Home Uncategorized “ราฟาเอล นาดาล” กับการคืนมือ 1 โลกอีกครั้ง ในวัย 31 ปี

“ราฟาเอล นาดาล” กับการคืนมือ 1 โลกอีกครั้ง ในวัย 31 ปี

ภาพจาก ATPWorldTour.com

แม้โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ นักหวดคู่ปรับชาวสวิสเพิ่งซิวแชมป์รายการที่ 95 ในการเล่นอาชีพไปจนแซงหน้าสถิตินักหวดระดับตำนานอย่างอีวาน เลนเดิล ได้

แต่สำหรับ ราฟาเอล นาดาล  ปี 2017 ก็น่าจะเป็นปีที่นักหวดคนดังต้องจดจำเช่นกัน เพราะนักหวดชาวสแปนิชสามารถทำอันดับคืนสู่มือ 1 ของโลกได้สำเร็จ และนับเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีที่นาดาลสามารถจบปีด้วยการเป็นมือหนึ่งได้ อีกทั้งยังทำสถิติเป็นนักเทนนิสที่มีอายุมากที่สุดที่สามารถจบฤดูกาลในฐานะมือหนึ่งของโลกได้ ในวัย 31 ปีด้วย

ตลอด 4 ปี ที่ห่างหายจากการครองบัลลังก์มือ 1 โลก นับตั้งแต่ได้รับบาดเจ็บ จนกลับมาสู่จุดสูงสุดในวงการเทนนิสชายได้อีกครั้ง เขาต้องเผชิญกับอะไรบ้าง เราจะมาย้อนดูเส้นทางกัน

“ข้อมือซ้าย” เจ้าปัญหา

นาดาลใส่เฝือกที่มือซ้าย (ภาพจาก Telegraph.co.uk)

หลังจากเปิดหัวฤดูกาล ปี 2014 ได้อย่างน่าชื่นชมกับการเข้าชิงออสเตรเลียน โอเพ่น (แพ้ต่อ สแตน วาวรินก้า) และคว้าแชมป์เฟร้นช์ โอเพ่น สมัยที่ 9 นาดาลก็ประสบกับปัญหาอาการบาดเจ็บที่ข้อมือซ้าย ซึ่งเรื้อรังมาตลอด 4 ปี และส่งผลต่อผลงานของเขาอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการห่างหายจากการเข้าชิงรายการแกรนด์สแลมไปเกือบ 3 ปี แถมไม่สามารถเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศได้เลยในปี 2016 ด้วย จนทำให้อันดับโลกของนาดาลตกลงมาอยู่ที่อันดับ 9 เมื่อจบฤดูกาล

กลับสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง ปี 2017

นาดาล (ซ้าย) – โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ (ขวา) ภาพจาก Metro.co.uk

เมื่อมาถึงช่วงต้นปี 2017 หลายคนจึงไม่คาดคิดว่า นาดาลที่ฟอร์มน่าผิดหวังตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เพราะอาการบาดเจ็บเรื้อรังที่ข้อมือ บวกกับอายุที่เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งปี จะสามารถต่อกรกับนักเทนนิสมือแข็งๆ อย่าง โนวัค โยโควิช หรือแอนดี้ เมอร์รีย์ได้

แต่ “คิง ออฟ เคลย์” ก็เค้นฟอร์มเด็ด บวกกับมีโชคชวย เมื่อทั้งโยโควิช และ เมอร์รีย์ ต่างตกรอบก่อนเวลาอันควร ทำให้เขาได้ผงาดเข้าไปชิงแชมป์ “ออสเตรเลียน โอเพ่น” ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา ซึ่งคู่ต่อกรของเขา คือเพื่อน และอริตลอดกาลอย่าง โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ จึงเป็นรอบชิงแห่งความหลังของแฟนเทนนิสทั่วโลกอย่างแท้จริง

หากมองดูแล้ว ปี 2017 ถือเป็นปีแห่งการ “ย้อนวัย” ของนาดาลเลยก็ว่าได้ แม้สุดท้ายจะพลาดแชมป์ที่เมลเบิร์นไปอย่างเสียดาย แต่เขาสามารถกวาดแชมป์แกรนด์ สแลมได้ถึงสองรายการ เริ่มจากการปลดล็อกคว้าแชมป์ “เฟร้นช์​ โอเพ่น” ได้เป็นสมัยที่ 10 และปิดฉากสามปีที่ไร้แชมป์แกรนด์สแลมของตัวเองได้สำเร็จ

ภาพจาก Sportingnews.com

นอกจากนาดาลจะกลับมาท็อปฟอร์มในปีนี้แล้ว ทั้งโยโควิช, เมอร์รีย์ และวาวรินก้า คู่แข่งสำคัญต่างก็พากันฟอร์มตกและเจ็บไปตามๆ กันด้วย จึงทำให้เขาสามารถคืนตำแหน่งมือหนึ่งของโลกได้สำเร็จ และฉลองตำแหน่งมือหนึ่งด้วยการคว้าแชมป์แกรนด์สแลม “ยูเอส โอเพ่น” เป็นสมัยที่ 3 พร้อมการันตีการจบปี 2017 ด้วยอันดับหนึ่งของโลก หลังทำแต้มทิ้งเฟเดอเรอร์ มือสองของโลกได้ในรายการที่ปารีส

จากการคว้าแชมป์ยูเอส โอเพ่น ของนาดาลในปีนี้ ทำให้เขาสร้างสถิติแซง พีต แซมพราส ตำนานชาวอเมริกัน ขึ้นแท่นเป็นนักเทนนิสชายที่คว้าแชมป์แกรนด์สแลมมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ที่ 16 รายการ  ประกอบด้วย แชมป์ออสเตรเลียน โอเพ่น 1 สมัย (ปี 2009), แชมป์เฟร้นช์ โอเพ่น 10 สมัย (ปี  2005-2008, 2010-2014 และ 2017) , แชมป์วิมเบิลดัน 2 สมัย (ปี 2008, 2010) และแชมป์ยูเอส โอเพ่น 3 สมัย(ปี 2010, 2013, 2017) ตามหลังเพียงแค่เฟเดอเรอร์ ที่คว้าแชมป์ไปทั้งหมด 19 สมัยเพียงคนเดียวเท่านั้น

“เอทีพี ไฟน่อลส์” แชมป์ที่ยังไม่เคยสัมผัส

แม้จะคว้าแชมป์มามากมายตลอดอาชีพ แต่นาดาลก็ยังขาดแชมป์รายการใหญ่ส่งท้ายปีอย่าง “เอทีพี ไฟน่อลส์” ​ที่เขาต้องรับบทเป็นพระรองมาแล้วถึงสองรอบ ซึ่งหากดูฟอร์มของนาดาลในปีนี้  ถือว่าเขามีภาษีค่อนข้างดีที่จะซิวแชมป์นี้มาครองเป็นครั้งแรกได้สำเร็จ แต่จะทำได้หรือไม่นั้น ติดตามให้กำลังใจนักหวดจากแดนกระทิงดุรายนี้กันได้ ระหว่างวันที่ 12-19 พฤศจิกายนนี้