Home Inspiration My Dear มีเดีย ถึงเวลาที่รัฐควรจริงจังกับแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างชาติ

ถึงเวลาที่รัฐควรจริงจังกับแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างชาติ

ปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีรายงานความเคลื่อนไหวของเหล่าผู้บริหารของบริษัทจากแวดวงเทคโนโลยี ที่รวมตัวประชุมกันที่เมืองคานส์ เพื่อหารือแนวทางในการสร้างโลกดิจิทัลที่ปลอดภัย และมีสุขภาวะมากขึ้นให้กับคน Gen Z และ Gen Alpha ซึ่งบนโต๊ะประชุมที่เหล่าผู้บริหารแสดงความคิดเห็นนั้นได้บทสรุปที่น่าตกใจ ว่าโลกออนไลน์ในปัจจุบันไม่ได้ส่งผลกระทบต่อคนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ส่งผลกับผู้ใช้งานทุกช่วงวัยเลยทีเดียว

Bill Ready ซีอีโอของ Pinterest ได้ให้ข้อมูลกับผู้เข้าร่วมประชุม ว่าที่ผ่านมามีงานวิจัยที่ระบุถึงผลกระทบด้านลบของโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะต่อเด็กและเยาวชน ออกมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้เด็กและเยาวชน รวมไปถึงผู้ใช้งานในทุกช่วงวัย ต้องพบกับ “การทดลองทางสังคมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ” จากโลกออนไลน์ แม้ว่าพวกเขาจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม

ในมุมมองของ Ready นั้น เขาคิดว่าเทคคอมพานีที่เป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม ควรสร้างความปลอดภัยบนแพลตฟอร์มตนเองให้มากขึ้นกว่าเดิม เช่น ลดฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อดึงดูดความสนใจอย่างไม่สิ้นสุด (Infinite Scroll) ลดระบบแนะนำคอนเทนต์ที่ทำให้ผู้ใช้งานเสพติด และปิดการส่งข้อความจากคนแปลกหน้าเป็นค่าเริ่มต้น โดยเฉพาะกับผู้ใช้อายุน้อย

การรวมตัวกันเพื่อสร้างโลกออนไลน์ให้กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยของเยาวชน ตามรายงานข่าวดังกล่าวนับว่าน่าสนใจมากทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่หลายประเทศกำลังพิจารณาที่จะจำกัดอายุของเยาวชนที่จะมีสิทธิใช้งานโซเชียลมีเดีย ซึ่งปัจจุบันมีออสเตรเลียเริ่มต้นไปก่อนแล้ว ด้วยการออกกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย ขณะที่สหราชอาณาจักรมีแผนบังคับใช้ในปี 2027 และอีกเกือบ 40 ประเทศกำลังพิจารณากฎหมายในลักษณะเดียวกัน

ทุกวันนี้ผู้คนทั่วโลกต่างยอมรับว่าปัญหาของโซเชียลมีเดียในปัจจุบันมีหลายมิติ ทั้งการเสพติด การกลั่นแกล้งทางออนไลน์ การถดถอยของทักษะการเรียนรู้ ทักษะทางสังคม และกิจกรรมทางกาย รวมถึงความโดดเดี่ยวที่เพิ่มมากขึ้น

การตื่นตัวของเหล่าผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยี กับความพยายามที่จะสร้างโลกออนไลน์ให้ดีขึ้น และเป็นพื้นที่ปลอดภัยในการใช้งานสำหรับคนทุกเพศทุกวัย โดยมีแนวคิดว่าเจ้าของแพลตฟอร์มควรจะมีความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น นับว่าเป็นทิศทางที่น่าสนใจ และการตอบรับของหลายประเทศทั่วโลกในการจำกัดการเข้าถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ไม่มีความรับผิดชอบ ยิ่งน่าสนใจเป็นอย่างมาก

ในวันที่ผู้บริหารบ้านเมืองนี้ พยายามบอกคนในประเทศว่า “เศรษฐกิจดี” แต่ไม่เคยได้สัมผัสความยากลำบากของชาวบ้าน หรือรัฐมนตรีอายุน้อยที่พยายามจะสร้างผลงานด้วยการแจก AI ให้ใช้ฟรี แต่ท่านผู้บริหารทั้งหลายกลับปล่อยให้แพลตฟอร์มต่างชาติ ทำมาหากินในประเทศได้อย่างอิสระ มีการตรวจสอบน้อยมากจากภาครัฐ หรือแทบจะไม่มีเลย

ผลจากการที่กุญแจบ้านที่ไม่ได้ล็อกแน่หนา แถมยังมีคนประเภท Enemy Within ที่คอยกัดเซาะระบบเมืองไทยในทุกวันนี้ จึงเป็นประเทศในลำดับต้น ๆ ที่เต็มไปด้วยเฟกนิวส์และสแกมเมอร์ ชนิดที่มิจฉาชีพสามารถเข้าไปถึงหัวนอนของทุกคนผ่านเครือข่ายโซเชียลมีเดียที่ไร้การควบคุม นี่ยังไม่นับรวมไปถึงเหล่าไรเดอร์และร้านค้าที่ถูกเอาเปรียบจากค่า GP ของแพลตฟอร์มต่างประเทศ

คงต้องถามภาครัฐกลับไปว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะเข้ามาปัดกวาดบ้าน ในส่วนของแพลตฟอร์มต่างประเทศอย่างจริงจัง เพราะถ้าปล่อยให้ “ใครก็ได้” เข้ามาทำมาหากินโดยที่รัฐได้แต่นั่งดูตาปริบ ๆ ไม่ได้ตรวจสอบ สุดท้ายสังคมไทยอาจเสื่อมถอยตามความ “ง่าย” ของรัฐที่หยวนให้กับทุกสิ่ง

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