Home Interview Exclusive Talk : Pump Speed Pump Speed : สารพันเรื่องราวของ “ลุงตี่ CEO” เบื้องหลังนักแข่ง ทีมแข่ง และรายการแข่ง ในวงการมอเตอร์สปอร์ต

Pump Speed : สารพันเรื่องราวของ “ลุงตี่ CEO” เบื้องหลังนักแข่ง ทีมแข่ง และรายการแข่ง ในวงการมอเตอร์สปอร์ต

ช่วง Pump Speed จากรายการ World Of Speed ที่จะพาคุณผู้ชมทุกท่านไปพูดคุยแบบ Exclusive กับแขกรับเชิญผู้ซึ่งเกี่ยวข้องกับวงการมอเตอร์สปอร์ต ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นนักแข่งเสมอไป ในเทปนี้พาไปเยือนร้าน CY Coffee Artisan & Roastery ของแขกรับเชิญพิเศษ ผู้อยู่เบื้องหลังธุรกิจน้ำมันหล่อลื่น รวมถึงนักแข่งและทีมแข่งดังในวงการมอเตอร์สปอร์ตในฐานะสปอนเซอร์ อีกทั้งยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน AI “ดร.ธนศักดิ์ วหาวิศาล” หรือที่รู้จักกันในนาม “ลุงตี่ CEO” ที่ปรึกษาแห่ง บริษัท อิเดมิตสิ อพอลโล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นและน้ำมันเครื่องชื่อดังภายใต้แบรนด์ Idemitsu และ Daphne จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะมาเปิดเผยชีวิตในหลากหลายแง่มุม โดยเฉพาะความลับหลังพวงมาลัยที่ “ลุงตี่” ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน

มุมมองเรื่อง “ความมั่งคั่ง” ที่คนมักเข้าใจผิด และไลฟ์สไตล์ส่วนตัว

ลุงตี่เปิดเผยว่าตนเป็นผู้ที่ยึดมั่นในเรื่องของการสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเอง ทว่าคำว่า “มั่งคั่ง” ในความหมายของลุงตี่หลายคนเข้าใจผิด สำหรับลุงตี่นั้น ความมั่งคั่งว่าไม่ใช่แค่เรื่องของเงินหรือความหรูหรา แต่มีเรื่องของความสุขเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โดยความมั่งคั่งของลุงตี่จะประกอบด้วย งานที่ชอบ, เงินที่พอใช้, เวลาที่เป็นของตัวเอง, สุขภาพที่ดี รวมถึงการให้และการได้แบ่งปัน อย่างเช่นที่ทำอยู่ผ่านรายการ Journey of Dream รายการที่เกิดขึ้นมาจากไอเดียที่ว่า “เราจะให้อะไรคืนสู่สังคมนี้ได้บ้าง” และ “จะทิ้งอะไรไว้ให้กับคนรุ่นหลังได้บ้าง” ซึ่งนี่คือความสุขที่แท้จริงของลุงตี่ในเวลานี้

ไม่เพียงเท่านั้น ลุงตี่ยังมีปรัชญาส่วนตัวในการนั่งรถด้วย คือโดยปกติแล้ว เวลาที่ต้องนั่งรถไปไหนมาไหน คนระดับผู้บริหารมักจะนั่งข้างหลัง ทว่าลุงตี่ผู้ซึ่งเป็นผู้บริหารและมีคนขับรถส่วนตัว กลับเลือกที่จะนั่งเบาะหน้าข้างคนขับเสมอ ไม่นั่งเบาะหลังเลย และทำเช่นนี้มานานแล้วตั้งแต่สมัยที่เริ่มต้นมีคนขับรถ ซึ่งลุงตี่ให้เหตุผลว่า การนั่งข้างหลัง จะทำให้ส่วนรองศีรษะของเบาะหน้าบดบังทั้งใบหน้าและสายตา ทำให้มองเห็นภาพที่อยู่ตรงหน้าไม่ชัดเจน ในขณะที่การนั่งเบาะหน้าช่วยให้มองเห็นภาพต่าง ๆ ได้อย่างกว้างขวาง เป็นวิสัยทัศน์ในการมองภาพกว้าง มองภาพรวม ก่อนที่มองลึกลงไปในรายละเอียดแต่ละจุด และหลาย ๆ ครั้ง มันทำให้มองเห็นสิ่งที่ไม่คิดว่าจะได้เห็น ลุงตี่จึงพยายามรักษาวิสัยทัศน์ในการมองกว้างของตนเองมาโดยตลอด

