Home Inspiration ชะนีติดซีรีส์ Spring Fever เตรียมรับมือกับไข้ (ใจ) ในฤดูใบไม้ผลิ

Spring Fever เตรียมรับมือกับไข้ (ใจ) ในฤดูใบไม้ผลิ

ภาพจาก FB: tvN drama

หายใจเข้าออกไม่ทันไร เราก็ผ่านปีใหม่กันมาครึ่งเดือนแล้วนะเนี่ย จะว่าเร็วมันก็เร็ว จะว่าช้ามันก็ช้า แต่ถึงสิ้นเดือนให้เร็วกว่านี้อีกสักหน่อยก็ดี เพราะะหลายคนน่าจะเริ่มโดนโรคประจำตัวอย่างโรคทรัพย์จางเล่นงานแล้วในช่วงนี้ (ยกมือร่วมก๊วนเป็นเพื่อนร่วมโรค และขอให้กำลังใจทุกคนว่ามันจะผ่านไปได้ด้วยดี) นอกจากเรื่องที่เราผ่านปีใหม่กันมาครึ่งเดือนกับเรื่องทรัพยากรเงินร่อยหรอ ฤดูหนาวที่แสนโดดเดี่ยวก็ใกล้จะจากไปแล้วเหมือนกัน สัปดาห์เดียวแปรปรวนซะปรับตัวไม่ทัน ปลายสัปดาห์ที่แล้วถึงต้นสัปดาห์นี้ยังหนาวอยู่เลย เวลานี้เริ่มร้อนซะแล้ว นี่คือสัญญาณว่าน่าจะต้องเตรียมรับมือฤดูร้อนกันละนะ ทว่าซีรีส์ในสัปดาห์นี้ หลังฤดูหนาวคือฤดูใบไม้ผลิ ที่อาจทำให้เรากลายเป็นไข้ (ใจ)

Spring Fever เล่าเรื่องราวของครูแลกเปลี่ยนสาวคนหนึ่งที่มีแผลใจจนต้องหลีกหนีความเจ็บปวดจากเมืองใหญ่อย่างโซล มาพักหลบกายใจในชนบท เธอตัดขาดจากครอบครัว ไม่รับโทรศัพท์ ไม่ติดต่อกลับบ้าน และครอบครัวไม่รู้ว่าเธอหนีไปอยู่ที่ไหนมาตลอด 1 ปี ช่วงที่ทำงานอยู่ที่โรงเรียน เธอจะเก็บซ่อนตัวตนที่เป็นคนพราวเสน่ห์ สนุกสนาน พูดคุยเก่ง ไว้ภายใต้หน้านิ่ง ๆ ไร้อารมณ์ บางทีก็ดูบึ้งตึง บุคลิกเย็นชา พูดเท่าที่จำเป็น มักสื่อสารด้วยการพยักหน้า และสวมใส่เสื้อผ้าสีหม่น ๆ อยู่ตลอด ในทุกเช้า เธอจะมีคำพูดเตือนสติตัวเองหน้ากระจกเสมอว่าต้องทำตัวให้หม่นหมองเข้าไว้ ห้ามยิ้ม ห้ามสนุก และห้ามมีความสุข โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าทำไมเธอถึงเลือกที่จะแสดงออกแบบนี้

ภาพจาก FB: tvN drama

แต่แล้วในวันหนึ่ง ปราการน้ำแข็งที่เธอตั้งใจสร้างไว้ก็ค่อย ๆ ละลายลง เมื่อเธอได้รู้จักกับผู้ปกครองของเด็กนักเรียนคนหนึ่งในห้องที่เธอเป็นครูประจำชั้นอยู่ เขาเป็นชายหนุ่มที่ร่างกายแข็งแรงกำยำ กล้ามแขนเป็นมัด ๆ ท่อนแขนด้านขวาสักลายมังกร ไม่ค่อยยิ้ม บุคลิกภายนอกดูเหี้ยม ๆ โหด ๆ น่าเกรงขาม ไปไหนมาไหนก็มีลูกน้องชุดดำเดินตามเป็นพรวน และมีข่าวลือเกี่ยวกับเขาในทางที่ไม่ค่อยดี ที่สำคัญ เขาคือตัวก่อเรื่องที่ทำให้ครูทุกคนในโรงเรียนหวาดกลัว เขาจะตามมาเอาเรื่อง (ขอคำอธิบาย) ที่โรงเรียนเสมอเมื่อรู้ข่าวว่าหลานชายของเขาได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นมิตร (ซึ่งเขามักจะรู้มาจากเพื่อนของหลานมากกว่าจากปากของหลานเอง) ทำให้เธอเข้าใจไปเองว่าเขาเป็นพวกนักเลงหัวไม้

