Home Work & Living Living การ “นอนโรงแรม” ควรเช็กอะไรบ้างเพื่อความปลอดภัย

การ “นอนโรงแรม” ควรเช็กอะไรบ้างเพื่อความปลอดภัย

คงจะมีบางครั้งที่เราจำเป็นต้องจากบ้านและไปค้างอ้างแรมที่ “โรงแรม” กันใช่ไหม แม้ว่าจะเป็นโรงแรมดังหรือมีมาตรฐานสูง แต่บางคนก็อาจจะยังไม่รู้สึกสบายใจเท่าไร ไม่ใช่เพียงเพราะโรงแรมเป็นสถานที่ที่เราไม่คุ้นเคย แต่ยังเป็นสถานที่ที่อาจเกิดเหตุการณ์ที่เกินการควบคุมขึ้นได้ทุกเมื่อ ต่างจากบ้านของเราที่เราควบคุมปัจจัยภายในได้เกือบจะเบ็ดเสร็จ ที่สำคัญ ข่าวสารในทุกวันนี้ก็ย้ำเตือนกับเราเสมอว่าความไม่ปลอดภัยที่โรงแรมอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ มันอาจจะไม่ได้เกิดเหตุการณ์ไม่ดีขึ้นบ่อย แต่ใครจะรู้ว่ามันจะเกิดขึ้นตอนไหน และอาจแจ็กพอตมาเกิดกับเราก็ได้

ดังนั้น เพื่อเพิ่มความรู้สึกปลอดภัย และรู้สึกว่าเรายังสามารถควบคุมสิ่งต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในห้องพักที่เราจะขออาศัยหลับนอนสักหนึ่งหรือสองคืน มีอยู่หลายสิ่งทีเดียวที่เราควรตรวจสอบก่อนเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยง ลองมาดูกันว่าเราจะต้องตรวจสอบอะไรอย่างคร่าว ๆ บ้างให้ครบในทุกมิติ ก่อนที่จะเข้าพักโรงแรม

1. เลือกโรงแรมอย่างรอบคอบก่อนจอง

จริง ๆ “การตรวจสอบรีวิวอย่างละเอียด” จากผู้ที่เคยเข้าพักจริง โดยเฉพาะประเด็นด้านความปลอดภัย เป็นสิ่งที่เราควรจะทำเป็นอันดับแรก ๆ ก่อนที่จะจองโรงแรมที่ไหนสักที เพราะส่วนใหญ่ โรงแรมที่เคยมีประวัติไม่ค่อยดีด้านความปลอดภัย เหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันก็มักจะเกิดขึ้นซ้ำ ๆ กับแขกคนแล้วคนเล่าที่หลงเข้ามาพัก ทั้งนี้ทั้งนั้น อย่าลืมตรวจสอบความน่าเชื่อถือด้วยว่าเป็นรีวิวเหล่านั้นเป็นรีวิวที่น่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด สิ่งที่เราอาจเจอในทุกวันนี้มันเชื่อยาก รีวิวอวยเกินจริงก็มีเยอะ หรือพวกที่ชอบดิสเครดิตก็มีมาก ควรใช้วิจารณญาณในการตรวจสอบ

2. ความปลอดภัยด้านโครงสร้างและกายภาพ

เช็กห้องพัก สิ่งสำคัญที่ต้องเช็กคือ “ประตู”