ความลับหลังพวงมาลัย ประสบการณ์สายสปีดในอดีตตอนที่ขับรถเอง

แม้ว่าปัจจุบันจะมีคนขับรถส่วนตัว ทว่าในอดีต ลุงตี่เป็นคนที่ขับรถเอง แถมยังเคยขับรถเร็วมาก ๆ ชนิดที่เรียกว่าเหยียบมิดไมล์ อย่างไรก็ดี นั่นเป็นเพียงการทดลองดูเท่านั้นว่าความรู้สึกเป็นอย่างไร ปกติก็จะขับธรรมดาตามสมรรถนะของรถ ครั้งหนึ่งลุงตี่เคยไปขับรถที่ยุโรป ที่ประเทศอิตาลีถนนค่อนข้างดีกว่าถนนในประเทศไทย โดยขับอยู่ที่ความเร็วประมาณ 140 กม./ชม. กระทั่งมีจักรยานยนต์ Big Bike วิ่งแซงไปอย่างเร็ว ด้วยความสงสัยว่าทำไมถึง Big Bike คันนั้นถึงได้เร็วขนาดนั้น ใช้ความเร็วเท่าไรกันแน่ ก็เลยลองกดความเร็วแบบมิดไมล์ที่ 220 กม./ชม. เพื่อตามไปดูว่าเป็นรถยี่ห้ออะไร ใช้ความเร็วเท่าไร ก็ได้เห็นว่า Big Bike คันดังกล่าวใช้ความเร็วประมาณ 180 กม./ชม. พอได้คำตอบแล้วก็ขับแซงไป

ทว่าผลลัพธ์ที่ตามมาในวันนั้น คือได้รับจดหมายค่าปรับส่งตามหลังมาที่ประเทศไทย ซึ่งจำนวนค่าประปรับในเวลานั้น คิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 6,000 กว่าบาท ด้วยความที่เกรงว่าเรื่องนี้อาจจะมีผลต่อการเดินทางเข้าประเทศอิตาลีในอนาคต จึงเดินทางไปจ่ายค่าปรับที่สถานทูตอิตาลีในไทยด้วยตัวเอง

ส่วนในประเทศไทย ลุงตี่ก็เคยลองขับรถเร็วที่สุดด้วยความเร็ว 220 กม./ชม. เช่นกัน แต่ทำแค่ครั้งเดียวบนทางพิเศษอุดรรัถยา หรือทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด ช่วงที่เพิ่งเปิดใหม่ เนื่องจากลักษณะของถนนเป็นทางตรงยาวและไม่มีรถคันอื่นแล่นอยู่ด้วยในตอนนั้น บวกกับความอยากรู้ว่าหากใช้ความเร็วสูงสุดของรถฮอนด้ามันจะเร็วได้แค่ไหน ก็เลยลองเหยียบจนสุดเพื่อให้ได้รู้ ก่อนที่จะผ่อนความเร็วลงมาขับปกติ

