Home Work & Living Living 10 อันดับของกินที่เคยเป็นกระแส “คนแห่ต่อคิว” แต่วันนี้แค่ของกินธรรมดา

10 อันดับของกินที่เคยเป็นกระแส “คนแห่ต่อคิว” แต่วันนี้แค่ของกินธรรมดา

ยังจำกันได้ไหม? กับของกินที่ช่วงหนึ่งเคยฮอตฮิตมาก ๆ ร้านดัง ๆ สามารถสร้างปรากฏการณ์ให้คนยอมยืนรอต่อคิวได้เป็นชั่วโมง ๆ เพื่อให้ได้ซื้อมาลิ้มรสชาติและถ่ายรูปลงโซเชียลมีเดีย กระทั่งมาถึงจุดที่คู่แข่งเริ่มจับทางได้ จนมีร้านที่ขายเมนูแบบเดียวกันขายเกลื่อนทั่วทุกหัวระแหง ราคาก็แตกต่างกันไปตามกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย จนในที่สุดกระแสความนิยมก็เริ่มลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงพีก หลายร้านกลายเป็นแค่ร้านธรรมดา ๆ ที่คนเดินผ่านแล้วแวะซื้อได้ตามปกติ ไม่ต้องยืนรอคิวนาน ๆ อีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม การเดินทางที่หวือหวาแต่ไม่มั่นคงทำให้หลายร้านอยู่ต่อไม่ได้ ต้องทยอยปิดสาขา และจำนวนหนึ่งก็ปิดกิจการ หายไปจากตลาดประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว

ลองมาดูกันว่า 10 อันดับ ที่ Tonkit360 คัดมา ตรงกับที่ใครหลายครคิดเอาไว้บ้างหรือเปล่า

อันดับ 10 ขนมปังไส้ทะลัก

จากขนมปังปิ้งธรรมดา ๆ เคยถูกยกระดับให้กลายเป็นเมนูไวรัลมาแล้ว ด้วยการย่างเนยแบบฉ่ำ ๆ โปะด้วยช็อกโกแลตผง น้ำตาลแน่น ๆ รวมถึงขนมปังนุ่มสอดไส้แบบล้นทะลัก จัดเต็มทั้งสังขยา ช็อกโกแลต เนยนม และชีส เวลาที่เปิดกล่องออกมาจะเห็นไส้เยิ้มทะลักออกมาจากขนมปัง เห็นแล้วชวนลิ้มลองเสียจริง ๆ ร้านดังบางแห่งมีคนต่อคิวซื้อถึงขนาดที่ต้องแจกบัตรคิว เพียงเพื่อจะได้ถ่ายรูปและลองเมนูที่กำลังฮิต แต่เมื่อร้านอื่นทำตามได้ง่ายและมีขายแทบทุกตลาด ที่สำคัญกินบ่อย ๆ ก็เลี่ยน อีกทั้งยังมีคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลสูงมาก ไม่สอดคล้องกับเทรนด์ผู้บริโภคในช่วงหลัง ๆ ความพิเศษจึงลดลงอย่างรวดเร็ว

อันดับ 9 ฮันนี่โทสต์

ในช่วงหนึ่ง หากเดินเข้าคาเฟ่หรือร้านขนมหวาน รับรองว่าจะต้องเจอเมนูฮันนี่โทสต์อย่างแน่ นอน ถ้าไม่มีก็เหมือนขาดจุดขายไปเลย ขนมปังปอนด์ชิ้นหนา ๆ ทาเนย แล้วนำไปอบจนหอมกรุ่น เสิร์ฟพร้อมกับไอศกรีม วิปครีม ผลไม้ ราดด้วยน้ำผึ้ง อาจมีซอสช็อกโกแลตเป็นท็อปปิงเสริม เคยเป็นเมนูยอดนิยมจนร้านดังมีลูกค้ารอคิว โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น เรียกได้ว่าในร้านมีกี่โต๊ะก็ต้องเสิร์ฟฮันนี่โทสต์ทุกโต๊ะ แต่ในเมื่อเมนูนี้ไม่ได้ทำยาก ร้านขนมหวานทำเมนูนี้ได้อยู่แล้ว ทำกินเองยังได้ และผู้บริโภคเริ่มมองว่าฮันนี่โทสต์แต่ละเจ้าไม่ได้แตกต่างกันมาก ความนิยมจึงค่อย ๆ ลดลง จากเมนูที่ต้องตามไปกิน กลายเป็นของหวานธรรมดา