  • ประตูปิดสนิท ไม่มีช่องโหว่ อาจพยายามเลือกโรงแรมที่ใช้ระบบล็อกประตูแบบที่เปลี่ยนรหัสล็อกทุกครั้งที่มีแขกใหม่เข้าพัก (ถ้าเลือกได้) จะช่วยลดโอกาสที่ใช้คีย์การ์ดเก่า/มาสเตอร์คีย์เข้าห้องได้
  • ตรวจสอบระบบล็อกประตูว่าล็อกได้แน่นหนาดี และควรมีทั้ง deadbolt, chain lock หรือ secondary lock และทุกล็อกที่มีต้องใช้งานได้จริงทุกครั้งที่อยู่ในห้อง
  • เช็กตาแมวว่าใส มองข้างนอกได้ชัดเจน ถ้ามัวหรือดูผิดปกติ อาจมีคนเอาอะไรมาป้ายไว้
  • หน้าต่างล็อกได้จริงและแน่นหนา (โดยเฉพาะห้องที่อยู่ชั้นต่ำ ๆ หรือใกล้ทางหนีไฟ)
  • เช็กช่องว่างใต้ประตู หากช่องกว้างเกินไป คนข้างนอกอาจสอดกล้องหรืออุปกรณ์งัดแงะเข้ามาได้ ให้เอาผ้าขนหนูผืนใหญ่ ๆ ม้วนแล้ววางอุดไว้
  • ถ้ามีระเบียง เช็กว่ามีราวกันตกที่แข็งแรงมากพอ หรือไม่มีเฟอร์นิเจอร์ที่ปีนข้ามได้ง่าย
  • เช็กกล้องซ่อน (เช่น ในเครื่องควันไฟ, นาฬิกาปลุก, ปลั๊กไฟ หรือรูเล็ก ๆ ตามผนัง) โดยใช้การสำรวจรอบห้อง หรือใช้ไฟฉายส่องหาจุดสะท้อนเลนส์กล้อง ตามคำแนะนำผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย
  • ตรวจสอบหรือทดสอบตู้เซฟในห้อง ว่าใช้งานได้จริงและไม่เป็นรหัสตั้งต้นที่ใครก็เปิดได้ (อย่างเช่น 0000 หรือ 1234) ก่อนวางของมีค่าไว้

เช็กห้องน้ำ

  • เช็กกระจกสักนิดว่าเป็นแบบด้านเดียวหรือสองด้าน เพื่อความปลอดภัยจากการถูกแอบถ่าย
  • พื้นไม่ลื่นเกินไป
  • มีแผ่นกันลื่นหรือราวจับ (โดยเฉพาะโรงแรมเก่า)
  • ระบบน้ำร้อนไม่ร้อนเกินจนลวกผิว
  • ระวังห้องน้ำที่ใช้กระจกแบบรอบด้าน อาจเกิดอุบัติเหตุล้มใส่กระจกแล้วกระจกแตก หรือเหตุการณ์กระจกระเบิดอย่างที่เคยเป็นข่าว

เช็กระบบไฟฟ้า

  • เช็กปลั๊กไฟ หากเสียบแล้วมีเสียงดังเปรี๊ยะ หรือมีรอยไหม้ ให้ขอเปลี่ยนห้องทันที
  • กลิ่นอับ/กลิ่นไหม้ หากเข้าห้องแล้วได้กลิ่นเหม็นไหม้ไฟฟ้า ให้พนักงานมาตรวจสอบทันที

3. ความปลอดภัยจากบุคคลอื่น

บริเวณทางเดินและพื้นที่ส่วนกลาง

  • โถงทางเดินต้องมีไฟสว่าง
  • ไม่ควรมืด เงียบ หรืออับเกินไป
  • มีกล้องวงจรปิดในพื้นที่ส่วนกลาง (ลิฟต์, โถง, ทางเดิน) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยโดยรวมของโรงแรม

ลิฟต์

  • ลิฟต์ไม่ควรเปิดถึงชั้นพักได้ง่ายโดยคนภายนอก
  • ถ้าเป็นแบบใช้คีย์การ์ดแตะก่อนขึ้นชั้นพัก (ก็ยิ่งดี)