แบรนด์ได้อะไรในฐานะสปอนเซอร์ในรายการมอเตอร์สปอร์ต

เนื่องจากกีฬาแข่งรถขึ้นชื่อว่าใช้เงินสูงและได้ผลตอบแทนทางการเงินที่ไม่คุ้มค่า กล่าวคือในฐานะของผู้สนับสนุน อาจไม่ได้ผลตอบแทนกลับมาเป็นตัวเงินหรือกำไร อย่างไรก็ตาม ลุงตี่มองว่าสิ่งที่แบรนด์ Idemitsu ได้รับจากการเป็นสปอนเซอร์ให้กับทีมแข่งหรือตัวนักแข่งนั้น คือเรื่องของการรับรู้แบรนด์ (Branding) มันคือภาพตราสินค้าที่คนทั่วไปจะได้เห็นบนตัวนักแข่ง บนรถแข่ง เพื่อให้คนได้รู้จัก ไม่เพียงเท่านั้น ผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องก็ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับการแข่งรถด้วย เนื่องจากผลแพ้ชนะในสนามแข่งตัดสินกันด้วยเวลาเพียงเสี้ยววินาที เมื่อแพ้แล้วก็ต้องมาหาความผิดพลาด และบ่อยครั้งความผิดพลาดก็เกิดมาจากปัญหาที่เครื่องยนต์ เช่น การที่เครื่องยนต์ร้อนเกินไป เครื่องยนต์ระบายความร้อนไม่ทัน ลูกสูบไหม้และติด และผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นก็คือสิ่งที่ช่วยดูแลเครื่องยนต์ ฉะนั้น ความสมบูรณ์ของเครื่องยนต์และการระบายความร้อนจากน้ำมันหล่อลื่น จึงเป็นสิ่งที่พิสูจน์คุณภาพสินค้าได้ดีที่สุด การที่รถแข่งใช้น้ำมันเครื่องของเราและเข้าเส้นชัยได้ แสดงให้เห็นว่าน้ำมันเครื่องนี้ใช้ได้จริงและดีจริง ๆ

ย้อนรอยจุดเริ่มต้นการจัดการแข่งขันรถยนต์มาราธอน 25 ชั่วโมง ครั้งแรกในเมืองไทย

จากจุดเริ่มต้นที่เป็นธุรกิจครอบครัวในไทย นำน้ำมันเครื่องแบรนด์ญี่ปุ่นมาขาย สิ่งที่ทำให้ลุงตี่รู้สึกภาคภูมิใจ คือการที่ได้เห็นโลโก้เทพเจ้า Apollo ของแบรนด์ Idemitsu อยู่บนการแข่งขันระดับโลกอย่าง MotoGP เช่น บนรถของ “ทาคาอากิ นาคากามิ” และ “ก้อง-สมเกียรติ จันทรา” ในฐานะผู้สนับสนุน นี่คือการทำธุรกิจระดับ Global ระดับข้ามชาติที่ “ยื่นนามบัตรให้ใครก็ไม่อาย” และไม่ใช่เพียงแค่การสนับสนุนทีมแข่ง สนับสนุนนักแข่ง Idemitsu ยังสนับสนุนการแข่งขัน ที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์ของเมืองไทย คือ Idemitsu Super Endurance Thailand ที่จัดขึ้นภายใต้ผู้จัด 3 มงกุฎ

จุดเริ่มต้นคือการที่ Idemitsu เติบโตมาจากการขายน้ำมันเครื่องให้กับลูกค้ากลุ่มหลัก อย่างรถสามล้อและรถแท็กซี่ ก่อนจะแตกธุรกิจไปสู่น้ำมันเครื่องอุตสาหกรรม หรือการทำน้ำมันเครื่อง OEM ให้กับแบรนด์อื่น ทว่าในยุคนั้น น้ำมันเครื่อง Idemitsu กลับถูกมองว่าเป็นน้ำมันเครื่องเกรดต่ำ หลังจากที่ลุงตี่ได้เข้ามาดูแลกิจการต่อ ก็ไม่เห็นด้วยกับความคิดดังกล่าว ด้วยข้อเท็จจริงที่ว่ารถสามล้อและรถแท็กซี่เป็นรถที่ใช้งานทั้งวัน โดยเฉพาะรถแท็กที่วันหนึ่งวิ่งสองกะ นั่นหมายความว่ารถถูกใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง ถ้าน้ำมันเครื่องที่ใช้ไม่ดีจริงเครื่องยนต์คงพังไปแล้ว นั่นแสดงให้เห็นว่าแบรนด์น้ำมันเครื่องที่ทำอยู่คุณภาพดีจริง แต่เมื่อคนทั่วไปยังมองไม่เห็นถึงคุณภาพนั้น ก็ต้องเปลี่ยนวิธีสื่อสารของแบรนด์ใหม่

