
ไม่รู้ว่าคิดไปเองไหมว่าช่วงนี้กระแสซีรีส์เกาหลีในบ้านเรามันดร็อปลง เหมือนว่าไม่ค่อยมีซีรีส์เรื่องไหนที่สร้างกระแสแบบ Talk of the town สักเท่าไรเลย มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ซีรีส์เกาหลีโด่งดังและเข้าถึงผู้คนได้มากกว่านี้ ชนิดที่ว่าคนที่ไม่ได้คร่ำหวอดกับการดูซีรีส์เกาหลีหรือไม่เคยดูซีรีส์เกาหลีก็ยังได้ยินชื่อซีรีส์เรื่องนั้น ๆ (วัดจากพี่ที่ออฟฟิศคนหนึ่งที่เคยถามถึงซีรีส์เรื่องบางเรื่องที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในช่วงนั้น ๆ ทั้งที่แกไม่ได้สนใจทั้งละครไทยและเกาหลีเท่าไร วัน ๆ เห็นยุ่งอยู่แต่กับเลี้ยงลูก) หรือตลาดซีรีส์เกาหลีในเมืองไทยมันจะเริ่มถึงจุดอิ่มตัว แต่ก็เห็นว่ามีผู้เล่นใหม่ ๆ กระโดดลงมาเล่นตลาดซับไทยเพิ่มนะ ไม่รู้แฮะ! เพราะนี่ก็วนเวียนอยู่กับแอปฯ แดงเป็นหลัก เลยเจอเรื่องนี้เข้า
Undercover Miss Hong หรือชื่อภาษาไทยจาก Netflix คุณฮงยอดสายลับ มีท้องเรื่องอยู่ในปีค.ศ. 1997 หรือก็คือปีพ.ศ. 2540 ซึ่งเป็นปีที่เกิดวิกฤติการณ์การเงินในเอเชีย พ.ศ. 2540 ที่บ้านเรารู้จักกันในชื่อวิกฤติการณ์ต้มยำกุ้ง ส่วนในเกาหลีเรียกว่าวิกฤติการณ์ IMF โดยเหตุการณ์ในซีรีส์เกิดขึ้นก่อนที่เกาหลีใต้จะเผชิญผลกระทบอย่างรุนแรงจากวิกฤติการณ์นี้เพียงไม่กี่เดือน และเท่าที่ดูจากไทม์ไลน์ในเรื่อง (นับตั้งแต่ที่ซิสฮงเริ่มตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับบริษัทหลักทรัพย์ฮันมิน) ช่วงที่เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ในเรื่อง ตรงกับช่วงที่วิกฤติการณ์ต้มยำกุ้งเริ่มต้นในบ้านเราพอดี คือช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2540 ในขณะที่เกาหลีใต้พบกับวุ่นวายนี้ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2540

Undercover Miss Hong บอกเล่าเรื่องราวชีวิตสุดโลดโผนของซิสฮง (ฮงกึมโบ) สาวสวยวัย 35 กะรัต ผู้ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองสืบสวนสอบสวนตลาดทุน หน่วยงานการกำกับดูแลทางการเงิน ต้องบอกว่าคนอย่างเธอเนี่ย คือ Tier S ของหน่วยงานเลยก็ว่าได้ เธอเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ทำงานอยู่ในหน่วยงานนี้และไต่เต้าขึ้นไปเป็นหัวหน้าทีมได้ในที่สุด ซึ่งเธอไม่ใช่แค่ทำงานเก่ง แต่ยังฉลาด และแทรกซึมเก่งด้วย ที่ผ่านมา เธอเคยทำตัวเป็นสายลับสองหน้าเพื่อสืบและเก็บหลักฐานเรื่องราวการทุจริตในบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่งมาก่อนแล้ว เธอเปิดโปงทั้งประธานบริษัทนั้นและหัวหน้าทีมคนเก่าที่รับสินบนมา จนทั้งคู่ได้รับบทเรียนกันไปถ้วนหน้า