การเข้าห้อง

  • เช็กว่ามีคนอื่นอยู่รอบ ๆ ตัวหรือไม่ ก่อนเปิดประตูเข้าห้อง
  • เปิดประตูเข้าห้องแล้วรีบผลักปิดเองทันที อย่าปล่อยให้ประตูค่อย ๆ ผลักปิดเอง
  • ใช้ช่องตาแมวมองหน้าประตู เพื่อตรวจสอบบุคคล ก่อนเปิดประตูจากภายในทุกครั้ง
  • อย่าเปิดประตูให้ใครง่าย ๆ แม้อ้างว่าเป็นพนักงาน
  • โทรสอบถามกับทางแผนกต้อนรับทุกครั้ง หากมีพนักงานจะขอเข้าห้อง โดยที่ไม่ได้เป็นคนเรียกเอง
  • ล็อก deadbolt/secondary lock ทันทีที่เข้าห้อง และล็อกตลอดเวลาที่อยู่ในห้อง
  • เทคนิคทำเหมือนมีคนอยู่ หากต้องออกไปข้างนอก แนะนำให้แขวนป้าย “Do Not Disturb” ไว้ และอาจเปิดไฟหรือทีวีทิ้งไว้เบา ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าห้องโดยพนักงานที่ไม่จำเป็นหรือผู้ไม่หวังดี
  • เตรียมอุปกรณ์ป้องกัน/บันทึก หากรู้สึกไม่ปลอดภัย ให้หยิบมือถือมาเปิดกล้องเตรียมไว้ เพื่อใช้บันทึกหลักฐานสำคัญ
  • สังเกดพฤติกรรมพนักงาน หากพนักงานดูมีพิรุธ ดูไม่น่าไว้วางใจ ให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นสองเท่า และแจ้งพนักงานต้อนรับทันที

4. ความปลอดภัยจากอัคคีภัย

สิ่งที่ควรเช็กทันทีที่เข้าห้อง คือ ทางหนีไฟ

  • ดูแผนผังหนีไฟที่ติดอยู่หลังประตูห้องทันที ว่าทางหนีไฟอยู่ด้านไหน ต้องเลี้ยวกี่ครั้ง บันไดหนีไฟอยู่ใกล้หรือไกล
  • เดินไปสำรวจจริง 1 ครั้ง (ไม่ใช่ดูแค่แผนผัง) เพราะถ้ามีไฟไหม้จริง ควันจะทำให้เรามองไม่เห็น บวกกับอาการแตกตื่น เราต้องใช้วิธี “คลำผนังและนับประตู” เพื่อไปให้ถึงทางออก ดังนั้น การจำทางด้วยตัวเองสำคัญกว่าการอ่านแผน อาจใช้วิธีเดินนับก้าวหรือนับจำนวนประตูจากห้องที่เราไปจนถึงประตูหนีไฟ
  • ตรวจว่าทางหนีไฟ ต้องไม่มีของกีดขวาง และประตูหนีไฟสามาถเปิดออกได้ ไม่ถูกล็อก/ค้ำไว้
  • รู้จุดรวมพล (Assembly Point) ของโรงแรม

เช็กระบบเตือนไฟและอุปกรณ์

  • มีเครื่องตรวจจับควันในห้องหรือไม่
  • มีสัญญาณไฟฉุกเฉินบนทางเดินหรือบันได
  • ไฟฉุกเฉินต้องติดอัตโนมัติเมื่อไฟดับ
  • โรงแรมที่ได้มาตรฐานและผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยจากอัคคีภัย ส่วนใหญ่มักจะติดตั้งระบบสปริงเกอร์ดับเพลิงไว้ภายในทุกห้องพัก ทางเดิน และพื้นที่ส่วนกลางเพื่อความปลอดภัย
  • ปุ่มแจ้งเหตุ ดูว่าปุ่มแดง ๆ ที่ใช้ทุบเพื่อแจ้งเหตุด่วนไฟไหม้อยู่ตรงไหน

