีฟอร์มน่าผิดหวังที่สุดในทัวร์นาเมนต์แล้วก็ว่าได้ เราแทบจะไม่เห็นอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันจากเขาเลย เพราะตลอดเกมหัวหอกร่างยักษ์มีโอกาสสับไกเพียง 1 ครั้งเท่านั้นเอง แถมในขณะที่คนสัมผัสบอลน้อยที่สุดของทางฝั่งฝรั่งเศส มีโอกาสแตะบอลอยู่ 43 ครั้ง (ป็อกบา) แต่ ลูกากู มีโอกาสได้สัมผัสลูกบอลเพียง 21 ครั้งเท่านั้นตลอด 90 นาที ซึ่งมันเป็นสถิติที่น้อยที่สุดในสนามแล้ว จึงไม่น่าแปลกใจถ้าเราจะเห็นตัวเขาหายไปแทบจะตลอดทั้งเกม

โอลิวิเยร์ ชิรูด์ – ฝรั่งเศส

หัวหอกเครางามอย่าง ชิรูด์ ได้โอกาสลงสนามในตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้าต่อเนื่อง แต่ก็ยังทำผลงานได้อย่างไม่น่าพอใจอย่างต่อเนื่องเช่นกัน เพราะถึงเกมนี้เจ้าตัวมีโอกาสทำประตูมากที่สุดในสนาม (6 ครั้ง) แต่ก็น่าผิดหวังเหลือเกินที่มันดันไม่ตรงกรอบเลยสักครั้ง แถมหนึ่งในนั้นเป็นโอกาสทองที่เจ้าตัวหลุดเดี่ยวเข้าไปยิงในช่วงครึ่งแรกอีกต่างหาก ทำให้หลังจบเกมรอบรองชนะเลิศ จนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลากว่า 7 ชั่วโมงแล้ว (465 นาที) ที่ ชิรูด์ ยังยิงตรงกรอบได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นในฟุตบอลโลก 2018

แฮร์รีย์ เคน – อังกฤษ

น่าผิดหวังจริงๆ สำหรับผู้นำดาวซัลโวในขณะนี้อย่าง แฮร์รีย์ เคน ที่ทำอะไรไม่ได้สักอย่างเลยในเกมรอบนี้ นอกจากพลาดทำประตูขึ้นนำเป็น 2-0 จากการหลุดเดี่ยวไปดวลกับผู้รักษาประตูในช่วงครึ่งแรกแล้ว เราก็แทบไม่เห็นตัวเขาทำอะไรเลย แถมเจ้าตัวก็มีโอกาสยิงเพียง 2 ครั้งเท่านั้นตลอด 120 นาที (ซึ่งทั้ง 2 ครั้งดังกล่าวมันเกิดขึ้นในครึ่งแรก) ในวันที่อะไรๆ ก็ไม่เป็นใจแบบนี้ มันจึงกลายเป็นเหตุให้ทัพสิงโตคำราม ทำได้เพียงแค่เข้าชิงที่ 3 เท่านั้นในฟุตบอลโลก 2018

ภาพจาก – @KMbappe, @equipedefrance, @England, @EuanKay18, @TeamFA, @ManUtd