แต่เมื่อได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันและได้ทำความรู้จักกันจริง ๆ เธอก็ค้นพบว่าข่าวลือเกี่ยวกับเขานั้น ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ถูกเล่าเกินจริง ชนิดที่คนเล่าแค่อยากแชร์ข้อมูลที่ตัวเองไปรู้ไปเห็นมา แต่ดันไม่ได้รู้ได้เห็นข้อมูลครบทุกด้าน และไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เธอค่อย ๆ มองเห็นความอ่อนโยนของเขา ความขี้เล่นร่าเริง และมีความคิดที่ลึกซึ้งพ่วงด้วยหัวใจที่อบอุ่น ในมุมความเป็นผู้ปกครอง เขารักและเอาใจใส่หลานชายเป็นอย่างดีราวกับเป็นลูกในไส้ จำได้แม้กระทั่งวันฉีดวัคซีน วันเข้าโรงเรียน ส่วนในมุมพลเมือง เขาไม่เคยเมินเฉยต่อคนหรือสัตว์ที่ต้องการความช่วยเหลือ ไม่เคยทำตัวเกะกะระรานคนไปทั่ว ที่สำคัญเขามักจะทำตัวเป็นประโยชน์เสมอ ๆ ด้วย เพียงแต่คนอื่นชอบเข้าใจเขาผิด

ภาพจาก FB: tvN drama

การที่เธอได้อยู่ใกล้เขาบ่อย ๆ ทำให้เธอค่อย ๆ เปิดใจที่ปิดตัวลงจากบาดแผลที่ได้รับมาจากเมืองใหญ่โดยไม่รู้ตัว กำแพงหนาล้อมลวดหนามที่เธอสร้างขึ้นให้ตัวเองกลายเป็นคนที่ค่อนข้างเฉยชาและเย็นชาต่อทุกสิ่ง เริ่มถูกทำลายจนเธอเผยให้เขาได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของเธอทีละน้อย ๆ ด้วยความที่เธอเป็นสาวเมืองหลวง เธอให้ความสำคัญกับการรักษาระยะห่างจากคนอื่น และระมัดระวังเรื่องการล้ำเส้น แต่เขาที่เป็นหนุ่มชนบท คุ้นเคยกับการดูแลทุกคนอย่างเป็นมิตร ใกล้ชิดแบบครอบครัว ให้ความสำคัญกับความใส่ใจมากกว่าขอบเขต ความไม่เข้ากันนี้จึงยังเป็นเส้นบาง ๆ ที่ขวางกั้นคนทั้งสองอยู่ จนกว่าจะมีใครยอมก้าวข้ามไป

ได้เวลาเริ่มวันหมองหม่นอีกวันแล้ว ห้ามยิ้ม ห้ามสนุก ห้ามมีความสุข เธอทำได้

ในที่สุด สิ่งที่คนดูสงสัยมาตั้งแต่เริ่มเรื่องก็ได้รับการคลี่คลายอย่างแจ่มแจ้งแดงแจ๋ในอีพีที่ 2 กับ 3 ว่าทำไมครูสาวพราวเสน่ห์อย่างนางเอก ถึงได้หนีชีวิตศิวิไลซ์จากเมืองหลวงอย่างโซล มาเป็นครูแลกเปลี่ยนในชนบทเล็ก ๆ ที่คนรักความเจริญก้าวหน้าไม่ค่อยอยากอยู่ แถมยังฝืนทำตัวผิดธรรมชาติของตัวเอง ที่เป็นคนร่าเริง สนุกสนาน พูดเก่ง มาเป็นคนที่ต้องเตือนสติตัวเองหน้ากระจกทุกเช้าว่าจงทำตัวให้หม่นหมองซะเพื่อให้คนอื่นรู้สึกเข้าไม่ถึงและไม่น่าเข้าหา จริง ๆ ก็พอจะเดาได้ตั้งแต่เปิดเรื่องด้วยฝันร้ายของนางเอกแล้วล่ะว่ามันน่าจะเป็นเรื่องอะไร เธอถึงพยายามวางตัวให้ดูไม่เป็นมิตรกับใคร เฉยชาและเย็นชากับทุกสิ่ง ทีนี้ก็เข้าใจแล้วว่าเธอทำแบบนั้นเพราะอะไร