ในจังหวะเดียวกัน ลุงตี่ได้รู้จักกับ “คุณเปาะ-กีระเกียรติ เย็นมะโนช” ผู้ล่วงลับ ผู้ซึ่งเป็นทั้งนักแข่งและตำนานของการสร้างการแข่งขัน ผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงการแข่งรถมาโดยตลอด หลังจากที่ได้พูดคุยกัน จึงเกิดเป็นความร่วมมือในการริเริ่มจัดรายการแข่งรถขึ้นมา ส่วนที่ใช้เวลาแข่งขันเป็น 25 ชั่วโมง มาจากการแข่ง Endurance ที่ Le Mans ฝรั่งเศส ที่ใช้เวลาแข่งขัน 24 ชั่วโมง ที่ไทยเลยขอทำ 25 ชั่วโมงไปเลย

ในปีที่ 3 ของการจัดการแข่งขัน จึงเกิดเป็น “Idemitsu Super Endurance Thailand การแข่งขันรถยนต์ทางเรียนมาราธอนที่แข่งกันยาวนาน 25 ชั่วโมงขึ้นเป็นแห่งแรกในเอเชีย ซึ่งนานกว่ามาตรฐานปกติที่แข่งกันสูงสุดที่ 24 ชั่วโมง ลุงตี่เผยว่าในเวลานั้น ไอเดียนี้ถือว่าท้าทายมาก ในปีแรกที่จัดการแข่งขันยังไม่ได้รับการตอบรับที่ดีนัก ทว่าเมื่อจัดการแข่งขันครั้งที่สอง (จัดปีเว้นปี) มีการเพิ่มเวลาการแข่งขันเป็น 10 ชั่วโมง รายการนี้จึงประสบความสำเร็จอย่างสูง ไม่เพียงเท่านั้น ยังได้อานิสงส์จากการที่ “Akio Toyoda” ประธานใหญ่ของบริษัทโตโยต้า มาร่วมลงแข่งขันในรายการนี้ด้วยตนเอง อันที่จริงเขามาร่วมแข่งขันตั้งแต่ปีแรกแล้วแต่ไม่มีใครรู้ เนื่องจากเขาลงสนามแข่งโดยใช้ฉายาว่า MORIZO หลังจากที่เริ่มมีคนรู้เลยกลายเป็นข่าวใหญ่ และทางโตโยต้าก็ทำการประชาสัมพันธ์เพื่อเปิดตัวอย่างเป็นทางการ จึงทำให้การแข่งขันนี้ถูกยกระดับขึ้นเป็นการแข่งขันรถยนต์ระดับหัวแถวของเอเชียเลยก็ว่าได้ นี่เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมสร้างการแข่งขันนี้ขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ที่ “พี่เปาะ-กีระเกียรติ” จากไปแล้ว ลุงตี่มองว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายที่เราสูญเสียบุคคลระดับตำนานไป ตำนานนักแข่งที่แข่งรถด้วยรถ BMW สีเขียว และตำนานการเป็นผู้จัดการแข่งขัน การระลึกถึง “พี่เปาะ-กีระเกียรติ” จึงมาพร้อมกับความยินดีอย่างมากที่ Idemitsu ได้ร่วมอยู่ในประวัติศาสตร์ของการแข่งขันนี้ด้วย