แต่เพราะเธอเป็นคนแบบนี้ ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของเธอที่เป็นเหล่าชายแทร่เกาหลี และเคยเป็นลูกทีมของหัวหน้าทีมคนเก่าไม่พอใจอย่างแรง ท้ายที่สุด พวกเขาหาวิธีเล่นงานเธอจนตกลงมาเป็นเจ้าหน้าที่ที่ถูกคาดโทษ โดนลดเงินเดือนนาน 3 เดือน หลังจากที่เธอเริ่มต้นตามสืบเส้นทางทางการเงินของบริษัทหลักทรัพย์ฮันมิน และร่วมมือกับซีอีโอของบริษัทหลักทรัพย์ฮันมิน (ซึ่งเป็นลูกชายคนโตของประธานบริษัท) เพื่อเปิดโปงกองทุนลับของบริษัทนี้ ทว่าไม่นาน เขาก็ประสบอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิต ทุกอย่างที่เธอตามสืบมาและได้หลักฐานมาบ้างแล้ว เป็นอันโมฆะทั้งหมด

อย่างไรก็ดี ผู้อำนวยการของหน่วยงานนี้ก็ไม่ได้ตัดหางปล่อยวัดเธอ เขายังคงช่วยเหลือเธอเท่าที่จะช่วยได้ รวมถึงมอบหมายงานลับ ๆ ให้เธอทำ เพราะก่อนที่ซีอีโอของบริษัทหลักทรัพย์ฮันมินจะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต เขาเคยเปรยกับเธอว่ายังมีหลักฐานชิ้นสำคัญอีกชิ้นหนึ่งอยู่ที่ห้องทำงานของเขา ทว่าตอนที่อัยการเข้าไปตรวจสอบและยึดหลักฐานต่าง ๆ มา มันกลับไม่มีหลักฐานชิ้นนี้รวมอยู่ในกองหลักฐาน ส่วนประธานบริษัทหลักทรัพย์ฮันมิน ก็ได้ทีตีสองหน้าว่าเป็นคนที่ถูกใส่ร้ายออกสื่อ นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการปลอมตัวเข้าไปทำงานเป็นพนักงานฝึกหัดวัย 20 ปีที่จบการศึกษาแค่ระดับม.ปลาย ในบริษัทหลักทรัพย์ฮันมิน บริษัทที่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลงทางการเงิน
ผมเชื่อว่า…นี่เป็นโอกาสสุดท้าย ที่จะพลิกหลังมือให้เป็นหน้ามือได้ครับ

นี่ถ้าสมมติว่าซีอีโอคนนี้ไม่ตายหลังจากที่จับมือร่วมก๊วนกับซิสฮงนะ นี่ก็ไม่เชื่อหรอกว่าฮีจะยอมมาเป็นพวกกับนางเอกจริง ๆ คือต้องบอกว่านักแสดง ชเววอนยอง ที่รับบทนี้เนี่ย บทแกจะเล่นเป็นคนดีแกดีใจหาย แต่ถ้าแกพลิกมาเล่นร้าย เราจะไม่มีทางเดาออกเลยว่าแกจะร้ายได้เบอร์ไหน แล้วแกเล่นร้ายแบบน่ากลัวมากด้วย แกแสดงออกทางสายตาเก่ง แล้วก็เล่นบทที่ปั่นหัวคนด้วยจิตวิทยาเก่ง แต่พอมีข่าวว่าประสบอุบัติเหตุรถชนจนตุยเย่ไปแล้ว (ในซีรีส์) โอเค! เชื่อแล้วว่าเรื่องนี้มาดี แต่ก็ยังไว้ใจไม่ได้อยู่ดีว่าเยปปี หรือก็คือผู้ให้เบาะแสอีกคนที่เคยร่วมมือกับซีอีโอคนที่ตายไปแล้วนั้นจะเชื่อใจได้มากน้อยแค่ไหน พูดง่าย ๆ ก็คือ การที่นางเอกเข้าไปอยู่ในบริษัทนี้ อันตรายรอบด้านจริง ๆ