อันดับ 8 บิงซู

ช่วงที่กระแสวัฒนธรรมเกาหลีบูมในบ้านเรา บิงซูกลายเป็นเมนูของหวานที่คนไทยเริ่มรู้จัก ทำให้ร้านน้ำแข็งไสเกล็ดหิมะเนื้อเนียนนุ่ม โรยและราดท็อปปิงจนล้นทะลักถ้วยพากันเปิดตัวเพียบ กลายเป็นเมนูที่คนต่อคิวในห้าง โดยเฉพาะบิงซูผลไม้และบิงซูที่เสิร์ฟมาเป็นภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ ด้วยหน้าตาที่เหมาะกับการถ่ายรูปและแบ่งกันกินหลายคน แต่ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูง ประกอบกับร้านแทบทุกแห่งเริ่มมีบิงซู ความเห่อก็ค่อย ๆ ซาลง จนของหวานรูปแบบใหม่มาแทนที่ ความรู้สึกที่ว่า “ต้องไปต่อคิวกินบิงซูร้านนี้” ก็ลดลง ทุกวันนี้ร้านบิงซูเดี่ยว ๆ ทยอยปิดตัว และหลัง ๆ มา คนก็เริ่มกลับมาคิดถึงน้ำแข็งไสใส่น้ำแดงแบบไทย ๆ

อันดับ 7 เมนูชีสยืด/ชีสเยิ้ม

ช่วงหนึ่งแค่เห็นภาพของอาหารที่รีวิวกันโซเชียลมีเดีย ที่ดึงอาหารออกจากกันแล้วมีชีสยืดเป็นเส้นยาว ๆ ไม่ขาดออกจากกัน (บางเจ้าเป็นชีสสีสายรุ้งด้วย) ก็เพียงพอที่จะทำให้คนอยากตามไปลองให้ได้สักครั้ง ตั้งแต่ไก่ทอด เฟรนช์ฟรายส์ ขนมปัง ไปจนถึงอาหารเกาหลี หรือแม้แต่ชาบูก็ยังต้องมีชีส ทำให้เมนูชีสยืดเคยสร้างกระแสบนโซเชียลอย่างมาก เพราะเป็นอาหารที่ทั้งกินและถ่ายรูปได้ คนจึงไม่ได้ไปกินเพราะน่ากินอย่างเดียว แต่ไปเพราะอยากถ่ายรูปชีสยืดลงโซเชียล แต่เมื่อร้านต่าง ๆ ใส่ชีสลงในอาหารกันแทบทุกประเภท ความแปลกใหม่ก็หมดลง สิ่งที่เคยดูพิเศษก็กลายเป็นเรื่องธรรมดา และกระแสก็ลดลงตามไปด้วย

อันดับ 6 ชาไข่มุกชีส

เมนูชาไข่มุกนั้นเคยฮิตอยู่แล้ว แต่ช่วงหนึ่งเกิดกระแสใหม่ซ้อนขึ้นมา จนต้องแยกออกมาจากชาไข่มุกทั่วไป คือช่วงที่ต้องมีการโปะครีมชีสหรือชีสโฟมไว้ด้านบน หรือโรยน้ำตาลทรายแดงแล้วใช้ปืนพ่นไฟ เบิร์นให้ไหม้หอมกรุ่นตอนเสิร์ฟ จนกลายเป็นเครื่องดื่มที่คนต้องตามไปลอง มีทั้งการถ่ายรูปชั้นชีสและการทดลองดื่มให้ได้ทั้งชา ไข่มุก และครีมชีสพร้อม ๆ กัน ร้านชานมที่มีเมนูนี้เคยได้รับความสนใจอย่างมาก จนร้านชานมธรรมดายังต้องเพิ่มเมนูใหม่เข้ามา แต่เมื่อกระแสแพร่ไปจนร้านจำนวนมากทำตาม ความแปลกใหม่ก็กลายเป็นความธรรมดา ปัจจุบันเมนูเหล่านี้จึงกลายเป็นเมนูธรรมดาตามร้านชานมทั่วไป

