Home Uncategorized 5 ชาติยักษ์ใหญ่ที่ไร้ “ตั๋ว” สู่รัสเซีย

5 ชาติยักษ์ใหญ่ที่ไร้ “ตั๋ว” สู่รัสเซีย

ทีมชาติอิตาลี (ภาพจาก denverpost.com)

หนึ่งในเสน่ห์หลายๆ อย่างของกีฬาฟุตบอล คือเรื่องดราม่าและรายการพลิกล็อกช็อคโลก วันนี้เราจะนำเสนอ 5 ชาติยักษ์ใหญ่ ที่ดันมาพลาดท่าจนชวดโควตาไปลุยศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย มีทั้งการพลาดแบบน่าเสียดาย ไปจนถึงความผิดพลาดชนิดที่ต้องโทษตัวเองฝ่ายเดียวเท่านั้น

เรามาดูกันว่า 5 ทีมใหญ่ที่จะไม่ได้ร่วมแข่งฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่แดน “หมีขาว” จะมีชาติไหนกันบ้าง

สหรัฐอเมริกา

ภาพจาก Forbes.com

ขึ้นชื่อว่าเป็น “มหาอำนาจลูกหนัง” ของฝั่งอเมริกาเหนือ แต่ทีมจากแดน “ลุงแซม” กลับพลาดเป้าแบบไม่น่าให้อภัย หลังพวกเขาแพ้ต่อ ตรินิแดด และ โตเบโก ในนัดสุดท้ายของรอบคัดเลือกโซนคอนคาเคฟไป 2-1 จนกลายเป็นชาติเล็กๆอย่าง ปานามา ที่คว้าสิทธิ์ไปเล่นฟุตบอลโลกเป็นสมัยแรกแทน ถือว่าเป็นการตกรอบแบบต้องโทษตัวเองสถานเดียวจริงๆ

นี่ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1986 ที่เราจะไม่ได้เห็นสหรัฐอเมริกาในศึกฟุตบอลโลก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าอับอายต่อวงการฟุตบอลอเมริกันมาก จนทำให้บรูซ อารีน่า กุนซือระดับปรมาจารย์ชาวอเมริกันต้องจำใจลาออกจากตำแหน่งแม่ทัพของแดนลุงแซมเป็นหนที่สอง

ไอวอรี่ โคสต์

ภาพจาก thesun.co.uk

ใครจะไปคิดว่า ชาติยักษ์ใหญ่แห่งแอฟริกาอย่างไอวอรี่ โคสต์จะพลาดตั๋วไปรัสเซีย ด้วยการพ่ายต่อโมร็อกโก แบบหมดรูป 2-0 คาบ้านแบบนี้ และเป็นการปิดฉากผลงานยอดแย่ที่ไอวอรี่ โคสต์ คว้าชัยชนะได้แค่ 2 จาก 6 นัดในรอบคัดเลือกของศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ผ่านมา

ปัญหาหลักของทีม “ช้างดำ” คือการที่พวกเขาไม่สามารถหาตัวแทนที่จะขึ้นมารับใช้ชาติต่อจากตำนานนักเตะอย่าง ดิดิเยร์ ดร็อกบา และสองพี่น้องตูเร่ได้ อย่างไรก็ตาม พวกเขาคงไม่มีเวลาจะมานั่งเสียใจกันนานมาก เพราะต้องรีบเตรียมทีมกันต่อ สำหรับรอบคัดเลือกของรายการระดับทวีปอย่าง แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ ในปี 2019 ต่อไป

เนเธอร์แลนด์

อาร์เยน ร็อบเบ็น (ภาพจาก standard.co.uk)