เช็กถังดับเพลิง

  • เช็กว่ามีถังดับเพลิงประจำชั้นที่พัก ถังที่ใกล้ที่สุดอยู่ตรงไหน
  • ถังดับเพลิงนั้นต้อง มีเข็มแรงดันอยู่ในโซนสีเขียว ยังไม่หมดอายุ และอยู่ในที่ที่มองเห็นได้ง่าย ไม่มีของอะไรมาบัง
  • หาความรู้เกี่ยวกับวิธีใช้ถังดับเพลิงไว้บ้างก็ดี

5. ความปลอดภัยจากเหตุฉุกเฉินอื่น ๆ

กรณีเหตุเจ็บป่วย/อุบัติเหตุ

  • ต้องรู้ว่าจะต่อโทรศัพท์ไปที่แผนกต้อนรับอย่างไร กดเบอร์อะไร กรณีต้องขอความช่วยเหลือ
  • สถานพยาบาล/สถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน
  • โรงแรมควรมีชุดปฐมพยาบาล

กรณีแผ่นดินไหว/ภัยธรรมชาติ

  • ห้องไม่ควรมีของหนักวางสูงเหนือเตียงนอน
  • ตู้/ชั้น แข็งแรงดี ไม่โยกเยกง่าย
  • รู้จุดรวมพล (Assembly Point) ของโรงแรม

การวางของแบบ “พร้อมอพยพ”

  • วางกุญแจห้องและโทรศัพท์ไว้ที่หัวเตียง หากเกิดเหตุฉุกเฉินและหนีไม่ได้ เราต้องใช้โทรศัพท์แจ้งตำแหน่ง และกุญแจห้องก็สำคัญมาก กรณีที่ไฟไหม้ แล้วทางหนีไฟมีควันหนา เราจะต้องย้อนกลับมาที่ห้องเพื่อรอการช่วยเหลือ
  • รองเท้าต้องอยู่ใกล้ตัว เพื่อเตรียมพร้อมออกจากห้องทุกเมื่อเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยเฉพาะไฟไหม้ อย่าเดินเท้าเปล่าในกองไฟหรือเศษกระจกเด็ดขาด วางรองเท้าผ้าใบไว้ข้างเตียงเสมอ
  • ของสำคัญ เช่น กระเป๋าสตางค์/พาสปอร์ต เก็บไว้ในที่ที่หยิบง่ายที่สุด จะดีมากหากมีกระเป๋าใส่แยกไว้ และวางกระเป๋าใบนี้ไม่ห่างตัว

6. ความปลอดภัยด้านสุขอนามัย

ในห้องพัก

  • ผ้าปูที่นอน ผ้าเช็ดตัว สะอาด ไม่เหม็นอับ
  • ไม่มีคราบเชื้อรา (โดยเฉพาะห้องน้ำ)
  • แอร์ไม่มีกลิ่นอับ (เสี่ยงเชื้อรา/แบคทีเรีย)

น้ำและอาหาร

  • น้ำดื่มต้องเป็นขวดซีล
  • กาต้มน้ำ/แก้วน้ำ ต้องสะอาด (ถ้าไม่มั่นใจ งดใช้)

7. ความปลอดภัยด้านทรัพย์สินและข้อมูลส่วนตัว

  • ใช้ตู้เซฟที่ตั้งรหัสเองได้
  • ไม่วางเอกสารสำคัญไว้บนโต๊ะ
  • งดการโพสต์โซเชียลมีเดียว่า “กำลังพักอยู่ห้องไหน (โรงแรมอะไร)”
  • เช็ก Wi-Fi ของโรงแรม และหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมทางการเงินด้วย Wi-Fi ของโรงแรม

8. อย่า! ละเลยสัญญาณเตือนว่า “ควรเปลี่ยนโรงแรม”

ไม่ควรดันทุรังที่จะนอนที่โรงแรมที่มีจุดเสี่ยงหลายข้อพร้อมกันต่อไปด้วยความเสียดายเงิน ถ้าสะดวก แนะนำให้เปลี่ยนทันที