อันดับ 5 ขนมไข่เค็ม

เคยมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ใด ๆ ในโลกล้วนไข่เค็ม! ก็ไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ อาหารอย่างไข่เค็มถึงได้กลายเป็นหนึ่งในวัตถุดิบประกอบเมนูต่าง ๆ ไปเสียหมด และสร้งกระแสไข่เค็มขึ้นมา ในช่วงนั้น ไม่ว่าจะเปิดเมนูไหนก็จะเจอไข่เค็ม ตั้งแต่ขนมปัง คุกกี้ เค้ก มันฝรั่งทอด ไปจนถึงซาลาเปาและของหวานต่าง ๆ ร้านอาหารและร้านขนมพยายามออกเมนูไข่เค็มเพื่อจับกระแส จนคำว่า “ไข่เค็ม” กลายเป็นตัวดึงดูดลูกค้าไปโดยปริยาย แต่เมื่อทุกอย่างกลายเป็นไข่เค็ม อะไร ๆ ก็มีแต่ไข่เค็ม ความพิเศษก็เริ่มหายไป และกระแสก็ถูกแทนที่ด้วยรสชาติใหม่ ๆ เป็นเมนูฮิตที่มาไวไปเร็วอยู่พอสมควร

อันดับ 4 ชาไข่มุก

เมนูที่คนไทยเรียกว่าชาไข่มุกนั้นอยู่คู่กับสังคมไทยมานานแล้ว ตั้งแต่ร้านน้ำรถเข็นหน้าโรงเรียนแก้วละ 10 บาท กับแก้วลายการ์ตูนสวย ๆ จนมาเป็นยุคร้านแฟรนไชส์แล้วละไม่กี่สิบ ทว่าในช่วงหนึ่ง เมนูชาไข่มุกถูกยกระดับให้กลายเป็นเมนูหรู ร้านชาไข่มุกจึงสามารถสร้างปรากฏการณ์ต่อคิว โดยเฉพาะร้านแบรนด์จากต่างประเทศหรือมีไข่มุกและสูตรชาเป็นจุดขาย คนยอมต่อคิวเป็นชั่วโมงเพื่อซื้อเครื่องดื่มหลักร้อย แต่เมื่อมีร้านชาไข่มุกแทบทุกหัวระแหง จากของที่ต้องตามไปลองกลายเป็นเครื่องดื่มที่หาได้ทั่วไป ความเป็นกระแสจึงลดลง ความเห่อแบบต้องกินทุกร้านที่เปิดใหม่ก็หายไป แม้ชาไข่มุกจะยังเป็นตลาดขนาดใหญ่อยู่ก็ตาม

อันดับ 3 ชีสทาร์ต

ช่วงหนึ่งขนมชีสทาร์ตจากญี่ปุ่นเคยสร้างกระแสแรงจนการซื้อขนมชิ้นเล็ก ๆ กลายเป็นกิจกรรมที่ต้องเผื่อเวลาสำหรับต่อคิว ร้านที่นำเข้าหรือทำชีสทาร์ตสไตล์ญี่ปุ่นได้รับความสนใจอย่างมากจนมีลูกค้ารอซื้อกันเป็นแถวยาว โดยเฉพาะร้านที่มีจุดขายเรื่องการอบสดใหม่ กลิ่นหอม เนื้อชีสด้านในที่มีเนื้อสัมผัสแตกต่างจากทาร์ตทั่วไป และที่สำคัญคือประสบการณ์การซื้อขนมที่กำลังเป็นกระแส แต่เมื่อมีร้านและขนมรูปแบบเดียวกันเพิ่มขึ้น ความหายากก็หายไป เดินเข้าห้างไหนก็หาซื้อกินได้ ในเมื่อไม่มีเหตุผลที่จะต้องรีบไปต่อคิวซื้ออีก กระแสชีสทาร์ตก็ค่อย ๆ ลดความร้อนแรงลง ไม่ใช่ขนมที่ทุกคนต้องตามหาอีกต่อไป