“กังหันสีส้ม” ยังถือว่าคาอยู่ใน “ยุคมืด” หลังจากคว้าน้ำเหลวกับโควตาไปแข่งฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งเป็นรายการระดับเมเจอร์ รายการที่ 2 ที่อดีตรองแชมป์ฟุตบอลโลก ปี 2010 พลาดท่าไม่ได้ไปร่วมแข่งด้วย แม้ว่า “ฮอลแลนด์” จะจัดการสวีเดนได้ในนัดสุดท้าย แต่การชนะเพียง 2-0 ก็ไม่เพียงพอสำหรับฮอลแลนด์ เพราะสวีเดนยังมีประตูได้เสียที่ดีกว่า หลังกระหน่ำยิงประตูใส่ชาติเล็กๆอย่าง ลักเซมเบิร์กไป 8-0 ชนิดที่ฮอลแลนด์ยังไม่เชื่อสายตาตัวเอง

พลาดการไปบอลโลกแล้วยังไม่พอ เพราะนอกจากดิ๊ก อั๊ดโวคาท ที่โดนเชือดจากตำแหน่งกุนซือแล้ว “ฮอลแลนด์” ยังต้องเสียสุดยอดนักเตะ และกัปตันทีมอย่าง อาร์เยน ร็อบเบ็นที่ประกาศเลิกเล่นทีมชาติไปด้วย ถึงจะมีดาวรุ่งและสตาร์ดังล้นทีม แต่ผลงานของทีมชาติดัตช์ในช่วงนี้ ถือว่าน่าผิดหวังมาก และคงจะเป็นคำถามกันต่อไปว่า “ยักษ์หลับ” รายนี้ จะหลุดออกจาก “ยุคมืด” ได้เมื่อไหร่

ชิลี

อเล็กซิส ซานเชส (ภาพจาก Mirror.co.uk)

แชมป์รายการ “โคปา อเมริกา” รายล่าสุด พลาดท่าคว้าตั๋วไปลุยศึกฟุตบอลโลกชนิดที่หลายๆคนคงงงกันเป็นไก่ตาแตก ชิลีที่ทำอันดับไว้ได้ดีก่อนถึงเกมรอบคัดเลือกนัดสุดท้าย กลับโดนบราซิลยำเละ 3-0 และประกอบกับการที่อาร์เจนติน่าได้ ลิโอเนล เมสซี่ สวมบทฮีโร่กดแฮ็ตทริกในนัดสุดท้าย และเปรูที่ยันเสมอโคลอมเบียได้ จนพวกเขาอดไปเล่นฟุตบอลโลกในปีหน้าอย่างน่าเสียดาย

ส่วน ฆวน อันโตนิโอ ปิซซี่ กุนซือผู้โชคร้ายก็ต้องยอมไขก็อกลาออกจากตำแหน่งกุนซือชิลีไปตามระเบียบ

อิตาลี

จานลุยจิ บุฟฟ่อน (ภาพจาก Goal.com)

อิตาลีคืออีกหนึ่งชาติที่โดนพิษของทีมชาติสวีเดนเล่นงานเอา หากดูจากหน้าเสื่อแล้วพลพรรค “อัซซูรี่” ควรจะจัดการสวีเดนได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แต่กลับโดนกองกลางของสวีเดนอย่าง ยาค็อบ โจฮันส์สัน กดประตูโทนไปก่อนในนัดแรก และทัพ “ไวกิ้ง” ก็สามารถบุกไปยันเสมอ “อัซซูรี่” ในเกมนัดที่สอง ได้อีก 0-0 จนส่งอิตาลีตกรอบฟุตบอลโลกไป

การตกรอบของอิตาลี ทำให้แฟนๆจะไม่ได้เห็นอดีตแชมป์โลก 4 สมัยในเวทีบอลโลก เป็นครั้งแรกในรอบ 60 ปี ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องช็อคของวงการฟุตบอลอย่างยิ่ง นอกจากนี้ แมตช์นี้จึงกลายเป็นเกมปิดฉากการรับใช้ชาติของสองนักเตะดังอย่าง ดานีเอเล่ เด รอสซี่ และจานลุยจิ บุฟฟ่อน เพราะทั้งสองได้ประกาศอำลาทีมชาติทั้งน้ำตาหลังจบเกมนัดดังกล่าวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว