
หลังจากที่มีเวลาได้ดู Teach You a Lesson จนจบ แต่ยังไม่ทันจะได้กดออกจาก Netflix ก็เจอกระแสโซเชียลมีเดียถาโถมให้ต้องเปิดดูซีรีส์อีกเรื่องต่อแทบจะทันที ซีรีส์ไทยฝีมือคนไทยที่รีวิวดีมาก ไถเจอกี่โพสต์ก็มีแต่คนชื่นชมว่าสนุก แถมยังตีแผ่อะไรบางอย่างในสังคมไทยได้ค่อนข้างน่าทึ่ง บนคอนเทนต์ที่เรียกว่าละคร/ซีรีส์ อันที่จริงเราเองก็แอบสนใจซีรีส์เรื่องนี้มาตั้งแต่ตอนที่เห็นทีเซอร์ผ่าน ๆ จากการดูโฆษณาเพื่อเติมหัวใจในเกม เพราะเล่นเกมแล้วหัวใจหมด มันดูแบบ เฮ้ย! เจ๋งว่ะ อยากดูเรื่องเต็ม! และที่สำคัญที่สุด เหตุผลอาจจะดูเด็ก ๆ ไปหน่อย การที่เป็นเด็น Gen Y ที่ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว เติบโตมากับแก๊ง 2002 ราตรี เคยเต้นจีนี่จ๋า เคยเต้นผีเสื้อราตรี และมีเมน (สมัยนั้นเรียกอะไรหว่าจำไม่ได้แล้ว) คือ พี่ญาญ่าญิ๋ง รฐา โพธิ์งาม ดังนั้น จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะข้ามซีรีส์เรื่องนี้!
ทนายปีศาจ หรือชื่อภาษาอังกฤษ The Evil Lawyer เป็นซีรีส์แนวกฎหมายและตีแผ่ด้านเทา ๆ ถึงดำมืดขององค์กรและอำนาจรัฐอย่างตุลาการและตำรวจที่ทุกคนรู้ว่ามี ทว่ามันไม่ค่อยจะถูกเอื้อนเอ่ยในแสงสว่างของสังคมไทยเท่าไร เล่าเรื่องราวผ่าน “เมฆ” ทนายความหนุ่มคนดีศรีกทม. ที่ใช้ชีวิตเถรตรงดุจดั่งไม้บรรทัด ผู้เปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์ของนักกฎหมาย ทำงานเป็นทนายขอแรงให้กับภาครัฐ อยู่มาวันหนึ่ง เขาเข้าไปพัวพันกับคดีไฟไหม้โรงงานขยะที่ดูจะเป็นคดีธรรมดา ๆ แต่กลับไม่ธรรมดา เพื่อเขาพบว่าจำเลยในคดีนี้คือแพะที่ถูกบีบด้วยความจำเป็นบางอย่างให้ต้องรับสารภาพ และนั่นก็ทำให้เขาได้เจอกับ “เต” ลูกชายนายตำรวจใหญ่และทนายความรุ่นน้อง ทนายฝ่ายโจทก์ ซึ่งนี่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราววุ่นวายทั้งหลาย อันเป็นพล็อตและเส้นเรื่องหลักของซีรีส์เรื่องนี้

เมื่อทนายความฝ่ายโจทก์และจำเลยรู้จักกันดี หนำซ้ำคดีที่มันควรง่ายกลับไม่ง่าย เมฆพบความผิดปกติในคดีดังกล่าว เขาจึงไม่ยอมที่จะให้ลูกความต้องตกเป็นแพะในคดีที่ดูแล้วมีเบื้องลึกเบื้องหลังมากกว่าที่เห็น เขาพยายามเกลี้ยกล่อมให้ลูกความสู้คดี และสุดท้ายลูกความก็ตัดสินใจสู้ ทำให้คดีมันยืดเยื้อกว่าที่ควรจะเป็น และด้วยความที่คดีนี้มันไม่ชอบมาพากล บวกกับเตเองก็พยายามทำทุกทางเพื่อเขี่ยเขาให้พ้นทาง จึงทำให้เมฆตกหลุมพรางยอมขับรถไปที่บ้านของเตที่สระบุรี จากนั้นจึงเกิดเรื่องนองเลือดขึ้น และเมฆได้กลายเป็นแพะรับบาปคดีฆาตกรรมเต ในสนามกอลฟไปในทันที ใช่! เมฆไม่ได้ทำ แต่หลักฐานทุกอย่างมันชี้ไปที่เขา โอกาสรอดคดีจึงริบหรี่สุด ๆ แต่โอกาสเดียวที่เป็นไปได้ก็คือ โดนกระทืบตายในคุกตามใบสั่ง
ด้วยเหตุนี้ทำให้ “จิตตรี” จึงกระโดดเข้ามาเสนอตัวให้ความช่วยเหลือ โดยบอกว่าเธอคือทางรอดเดียวของเขา และเธอไม่ได้ต้องการค่าทนาย แต่เธอต้องการให้เขามาช่วยงานเธอ เมฆไม่เต็มใจจะช่วยเท่าไรนัก เพราะในสายตาเขาเธอคือคนเจ้าเล่ห์ เหลี่ยมจัด เนื่องจากเธอเป็นทนายความสาวผู้มีชื่อเสียงฉาวโฉ่เรื่องการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ทางกฎหมายในการว่าความให้ลูกความรอดคดีแม้ว่าลูกความเธอทำผิดจริงก็ตาม และเธอก็ไม่เคยสนใจวิธีที่ตัวเองใช้ว่ามันจะต่ำทรามแค่ไหน ลูกความเธอรอดคุกได้เป็นพอ การร่วมงานกันในช่วงแรกจึงเต็มไปด้วยความอึดอัด และวิธีทำงานที่ย้อนแย้ง ทั้งย้อนแย้งกับจิตตรี และย้อนแย้งในตัวเอง แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็ทำงานร่วมกันได้ดี ซีรีส์นำพาเราเดินตามเส้นทางการทำงานของสองคนนี้ที่เสียดสีสังคมอย่างเจ็บแสบ และจบด้วยปมต่อภาค 2!

ไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นซีรีส์ไทยกล้าเล่าประเด็นอะไรแบบนี้เป็นคอนเทนต์ลงแพลตฟอร์มสาธารณะ ซึ่ง ทนายปีศาจ พยายามก้าวข้ามเส้นนั้น โดยหยิบประเด็นของกระบวนการยุติธรรมในสังคมไทยขึ้นมาขยี้ ๆ ให้เห็นว่าในมุมหนึ่งมันมีความอยุติธรรมซ่อนอยู่ และถูกใช้โดยคนที่ถืออำนาจรัฐด้วย มันเป็นอะไรที่ว้าวอยู่นะ เพราะเชื่อว่าเราหลายคนโตมาในยุคที่ละครฟรีทีวีไทยแตะต้องเรื่องพวกนี้ไม่ได้ ตัวอย่างมีให้เห็นหลายเคสมาก การมาของซีรีส์เรื่องนี้ในแพลตฟอร์มต่างชาติอย่าง Netflix ทำให้เห็นว่าดีแล้วที่ลงที่นี่ พื้นที่ที่จะเล่าเรื่องอะไรก็ได้ในสังคมไทย เพราะถ้าลงช่องฟรีทีวีธรรมดาไม่น่าจะได้ฉาย และอาจจะตอกตะปูปิดฝาโลงให้กับละครไทยที่ยังวนเวียนอยู่กับการเล่าเรื่องเดิม ๆ ในช่องฟรีทีวีอีกต่างหาก ดูเอาฟินน่ะพอไหว แต่ถ้าดูเอาสะใจมันต้องแบบนี้
วิธีของจิตตรีเนี่ยมันไม่ได้ถูกต้องหรอก แต่ถ้าระบบมันบิดเบี้ยวอยู่อย่างนี้ เราก็ไม่ต้องไปรู้สึกผิดถ้าจะหาประโยชน์จากมันบ้าง
บอกตามตรงนะว่าอยากจะร้องกรี๊ดดัง ๆ ให้กับการแสดงของพี่หญิง รฐา ในบทของ “ทนายจิตตรี” ผู้ซึ่งเป็นคนดีเหรอ ก็ไม่นะ คนชั่วเหรอ นี่ก็ว่าไม่เหมือนกัน เธอเป็นคนที่มีความสีเทาในตัวชนิดที่เราก็คาดเดาอะไรจากเธอไม่ได้เลยว่าเธอจะมาไม้ไหนกันแน่ ท้ายที่สุดเจตนาที่เธอช่วยเมฆ หรือช่วยคนผิดคนอื่น ๆ ที่ผิดจริงให้พ้นผิด มันก็มีวาระส่วนตัวแอบแฝงอยู่ อีกทั้งยังเป็นตัวละครประเภทที่คนดีจ๋า ๆ จะไม่ยอมรับเลย เพราะเธอเองก็ใช้วิธีสกปรกไม่ต่างจากพวกคนเลว แต่นะแต่…เอาตามความเป็นจริงโลกสีเทา ๆ ดาวเคราะห์สีน้ำเงินดวงนี้ มันก็ถูกออกแบบมาว่าจำเป็นต้องมีคนที่ยอมทำในเรื่องที่ใครต่อใครบอกว่า here แบบจิตตรีนี่แหละถึงจะทำให้การต่อสู้ของพวกมือสะอาดกินอุดมการณ์เป็นอาหารมันสำเร็จได้ การเป็นคนดีที่ไร้พิษสงน่ะ มันอยู่ยากเกินไปในสังคมเหลี่ยมจัดแบบนี้

ทว่าอีกสิ่งหนึ่งที่เราต้องโฟกัสก็คือ เธอคือคนที่แยกคำว่า “หน้าที่” ออกจาก “ชีวิตส่วนตัว” ของตัวเองได้ค่อนข้างสมบูรณ์ ตลอด 8 อีพี สรุปง่าย ๆ สั้น ๆ สิ่งที่จิตตรีทำมันคือหน้าที่! ในฐานะทนายความจำเลยคนหนึ่งเท่านั้น (แม้ว่ามันจะมีเบื้องหลังเป็นเรื่องส่วนตัว) ส่วนใหญ่ลูกความได้ประโยชน์จากการทำหน้าที่ของเธอหมด แบบที่เธออวดอ้างสรรพคุณตอนเจอเมฆนั่นแหละว่าลูกความเธอแฮปปี้ทุกคน เธอไม่ได้มาเรียกร้องความยุติธรรมให้ใคร หรือบังคับใช้กฎหมายให้ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม นั่นมันหน้าที่ศาล แต่เธอมาเพื่อให้ลูกความของเธอ “ชนะ” คดี แม้ว่าลูกความเธอจะเป็นฝ่ายผิดก็ตาม เพราะเขาจ้างให้เธอมาว่าความให้รอดคุกอยู่แล่ว และที่สำคัญ เธอก็แค่ทำทุกอย่างเท่าที่กฎหมายเปิดช่องอนุญาตให้เธอทำ ถึงมันจะดูไร้มนุษยธรรมไปบ้างก็ตาม

เพราะฉะนั้น สิ่งที่ต้องหยิบมาถกกันจึงเป็นประเด็นที่ “ระบบ” มันบิดเบี้ยวต่างหาก อย่างที่ตัวละครป้าหน่อยพูด วิธีของจิตตรีมันไม้ได้ถูกต้อง แต่ในเมื่อระบบมันมีช่องให้ทำโดยที่ไม่ได้ผิดกฎหมาย มันแค่ไม่ถูกใจคนดีคนเถรตรงก็เท่านั้น จึงพูดไม่ได้เต็มปากว่าการหาประโยชน์จากความบิดเบี้ยวที่มันมีอยู่แล้วเป็นเรื่องผิดนี่นา เธอไม่ได้ผิดที่เธอทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกความเธอชนะคดี แน่ล่ะ! ในมุมของคนทั่วไปก็อาจจะมองว่าทนายที่ยอมว่าความให้คนผิดเป็นพวกไร้จรรยาบรรณ ยิ่งถ้าทำให้คนผิดรอดได้ด้วยเนี่ย ถูกมองว่าเป็นคน here มากกว่าถูกมองว่าเป็นคนเก่งด้วย แต่อย่าลืมสิว่าหน้าที่ทางวิชาชีพของทนายความคือการเป็นโล่และรักษาสิทธิ์ทางกฎหมายให้กับจำเลยอยู่แล้ว เพราะจำเลยมีหลายแบบ ผิดจริง ผิดน้อยแต่โทษมากเกิน หรือแม่แต่ไม่ผิดเลย!