ภาพจาก FB: tvN drama

ด้วยความที่ซีรีส์เรื่องนี้เป็นของช่อง tvN ของเกาหลี ซึ่งมักจะผลิตซีรีส์แนว feel good ออกมาให้ได้ดูกันบ่อย ๆ แรกเริ่มเรื่องที่เห็นแก๊งครูนินทานางเอกในระยะเผาขน เรื่องที่ไม่เข้าใจว่าเธอย้ายจากเมืองหลวงมาทำอะไรที่บ้านนอกแบบนี้ แถมยังสันนิษฐานว่าเธอน่าจะก่อเรื่องใหญ่ไว้แล้วหนีมา ก็พอจะจับจุดได้ว่าซีรีส์เรื่องนี้น่าจะมาแนวรอมคอม feel good แน่ ๆ แถมเรื่องย่อก็ทำให้เข้าใจว่าเป็นอย่างนั้น แต่นะแต่…จุดเริ่มต้นของความ feel good มันมักจะเริ่มขึ้นจากบาดแผลนี่แหละ! ความเจ็บปวดที่ทำให้คนคนหนึ่งทนอยู่ในสถานที่เดิมไม่ได้ จนต้องหนีไปพักกายพักใจในที่ที่ไม่มีคนรู้จัก ค่อย ๆ เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นั่น และได้เจอคนที่ทำให้เปิดใจอีกครั้ง มันเป็นสูตรสำเร็จของพล็อตแบบนี้

ซึ่งก็ต้องบอกว่านางเอกเรื่องนี้เนี่ยพยายามฝืนตัวเองของแทร่เลย เพราะตัวตนข้างในจริง ๆ ของเธอยังเป็นแบบเดิม เป็นคนขี้เล่น สนุกสนาน และพูดคุยสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนเก่ง แต่เรื่องราวที่เธอเจอมามันดันกลายเป็นแผลใหญ่ที่ทำให้เธอต้องเก็บซ่อนตัวตนของเธอไว้ภายใต้หน้ากากที่ดูไม่เป็นมิตร เพื่อไม่ให้บุคลิกนี้ของเธอไปสร้างเรื่องอีก ที่น่าเจ็บปวดก็คือ ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่เธอหนีมาอยู่ต่างจังหวัด เธอฝันร้ายซ้ำ ๆ วนเวียนอยู่กับเรื่องเดิม ลุกขึ้นมาสั่งตัวเองซ้ำ ๆ ว่าห้ามทำตัวมีความสุข แค่นี้ก็พอจะเห็นแล้วว่ากับเรื่องที่เกิดขึ้น เธอน่าจะโทษตัวเองมาโดยตลอด โทษว่าเพราะเธอเป็นคนแบบนั้น มันถึงทำให้เกิดเรื่องเข้าใจผิด และบานปลายเป็นเรื่องใหญ่โตได้ขนาดนี้

ภาพจาก FB: tvN drama

เพราะฉะนั้นก็ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงพยายามออกห่างพระเอก เมื่อเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าตัวเองกำลังหวั่นไหวและกำลังจะเปิดใจกลับมาเป็นตัวเองอีกครั้งเมื่อใกล้เขา เท่าที่เห็น เธอไม่ใช่คนที่ปิดตัวเองแบบคนที่เจอเรื่องเลวร้ายมาจนมีปัญหาสุขภาพจิต เพราะเธอยังเป็นตัวเองในแบบเดิม เพียงแค่เลือกที่จะไม่แสดงออกให้ใครเห็น ซ่อนมันไว้ใต้ความหม่นหมองที่เธอจงใจแสดง เธอในเวลานี้กำลังขีดเส้นกั้นระหว่างตัวเองซึ่งเป็นครูกับพระเอกซึ่งเป็นผู้ปกครองของเด็กในห้อง เธอกลัวว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย และมันจะพาเธอไปยังจุดจบแบบเดิม แบบที่ทำให้เธอต้องหนีมาอยู่ที่นี่ ถ้าเกิดเรื่องขึ้นอีก เธอคงไม่รู้แล้วว่าจะหนีไปอยู่ที่ไหน รวมถึงเธออาจสูญเสียตัวตนของตัวเองไปจริง ๆ

