Home Inspiration รถเราไม่เก่าเลย 20 ปี “บางแสน จีพี” บทพิสูจน์กลางสายฝน

20 ปี “บางแสน จีพี” บทพิสูจน์กลางสายฝน

ภาพจาก FB: Thailand Super Series

เผลอแป๊ปเดียวครับ “งานแข่งรถบางแสน” ผ่านการแข่งขันมาแล้ว 20 ปี ผมเองยังจำวันแรกที่มีการปิดเมืองแข่งภายใต้ชื่อ Bangsaen Thailand Speed Festival ได้ในยุคเริ่มต้น มาถึงปีนี้ อีเวนต์มีการยกระดับมาตรฐานมาอย่างต่อเนื่องภายใต้ชื่อ “Bangsaen Grand Prix” และได้กลายเป็นจุดหมายของนักแข่งรถจากทั่วโลก

จากประสบการณ์ที่ผมมีโอกาสได้ไปเกาะขอบสนามแทบจะทุกปี ผมให้นิยามของการไปเยือนสนามบางแสน คือการได้กลับมาสัมผัสบรรยากาศ “กินไก่เหลือง ฟังเสียงเครื่อง” เอกลักษณ์คลาสสิกที่อยู่คู่หาดบางแสนมาอย่างยาวนาน เส้นทางเลียบชายหาดที่ยาวที่สุดในโลก ผสมกับเสียงเครื่องยนต์ ตั้งแต่รถอีโค่ ทัวริ่ง คอมแพ็ก กระบะ ไปจนถึงซูเปอร์คาร์ระดับ GT3

โดยเฉพาะรุ่นใหญ่ GT3 ผมคิดว่าเสียงเครื่องยนต์จังหวะลากรอบขึ้นไปเสียงหวานยิ่งกว่ารถเอฟวันยุคนี้แน่ ๆ สามารถทำความเร็วทะลุ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผู้ชมสามารถนั่งกินอาหารริมหาดไปพร้อมกับการชมการบดบี้ไลน์ต่อไลน์ที่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร ยังมีไฮไลต์ช่วงทางขึ้น-ลงเขาสามมุขที่มีความแคบและชัน เป็นจุดปราบเซียน รวมถึงยังมีลิงเจ้าถิ่นที่ออกมานั่งสังเกตการณ์อยู่ข้างแทร็ก กลายเป็นภาพจำที่มีเพียงแห่งเดียวในโลกไปแล้ว

ภาพจาก FB: Thailand Super Series

สำหรับผู้ที่เคยมีโอกาสได้ลงไปขับรถเคลียร์แทร็ก 1 รอบสนามบางแสน เพื่อลองตามรอยไลน์การขับของนักขับระดับ TSS ย่อมตระหนักดีว่ากำแพงคอนกรีตที่บีบแคบเข้ามาตลอดสองข้างทาง คือความกดดันที่นักแข่งต้องเผชิญในทุกวินาที ตลอดระยะเวลา 20 ปี โครงสร้างพื้นฐานของงานได้รับการยกระดับอย่างต่อเนื่อง จากระบบการจัดการแบบชั่วคราว จนกลายเป็นมาตรฐานอินเตอร์เนชันแนล

บางแสน จีพี 2026 ที่เพิ่งผ่านไปเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้องเผชิญบททดสอบครั้งสำคัญจากสายฝนที่เทกระหน่ำลงมา สภาพแทร็กที่ยากอยู่แล้วทวีความเปียกลื่นและท้าทายของผู้จัดการแข่งขัน รวมถึงท้าทายขีดจำกัดของนักแข่ง รถ และเครื่องยนต์ โดยเฉพาะรุ่นใหญ่ ที่มีพละกำลังระดับ 500 แรงม้า ท่ามกลางละอองน้ำฟุ้งกระจาย จึงกลายเป็นอีกหนึ่งภาพที่สายตาแฟนความเร็วไม่ค่อยได้เห็น

รวมไปถึงอีกหนึ่งสีสันที่ผมคิดว่าทำให้การแข่งขัน บางแสน มีความสนุกเพิ่มขึ้น คือการบรรยายสดของนักพากย์ในสนาม จากในยุคแรกที่เป็น “พี่ลูกน้ำ” ผู้ล่วงลับ มายุคนี้ “อาจารย์เก๋า” แห่ง Motorsportlives จับคู่กับ “พี่จอห์นไรเดอร์” ได้อย่างลงตัว มีการบรรยายสดในสนามพร้อมกับทักทายคนดูทั่วสนามในทุก ๆ ครั้งที่ภาพจับไป

ผมชอบลีลาการบรรยายแบบบ้าน ๆ ย่อยง่ายให้ผู้ฟัง ไม่ซับซ้อน เล่นมุกเป็นช่วง ๆ ของพี่จอห์นไรเดอร์ ซึ่งพอจับคู่กับผู้ที่มีข้อมูลแน่นปึ้กอย่างอาจารย์เก๋า ผมว่าเป็นอะไรที่ลงตัวดีนะครับ เพราะลองคิดดูว่า หากเราไปเดินอยู่ในสนามแล้วไม่มีเสียงตามสายแบบนี้ ความสนุกของการแข่งขันคงจะลดลงไปไม่มากก็น้อยล่ะครับ

ต้องบอกว่า 20 ปี ของบางแสน กรังด์ปรีซ์ นับเป็นเดินทางอันยาวนาน วันนี้สนามปิดเมืองแข่งกลายเป็นสังเวียนระดับมาตรฐาน FIA Grade 3 สิ่งที่ยืนยันได้ชัดเจนที่สุด คือสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก จนผมคิดว่าท่วมแข่งไม่ได้แน่ ๆ แต่สุดท้ายไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการแข่งขันเลย เอาเป็นว่าใครยังไม่เคยไป ปีหน้าลองไปฟังเสียงเครื่อง-กินไก่เหลือง ที่บางแสนกันนะครับ