ดังนั้น ต่อให้ลูกความเธอผิดจริง หน้าที่ของเธอไม่ใช่การซักฟอกให้ลูกความเธอเป็นฝ่ายถูก แต่คือทำให้ลูกความเธอชนะคดีตามที่กฎหมายเปิดให้ และไม่ต้องรับโทษก็เท่านั้น ตัดสินผิดถูกเป็นหน้าที่ของผู้พิพากษา ไม่ใช่ทนายความ! และตามกฎหมาย ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ลูกความของเธอก็ยังเป็นผู้บริสุทธิ์ นั่นจึงทำให้ภาพของทนายความอย่างจิตตรี กลายเป็นปีศาจในสายตาของคนทั้งสังคมทั้งที่เธอแค่คุ้มครองประโยชน์ของลูกความให้ถึงที่สุด และในฐานะทนายความ แม้จิตตรีจะทำหน้าที่ออกมาสมบูรณ์แค่ไหน เราจะเห็นว่าเธอยังมีความรู้สึกของการเป็นมนุษย์ที่ “รู้สึกผิด” ในสิ่งที่ตัวเองทำ และมันจะไม่มีวันหายไปจนกว่าจะได้ชดใช้! ซึ่งเธอเองก็ยอมที่จะโดนตบซ้ำ ๆ เพื่อชดใช้ในสิ่งที่ตัวเองรู้สึกผิด และเพื่อให้อีกฝ่ายได้รู้สึกดีขึ้นเมื่อพอจะได้ทำอะไรบ้าง
พี่คิดว่าความจริงช่วยเราได้เหรอ? ฮึ!
ใครจะคิดว่าคำถามสั้น ๆ จากตัวละครสมทบอย่างหนุ่มพม่า “เซยะ” จะมีประเด็นชวนครุ่นคิดได้ขนาดนี้ เด็กหนุ่มที่ชีวิตที่ผ่านมาก็น่าสงสาร จากบ้านจากเมืองมาหางานทำ ก็ถูกจับไปเป็นแรงงานประมงในเรือ สถานที่ที่ไม่ต่างอะไรจากนรกกลางน้ำ และล่าสุด ชีวิตของหนุ่มน้อยก็กำลังจนตรอก พี่สาวคนหนึ่งตายในสภาพศพนิรนาม ส่วนพี่สาวอีกคนหนึ่งก็หนีคดีฆ่าคนตายและสุดท้ายหายตัวไปแบบไม่รู้ว่ายังอยู่หรือตาย ซ้ำตัวเองยังจะโดนคดีทำร้ายเจ้าของแพปลาอีก เขาเริ่มเห็นความเน่าเฟะของสังคมที่เขาหนีร้อนมาพึ่งเย็น ว่าเขาและพี่สาวทั้งสองกำลังตกเป็นเหยื่อของผู้มีอำนาจระดับบิ๊ก ๆ ในแผ่นดินไทย ผู้ที่กฎหมายเอาผิดไม่ได้และจะไม่มีวันผิดด้วย!

เมื่อเขาได้รับสารภาพผิดจาก “อัง” พี่สาวคนดีที่เคยปิดบังความจริงเรื่องที่เกิดขึ้นกับหนึ่งในพี่สาวของเด็กหนุ่ม ว่าถ้าเธอพูดความจริงตั้งแต่วันนั้นเรื่องคงไม่เป็นแบบนี้ เขากลับตั้งคำถามว่า “ความจริงช่วยเราได้เหรอ?” มันเป็นคำถามที่โคตรจริงแท้แน่นอน และคนฟังเองก็รู้สึกสิ้นหวังด้วย เธอรู้ดีว่าความจริงที่เธอกำลังจะพูด (ในตอนนั้นแค่กำลังวางแผนจะแฉ) มันอาจจะเสียงไม่ดังพอ หรือแม้แต่ไม่มีเสียงใด ๆ ในสังคมด้วยซ้ำ แต่เธอไม่สามารถที่จะเมินเฉยได้อีกต่อไป ฉากที่เธอกำลังพูดในงานเลี้ยงของพรรคการเมืองของแม่แล้วโดนปิดไมค์ นั่นแหละคือข้อเท็จจริงที่แสนหดหู่ เมื่อมีใครสักคนอยากจะเปิดเผยหน้าตาของความจริงในสังคมนี้