ว่ากันตามจริง มันก็เป็นอะไรที่น่าเห็นใจซีอีโอคนนี้อยู่นะ พ่อเป็นประธานบริษัท เอาลูกชายคนโตมานั่งตำแหน่งซีอีโอ พอมีเรื่องราวที่พ่อทุจริตตั้งกองทุนลับแดงขึ้นมา พ่อเข้าใจว่าลูกเป็นคนปล่อยข่าวเพื่อหวังฮุบเก้าอี้ประธาน ขนาดลูกชายมาขอว่าให้พยายามแก้ไขในสิ่งที่ทำผิดไปแล้วให้มันถูกต้อง แกก็ปฏิเสธ แล้วพอลูกชายตายไป แกกลับพูดว่าจริง ๆ แล้วแกมีลูกชายคนโต ซึ่งก็คือบริษัทหลักทรัพย์แห่งนี้ที่แกเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง ไหนจะท่าทีที่ไม่ยินดียินร้ายอะไรกับข่าวลูกชายคนเดียวตาย แถมยังสั่งให้ตำรวจรีบปิดคดีว่าเป็นเพียงอุบัติเหตุรถชน ก็พอจะเข้าใจแล้วว่าเขาถึงพยายามขนาดนั้นที่จะเปิดโปงเรื่องกองทุนลับ และตั้งตัวเป็นอริกับพ่อของตัวเอง

และนี่แหละที่เป็นจุดเริ่มต้นให้นางเอก หรือว่าซิสฮงคนสวยต้องยอมลดดีกรีความเป็นตัวแม่ของตัวเอง ลงไปทำตัวแอ๊บแอ้เป็นเด็กวัยรุ่นใส ๆ วัย 20 ขวบ แทรกซึมเข้าไปในบริษัทหลักทรัพย์ฮันมิน ด้วยการสวมรอยชื่อของน้องสาวมายื่นสมัครงานในตำแหน่งพนักงานต๊อกต๋อยที่ใช้ทุกอย่างเป็นสีชมพู แถมยังเรียนจบแค่ม.ปลาย ให้พวกขี้เหยียดที่มั่นหน้าว่าตัวเองเรียนจบมหาวิทยาลัยดูถูกเอา นอกจากการตามหาหลักฐานชิ้นสำคัญที่หายไป ตามหาตัวเยปปีที่อาจเป็นใครคนหนึ่งในบรรดาผู้จัดการฝ่าย 3 คน ที่มีส่วนรู้เห็นกับซีอีโอคนที่ตายไป เยปปีคนนี้คือคนเดียวที่ถือกุญแจสำคัญที่จะทำให้ซิสฮงสามารถจัดการกับบริษัทหลักทรัพย์แห่งนี้ได้

แต่…เรื่องมันกลับไม่ง่ายขนาดนั้น แค่เรื่องปลอมตัวลดอายุตัวเองลงไป 15 ปีก็ว่าโกลาหลมากพอแล้ว เธอยังต้องกลับมาเจอกับแฟนเก่าที่เคยรักกันมากมายมหาศาล ผู้ที่เข้ามารับตำแหน่งซีอีโอคนใหม่ของบริษัทซะงั้น ไม่เพียงเท่านั้น แม่เลขาฯ หน้าห้องของซีอีโอ ผู้ที่รู้ทุกความเคลื่อนไหวของซีอีโอคนเก่า และเป็นรูมเมตของซิสฮง ก็มีประวัติที่แสบทรวงไม่เบา เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้ หลักฐานชิ้นสำคัญที่ซีอีโอคนเก่าตั้งใจจะส่งให้ซิสฮง มันอยู่ในมือหล่อนเรียบร้อยแล้ว ต้องเอาใจช่วยซิสฮงแล้วล่ะว่านางจะเอาตัวรอดยังไงในบริษัทนี้ ความจะแตกตอนไหน เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องที่นางกำลังสืบ แต่มันคือปณิธานก่อนตายของซีอีโอคนเก่าที่เขาตั้งใจจะเปลี่ยนผิดเป็นถูก รวมถึงคดีของเขา
ว่าแต่ เธอช่วยฉันทำไม สิ่งที่ฉันเรียนรู้มาตลอด 29 ปีคือ ไม่มีน้ำใจและความหวังดีไหนได้มาฟรี ๆ