เมื่อ “AI” ปะทะ “มนุษย์” ในกีฬามอเตอร์สปอร์ต

เนื่องจากปัจจุบัน AI ได้เข้ามามีส่วนร่วมกับมอเตอร์สปอร์ตอย่างมาก ครั้งหนึ่ง มีการแข่งขันรอบพิเศษ มนุษย์ปะทะกับ AI ระหว่างอดีตนักขับ F1 ชาวรัสเซีย อย่าง “Daniil Kvyat” กับรถแข่งไร้คนขับที่ควบคุมด้วย AI ในรายการ Abu Dhabi Autonomous Racing League (A2RL) ที่สนาม Yas Marina Circuit ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ผลปรากฏว่านักขับมนุษย์สามารถเฉือนชนะรถไร้คนขับที่ควบคุมด้วย AI ไปได้เพียง 1.58 วินาทีเท่านั้น

ในมุมของลุงตี่ผู้ที่เขียนหนังสือ AI for Leadership มองว่าที่ AI แพ้มนุษย์ในครั้งนั้น เป็นเพราะ AI คือสมองที่เก็บข้อมูลขนาดใหญ่ไว้ ซึ่งยิ่งก้อนข้อมูลใหญ่ ก็ยิ่งเทอะทะ ทำให้ใช้เวลาคิดคำนวณและตัดสินใจได้ช้า การประมวลผลของ AI จึงขึ้นอยู่กับขนาดของข้อมูลและความเร็วในการคิด ซึ่งสมองส่วนนี้ถูกสั่งการด้วยโครงสร้างของภาษาและข้อมูลที่เก็บไว้ การนำเอารถไร้คนขับที่ควบคุมด้วย AI ลงแข่ง ก็จะมีการป้อนข้อมูลเรื่องของกติกาการแข่งขันว่าทำอะไรได้-ไม่ได้ไหน สมองของ AI มองว่าเป็นกฎที่ต้องทำ ในขณะเดียวกันก็ป้อนคำสั่งลงไปเยอะมากไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะประมวลผลช้าเกินไป กฎจึงต้องชัดเจนและตายตัว อย่างไรก็ตาม ในสนามไม่ได้มีรถไร้คนขับที่ควบคุมด้วย AI แค่คันเดียว เมื่อเจอกับสถานการณ์ที่ไม่ได้มีข้อมูลเตรียมไว้ รถไร้คนขับก็ไม่สามารถที่จะปรับเปลี่ยนอะไรได้ ในขณะที่มนุษย์ มีความสามารถในการเล่นนอกกรอบ สามารถปรับเปลี่ยนแท็กติกตามสถานการณ์จริงได้ดีกว่า จึงเป็นเหตุผลที่มนุษย์สามารถชนะ AI ได้ในครั้งนี้

ลุงตี่เชื่อว่าในอนาคต หากมีการป้อนข้อมูลใหม่ ๆ และสอนให้ AI เรียนรู้ทริกและการคิดนอกกรอบแบบมนุษย์ขึ้นเรื่อย ๆ AI จะทำได้ดีกว่านี้และจะเก่งขึ้นเรื่อย ๆ และในวันหนึ่ง AI จะสามารถเอาชนะนักขับมนุษย์ได้แน่นอน

Pump Speed ในเทปนี้ ถือว่าเป็นอีกเทปที่สนุกมาก ๆ ที่ได้ร่วมพูดคุยและได้รับรู้เรื่องราวในแง่มุมที่หลากหลายจากบุคคลสำคัญระดับผู้บริหารอย่าง “ลุงตี่” ดร.ธนศักดิ์ วหาวิศาล ผู้ซึ่งไม่ได้เป็นแค่ผู้อยู่เบื้องหลังธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นแบรนด์ Idemitsu แต่ยังมีคุณูปการสำคัญต่อวงการมอเตอร์สปอร์ต ในฐานะของสปอนเซอร์ ผู้ที่สนับสนุนทั้งนักแข่ง ทีมแข่ง และรายการการแข่งขันรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของเอเชียอย่าง Idemitsu Super Endurance Thailand ด้วย ที่สำคัญ คือการแบ่งปัน หนึ่งในความมั่งคั่งตามแบบฉบับของลุงตี่ ซึ่งสร้างประโยชน์ให้กับสังคมได้อย่างมหาศาล