ซึ่งประเด็นที่ว่า “ความจริงไม่มีค่าอะไรเลย” ซีรีส์ ทนายปีศาจ ได้นำมาตีแผ่ให้คนดูอย่างเราได้รู้ ผ่านวิธีคิด การทำงาน และเรื่องราวรอบตัวของจิตตรีและเมฆ ผู้ซึ่งเป็นทนายความเหมือนกันแต่วิธีคิดและวิธีทำงานต่างกัน ในช่วงแรก การทำงานร่วมกันของสองคนนี้เต็มไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ ช่วงกลางเรื่อง เมฆเริ่มเปิดใจและยอมรับวิธีการทำงานของจิตตรี ทว่ายังไม่ยอมรับตัวตนของจิตตรี ซึ่งตัวละครเมฆมีพัฒนาการที่น่าสนใจมาก จากการที่เมฆมีบทเรียนจากจุดเปลี่ยนสำคัญว่าคนแบบเขานั้นทำอะไรพังไปบ้างจากความดื้อรั้นและเถรตรง และได้เรียนรู้ว่ากระบวนการยุติธรรมในโลกความเป็นจริงนั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร ความจริงเป็นสิ่งไม่ตายจริงเหรอ? ทำให้ในท้ายที่สุด ทั้งสองคนเปิดใจคุยกันว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องชอบขี้หน้ากันเพื่อจะทำงานร่วมกัน แค่พวกเขาก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกันก็พอ

ซีรีส์เรื่องนี้ทำให้เราเห็นภาพในโลกความเป็นจริง (ที่คนส่วนใหญ่รู้อยู่แล้ว) ว่าความยุติธรรมมักจะอยู่ข้างผู้มีอำนาจ มากกว่าคนตัวเล็กตัวน้อย ทำให้รู้ว่ากฎหมายไม่ได้ทำงานกับทุกคนด้วยมาตรฐานเดียวกัน ยิ่งเมื่อผู้มีอำนาจสามารถเข้าถึงกลุ่มคนที่ถือความยุติธรรมจอมปลอมอยู่ในมือ เช่น ตำรวจ อัยการ ผู้พิพากษา รวมถึง “สั่ง” ให้คดีหนึ่งเป็นไปในทิศทางที่ต้องการได้ นี่แหละคือจุดที่ความจริงไม่มีค่าอะไรเลย ดังนั้น เราจะมั่นใจได้มากน้อยแค่ไหนว่าผู้พิพากษาได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุดโดยไม่มีผลประโยชน์อื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง หรือจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเมื่อเราจำเป็นต้องพึ่งกระบวนการยุติธรรมในประเทศที่ระบบหรือโครงสร้างความยุติธรรมมีปัญหา กระบวนการยุติธรรมจะอำนวยความยุติธรรมให้กับเราได้จริง ๆ
ตลอด 8 อีพีจบ บอกเลยว่า ทนายปีศาจ เป็นซีรีส์ไทยอีกเรื่องที่ทำดี ทำถึง ทำถูกใจ! เพราะท้ายที่สุดคนดูจะเห็นว่า “ปีศาจ” ที่แท้จริงไม่ใช่ตัวทนายหรอก แต่มันซ่อนอยู่ในจุดเล็ก ๆ หลาย ๆ ส่วน ที่ประกอบเข้าเป็นโครงสร้างกระบวนการยุติธรรมต่างหาก ทนายอย่างจิตตรี เป็นเพียงปีศาจตัวเล็ก ๆ ที่ใช้ประโยชน์จากโครงสร้างที่มีปีศาจฝังลึกอยู่ข้างในนั้นอยู่แล้วก็เท่านั้น มันน่าเศร้านะที่เราถูกสอนกันมาตลอดว่าความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย! แล้วพอโตมาก็เริ่มมีคำสอนต่อว่า แต่คนพูดความจริงจะตาย! คือมันโคตรใช่กับซีรีส์เรื่องนี้ อะไรหลาย ๆ อย่างในเรื่องอาจจะเกินจริงไปบ้าง แต่หลายคนน่าจะเห็นตรงกันว่าส่วนไหนคือสิ่งที่เราคุ้นเคยกันดีในสังคมไทย แบบที่พ่อเมฆพูดนั่นแหละ ว่าระบบที่เขาศรัทธามาทั้งชีวิต เจื (สื) อกให้ความยุติธรรมลูกตัวเองไม่ได้! ⚖






