อีกตัวละครที่น่าสนใจในสมการนี้ก็คือ แม่เลขาฯ ตัวแสบที่นั่งหน้าห้องซีอีโอนั่นเอง นางคือคนที่รู้ทุกความเคลื่อนไหวของซีอีโอคนที่ตายไป และคอยรายงานให้กับหัวหน้าเลขาฯ ผู้เป็นมือขวาของท่านประธาน แต่มองดูก็รู้ว่าตัวละครตัวนี้ไม่ได้มาร้าย เพียงแต่นางเป็นตัวละครที่มีความซับซ้อน แถมยังมีปมในชีวิตบางอย่างที่ไม่ได้สวยหรูสักเท่าไร ชีวิตเหมือนเคยผ่านการปากกัดตีนถีบมาเยอะจนเชี่ยวชาญในการเป็นโจรต้มตุ๋น ทว่าโดยส่วนตัว นี่เห็นว่าปมในอดีตที่นางเคยเจอมาหล่อหลอมให้นางเป็นแบบนี้ มันค่อย ๆ ขับเคลื่อนชีวิตนางให้ทำทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอด

เบื้องหลังปมชีวิตของนาง ถูกเปิดเผยขึ้นมาเล็กน้อยตอนที่นางเอกพยายามจะตีซี้นางด้วยอะไรก็ได้ที่เป็นความชอบที่เหมือนกัน ภาพชายหาดที่ซานตาโมนิกา สหรัฐอเมริกา ที่นางติดไว้ข้างเตียง คือความปรารถนาสูงสุดที่นางสัญญากับตัวเองไว้ตอนที่อายุ 20 ปี ว่านางจะย้ายไปอยู่อเมริกา และจะฉลองวันเกิดปีที่ 30 ของตัวเองที่นั่น ทว่าภาพในวันวานที่เล่าย้อนตอนนางอายุ 20 ปี นางคือหญิงสาวที่กำลังจะนั่งรถทัวร์ไปต่างเมือง เนื้อตัวมีแต่บาดแผลที่น่าจะได้มาจากการถูกทำร้ายร่างกาย และถ้าเดาไม่ผิด น่าจะเป็นครอบครัวของนางเอกนั่นแหละ จากการที่แววตาของนางไหววูบอย่างน่าเศร้า เมื่อเห็นครอบครัวที่มีความสุขอยู่ตรงหน้า รวมถึงพี่ชายนางอยู่ในเรือนจำ!

ก็คงต้องยอมรับว่าชีวิตนางคงเจออะไรมาเยอะมากจริง ๆ นางพูดเองว่านางมีประสบการณ์การทำงานมาหลายที่ทั้งที่เรียนจบแค่ม.ปลาย รวมถึงสิ่งที่หัวหน้าของนางเอกไปตามสืบมา เลยรู้ว่านางคือตัวแสบที่มีประวัติโชกโชน นั่นทำให้มันใช่! นางพูดถูกด้วยประสบการณ์ชีวิตของนาง ตลอด 29 ปีที่ผ่านมา นางเรียนรู้ว่าโลกใบนี้ ไม่มีน้ำใจและความหวังดีไหนที่ได้มาฟรี ๆ มันทำให้นางไม่เชื่อใจใครง่าย ๆ และทำตัวเย่อหยิ่ง เพื่อเป็นกำแพงในแบบคนที่โดดเดี่ยวแต่แข็งแกร่ง แค่นี้ก็พอจะอนุมานจะได้แล้วว่านางเองก็ผ่านโลกที่โหดร้ายมาไม่ใช่น้อย และในอนาคต นางจะต้องรู้ความจริงว่าโดนนางเอกหลอกใช้ด้วย