อันดับ 2 แพนเค้กซูเฟล่

นี่เป็นอีกเมนูที่เคยสร้างปรากฏการณ์ต่อคิว เพราะแพนเค้กซูเฟล่นั้นแตกต่างจากแพนเค้กทั่วไปอย่างชัดเจน เป็นแพนเค้กก้อนหนา นุ่มฟู และสั่นดุ๊กดิ๊กได้เวลาที่ถูกยกมาเสิร์ฟ ลูกค้าต้องรอทำสดและใช้เวลานานกว่าขนมทั่วไป ซึ่งก็ยอมรอเพื่อให้ได้ถ่ายรูปและลิ้มลองเมนูที่กำลังดัง แต่เมื่อมันเป็นกระแสที่ดึงดูดลูกค้าได้ ร้านของหวานหลายแห่งก็หันมาทำเมนูนี้ บวกกับรสชาติที่อาจจะไม่ได้ว้าวจนแสงออกปากสำหรับหลาย ๆ คน การยอมจ่ายราคาแพงเพื่อลิ้มลองจึงเกิดแค่ครั้งเดียว คนไม่จำเป็นต้องเดินทางไปต่อคิวเพื่อกินอีกต่อไป และความอยากกินก็ไม่ได้เกิดขึ้นซ้ำอีก ณ ปัจจุบัน ร้านดังที่อาจเป็นต้รตำรับในไทยก็ปิดกิจการไปแล้ว

อันดับ 1 ครัวซองต์

เป็นเมนูที่มีขายในไทยมานานแล้ว ในลักษณะของขนมธรรมดา ๆ ที่ถ้าอยากกินก็ไปซื้อ ไม่ต้องต่อคิวอะไร แต่จู่ ๆ ช่วง COVID-19 ที่ผ่านมา ดันเกิดกระแส “ครัวซองต์ฟีเวอร์” ขึ้นมา เชฟดัง ๆ ทำครัวซองต์เนยแท้ฝรั่งเศสออกมาขาย ราคาชิ้นละหลักร้อยบาท จนเข้าสู่วงจร “ต่อคิวตั้งแต่เช้า” ไปแบบงง ๆ ช่วงพีกนั้นดังจนต้องต่อคิวซื้อ มีทั้งครัวซองต์เนยสด ครัวซองต์ไส้ต่าง ๆ และครัวซองต์สูตรเฉพาะที่คนยอมไปต่อคิวตั้งแต่เช้า บางร้านขายหมดอย่างรวดเร็วและต้องจองล่วงหน้า แต่เมื่อกระแสมา ร้านขนมจำนวนมากก็หันมาทำครัวซองต์ขาย ความพิเศษก็กลับไปเป็นความปกติ สิ่งที่เคยเป็นของหายากก็กลายเป็นของกินทั่วไปอีกครั้ง

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างเมนูอาหาร-ขนมหวาน ที่ครั้งหนึ่งที่เคยสร้างปรากฏการณ์ “ดังระเบิด” จนคนต้องยอมเสียเวลาครึ่งค่อนวันเพื่อต่อคิวซื้อกิน แต่ในที่สุดก็ไม่สามารถรักษาความนิยมไว้ได้ในระยะยาว สาเหตุที่สำคัญที่สุดก็คือ “กระแสมาไวไปเร็ว” ร้านที่เคยมีคนต่อคิวเยอะ ๆ ในช่วงที่กระแสกำลังมา เป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นความสนใจของใหม่ของคน คนแห่ไปลองของใหม่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น อยากลองชิม ไม่ใช่ความภักดีในแบรนด์ นั่นทำให้เมื่อหมดกระแส และผู้บริโภคมีตัวเลือกที่ดีกว่า ลูกค้าจึงหายไปนั่นเอง