ลูกคิดว่าคนสนใจความบริสุทธิ์ของลูกเหรอ พวกเขาไม่สนความจริงหรอก สนแต่ข่าวซุบซิบ

ภาพจาก FB: tvN drama

ในอีพีที่ 2-3 ซีรีส์เฉลยแล้วว่าที่โซล นางเอกเจอเรื่องอะไรมา ความเจ็บปวดที่ทำให้เธอหนีทุกอย่างที่นั่นมาเป็นครูในชนบทเงียบ ๆ แบบนี้ แถมยังแสดงละครว่าตัวเองเป็นคนที่ไม่น่าคบค้าสมาคมด้วย เพราะเป็นคนน่าเบื่อที่ทำหน้าเซ็งโลกตลอดเวลา แต่ความจริงที่ว่าทำไมเธอถึงตัดขาดจากครอบครัว เรื่องเพิ่งจะมาเฉลยในอีพีที่ 4 นั่นยิ่งทำให้เธอดูน่าสงสารมากกว่าเดิมอีก เพราะมันทำให้คนดูอย่างเรารู้ว่าเธอไม่ได้หนีสายตาชาวบ้าน หรือหนีการตกเป็นขี้ปากชาวบ้านมาเฉย ๆ โดยที่ไม่ทำอะไรเพื่อปกป้องตัวเอง เธอพยายามจะทำแล้วแต่โดนคุมกำเนิดซะก่อนโดยครอบครัวของตัวเอง และนั่นคือจุดแตกหักที่ทำให้เธอหนีออกมาโดยไม่ติดต่อกับที่บ้านอีก ตลอดระยะเวลา 1 ปี

ภาพจาก FB: tvN drama

มันเจ็บปวดนะ คนที่พยายามจะลุกขึ้นมาปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองให้พ้นจากมลทินในแบบของตัวเอง แต่ดันถูกครอบครัวพูดตอกหน้ากลับมาว่ารู้ไหมว่าถ้าทำแบบนี้ มันจะทำให้ใครเดือดร้อนบ้าง (แม่นางเอกเป็นนักแสดงดัง) โอ้โห! เจอแบบนี้ก็ขึ้นสิคะแหม! ในมุมของนางเอก มันเหมือนว่าแม่กำลังเห็นแก่ตัวสุด ๆ ลูกสาวตัวเองโดนกล่าวหาเสีย ๆ หาย ๆ แบบนั้น แต่คุณแม่ยังเป็นห่วงหน้าตาตัวเองในวงการ กลัวว่าข่าวซุบซิบของลูกจะทำให้แม่เสื่อมเสียชื่อเสียง แล้วพอนางหันหน้าไปหาพ่อ แทนที่พ่อจะเข้าข้างลูก พ่อกลับถามคำถามที่ชวนอึ้งรับประทานว่าเรื่องนั้นมันไม่จริงใช่ไหม! สำหรับพ่อ มันอาจเป็นการถามเพื่อยืนยัน แต่กับลูกที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ มันคือการไม่เชื่อใจ

ภาพจาก FB: tvN drama

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนนางเอกจะเนรเทศตัวเองออกมาจากบ้าน ตัดการเชื่อมโยงกับพ่อแม่ ไม่ติดต่อกลับบ้านอีกเลย เราพอจะอนุมานได้ว่าตัวตนที่แท้จริงของนางเอกนั้น เธอเป็นคนสู้ไม่ถอย และไม่ยอมที่จะมีมลทินมัวหมองกับเรื่องที่เธอไม่ได้ทำ แถมเธอยังต้องแบกรับความอักอายไว้คนเดียว ทว่าคนที่ควรจะอยู่ข้างเธอและสนับสนุนเธอจนสุดทางอย่างพ่อแม่ กลับพยายามฝังกลบเรื่องนี้ลงไป ทำให้เธอจะถูกจดจำในฐานะคนที่ทำผิดจริง ๆ เพราะผิดเลยไม่แก้ต่างให้ตัวเอง ดังนั้นไม่แปลกใจที่เธอหันมาลงโทษตัวเองด้วยการพยายามใช้ชีวิตแบบคนโลกหม่น ๆ แผ่รังสีของความไม่น่าเข้าใกล้ ไม่น่าคบหา ไม่แสดงออกว่ามีความสุข เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องที่ควบคุมไม่ได้อีกเป็นครั้งที่ 2