เพราะในเวลานี้ นางเอกพยายามซื้อใจนางเต็มที่เลย คอยช่วยเหลือแบบหวังผลให้นางคายความลับบางอย่างออกมา ทั้ง ๆ ที่อยู่ด้วยกันได้ไม่นาน แต่นางก็เริ่มที่จะลดการ์ดลงมาบ้างแล้ว ยอมฟัง ยอมทำตามในสิ่งที่นางเอกแนะนำ ด้วยท้ายที่สุดนางก็ได้ประโยชน์จากสิ่งนั้น ทั้งเรื่องที่เกือบโดนไล่ออก เรื่องที่ทำความดีความชอบกับซีอีโอคนใหม่จนได้อยู่ทำงานต่อ และซิสฮงของเราก็น่าจะเป็นอีกคนที่ช่วยตอกย้ำความจริงของโลกใบนี้ให้กับนาง ว่าไม่มีน้ำใจหรือความหวังดีไหนที่จะได้มาฟรี ๆ ถ้าไม่นับเรื่องนางทำตัวน่าหมั่นไส้ นางก็เป็นอีกคนที่ชีวิตน่าสงสารจริง ๆ
จะบอกว่า Undercover Miss Hong เป็นซีรีส์แนวสายลับ-ออฟฟิศ-คอเมดี้อีกเรื่องที่น่าสนใจในช่วงนี้ ทว่าเรื่องนี้อาจจะไม่ได้เบียวหรือเมากาวหนักเท่า Spring Fever เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ถึงอย่างนั้นก็แอบสงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมกระแสในไทยเงียบจัง ไม่ค่อยเห็นเพจซีรีส์ต่าง ๆ พูดถึงสักเท่าไร วันที่ปล่อยออนแอร์ตอนแรกก็ไม่ค่อยเห็นมีใครพูดถึง (ซึ่งนี่ไม่รู้ มารู้อีกทีหลังจากปล่อยสตรีมมาแล้ว 3-4 วัน จากการไถ Netflix) ขนาดออนแอร์มา 2 ตอนแล้วแต่ก็ยังเห็นโพสต์ชวนคุยผ่านไทม์ไลน์น้อยมาก ๆ เมื่อเทียบกับซีรีส์เรื่องอื่น ๆ ที่ พัคชินฮเย เล่น มันเป็นเรื่องที่ผิดปกติมาก ๆ สำหรับผลงานคัมแบ็กในรอบปีกว่า ๆ ของ “น้องผัก” ซึ่งเป็นขวัญใจติ่งซีรีส์ไทย
ถึงอย่างนั้น กระแสที่เกาหลีถือว่าโอเคเลย เรตติ้งพุ่งขึ้นจนมียอดผู้ชมทะลุหลักล้านไปแล้ว ก็ได้แต่หวังว่าคอละครในเกาหลีจะยังสนับสนุน “น้องผัก” กันต่อไปจนจบเรื่อง แถมพระเอกก็ โกคยองพโย ผู้ซึ่งมีภาพจำว่าขายขำมากกว่าขายหล่อ เรื่องนี้เปิดตัวมาตอนอีพี 2 ดูนิ่งซะจนน่ากลัว กับมาดซีอีโอของบริษัทหลักทรัพย์ฮันมินคนใหม่ ผู้ซึ่งเป็นแฟนเก่าของซิสฮงด้วย มันเลยยิ่งน่าติดตา เพราะพี่แกไม่ได้มาขายหล่อบ่อย ๆ แถมฉากย้อนวันวานที่หวานเยิ้มหยดย้อยขนาดนั้น อะไรที่ทำให้คู่นี้เลิกรากันไปในตอนนั้น ส่วนคืนนี้อีพี 3 นี่ก็จะรอดูว่ากระแสในไทยดีขึ้นไหม จะเริ่มเป็นที่พูดถึงบ้างหรือยัง ส่วนตัวมันดูยากไปหน่อยเพราะศัพท์เฉพาะด้านการเงิน แต่ถ้าดูแบบปล่อยจอย มันก็ม่วนขนาด 💵




