ภาพจาก FB: tvN drama

จากเหตุการณ์นั้น เธอไม่ได้แค่โทษตัวเองหรอก แต่เธอยังเจ็บปวดกับการถูกเหยียบซ้ำในขณะที่เธอกำลังจะลุกขึ้นมาสู้เพื่อปกป้องตนเอง กู้ศักดิ์ศรีของตนเอง และบอกกับทุกคนว่าเธอบริสุทธิ์ เธอจึงยอมรับไม่ได้ที่คนอย่างพระเอกยอมเจ็บตัวเพราะความเข้าใจผิด ทั้งที่จริง ๆ เขากำลังทำความดี เธอจะไม่ยอมให้เรื่องผิด ๆ ถูกฝังไปทั้งอย่างนั้นโดยไม่ถูกแก้ไขให้ถูก เธอมองว่าถ้ามันเคยถูกฝังกลบไปแล้วครั้งหนึ่ง มันจะขุดขึ้นมาทำให้กระจ่างลำบาก นี่คือปมใหญ่ในชีวิตของเธอที่เธอคงยอมให้เกิดกับคนอื่นไม่ได้ เธอรู้ดีว่าการตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น มันเจ็บปวดแค่ไหน

ภาพจาก FB: tvN drama

จริง ๆ พล็อตหลักของซีรีส์ Spring Fever น่าจะเล่นในประเด็นเรื่องครอบครัวอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะตลอด 4 อีพีที่ผ่านมา มันมีปมเรื่องของครอบครัวของตัวละครเล่าอยู่มากมายไปหมด ปมหลักคือครอบครัวของนางเอก ที่ยอมให้ลูกสาวเดินจากมาทั้งที่แบกรับเรื่องฉาวโฉ่ที่ไม่จริง ปมครอบครัวพระเอก ที่ต้องรับหน้าที่เลี้ยงหลานตัวน้อยทั้งที่ยังเรียนแค่ม.ปลาย ถึงขั้นอุ้มหลานไปเลี้ยงในห้องเรียนเพราะไม่มีคนอยู่บ้านเลี้ยงหลาน และแผลบนตัวเขา ปมพ่อแม่ของหลานพระเอกที่น่าจะเสียชีวิต แต่ครูที่โรงเรียนตอกย้ำซ้ำ ๆ ว่าหลานพระเอกไม่มีพ่อไม่มีแม่ ไม่สมควรได้รางวัลเด็กกตัญญู และปมครอบครัวของเพื่อนสาวหลานพระเอก ที่พ่อแม่ของเธอกดดันให้เธอเป็นที่ 1 ให้ได้อยู่ตลอดเวลา

ส่วนถ้าถามว่า Spring Fever สนุกไหม ส่วนตัวมองว่ามันเป็นซีรีส์ที่ไม่ได้สนุกขนาดนั้น (คงแล้วแต่คนชอบด้วยแหละ) แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นนั่งดูอย่างทรมานจนอยากจะปิด มันดูได้เรื่อย ๆ แบบเปิดทิ้งไว้แล้วทำอย่างอื่นไปด้วยก็ยังได้เพราะมีพากย์ไทย (ซับ+พากย์ไทย ที่ Prime Video) พระเอกหล่อ นางเอกสวย พระรองก็ตรงสเปกสุด ๆ (แพ้หนุ่มทรงแว่น 555) ภาพวิวในชนบทก็ดูสดชื่นดี ที่สำคัญมันดูง่าย ย่อยง่าย ไม่มีอะไรซับซ้อน เปิดปมมาแล้วก็เฉลยเร็ว มีประเด็น feel good ที่เยียวยาใจกันและกัน ใครอยากหาซีรีส์ที่ดูสบาย ๆ ในช่วงนี้ ไม่ต้องขมวดคิ้วหรือกำพารา เรื่องนี้น่าจะตอบโจทย์ 🌱