รูปแบบกลโกงของเหล่ามิจฉาชีพนั้นนับวันจะยิ่งพัฒนาไปไกล แบบที่ว่าช่างสรรหาเล่ห์กลมาหลอกลวงผู้คนได้อย่างหลากหลาย บางรูปแบบทำมาเนียนมากจนสามารถหลอกได้ตั้งแต่คนธรรมดาตาสียายสา ยันคนดังที่มีชื่อเสียงระดับประเทศเลยด้วยซ้ำไป ในขณะเดียวกัน มุกเก่า ๆ ที่ผู้คนจับไต๋ได้ครึ่งค่อนประเทศก็ไม่ได้หายไปไหน และยังพอจะหลอกลวงคนกลุ่มที่ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมเหล่านี้ได้ไม่น้อยเหมือนกัน ดังนั้น แม้จะเป็นมุกเก่าหรือมุกที่ดูกระจอกแค่ไหน แต่ถ้าเล่นกับอะไรบางอย่างในตัวเหยื่อชนิดที่จี้ได้ตรงจุด เหยื่อก็โดนหลอกได้อยู่ดี!
มุกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรมาหลอกนั่นหลอกนี่ ในช่วงนี้ดูเหมือนจะเบา ๆ ลงไปบ้างแล้ว เพราะคนรู้ทันเยอะขึ้น รวมถึงอาจมีการแก้ไขสถานการณ์ได้ทันเวลาก่อนที่เหยื่อจะสูญเสียทรัพย์สิน ด้วยระบบการป้องกันในรูปแบบต่าง ๆ แต่มุกการหลอกลวงที่ระบาดมากขึ้นในช่วงนี้ คือ มุก “รับสมัครงาน/ลงทุน ตามเฟซบุ๊ก” อาจด้วยช่วงนี้เป็นช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี หลายคนตกงาน ไปสมัครงานที่ไหนก็ยังไม่ได้งานทำ บางคนมีงานทำอยู่ก็จริง แต่รายได้ทางเดียวมันไม่เพียงพอกับค่าครองชีพในปัจจุบัน หรือบางคนก็คนทำงานปกติ ทว่ามีเงินเย็นอยู่ก้อนหนึ่ง อยากลองลงทุนให้เงินทำงานด้วยตัวมันเอง เพื่อสร้าง Passive Income อีกทาง คนกลุ่มนี้จึงกลายเป็นเหยื่อชั้นดีของมิจฉาชีพในเฟซบุ๊ก
หางานทำ อยากทำงาน อยากมีเงิน แต่อาจโดนหลอกจนสิ้นเนื้อประดาตัว!
เพจหลอกลวงบนเฟซบุ๊กที่มักโปรโมตโพสต์ (ใช้ Facebook Ads) หาคนทำงาน/รายได้พิเศษ/ลงทุน กำลังกลายเป็น ช่องทางยอดฮิตของมิจฉาชีพ บางเพจเปิดขึ้นมาแบบใหม่กิ๊กเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา บางเพจเปลี่ยนชื่อเพจ จากเพจชื่อเก่าไปเป็นเพจชื่อใหม่ ชนิดที่ไม่มีอะไรสอดคล้องกันเลยระหว่างชื่อเพจเก่ากับเพจใหม่ จากนั้นก็โพสต์หาคนทำงานนั้นงานนี้ในลักษณะของงานฟรีแลนซ์ โพสต์วิธีหารายได้พิเศษด้วยการนอเล่นมือถืออยู่เฉย ๆ ก็มีเงินใช้ โพสต์หาคนร่วมลงทุน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ที่มีชื่อเสียง พร้อมผลตอบแทนที่ชวนตาลุกวาว แล้วยิงแอดด้วย Facebook Ads เพื่อให้เข้าถึงคนจำนวนมาก และหลอกล่อคนส่วนหนึ่งให้เข้ามาติดกับความดูน่าเชื่อถือ
คนที่กำลังตกงาน ไม่มีงานทำ คนที่กำลังมองหาวิธีสร้างรายได้เสริมเท่าที่ตัวเองจะทำได้ในช่วงที่ว่างจากงานประจำผ่านทางอินเทอร์เน็ต หรือคนที่กำลังคิดอยากจะลงทุน มักตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงประเภทนี้ เพราะสำหรับคนที่ไม่มีงานทำ พวกเขาล้วนแล้วแต่อยากมีงานทำให้เร็วที่สุด งานที่สมัครไม่ยุ่งยาก สมัครแล้วเริ่มงานได้เลย แบบว่ามีงานไหนให้ทำก็ทำไปก่อน จะได้มีเงินกินเงินใช้ คนที่อยากหารายได้เสริม ก็อยากได้งานที่ทำง่าย ๆ รายได้ดี ที่ตัวเองพอจะทำไหว เพื่อไม่รบกวนเวลางานประจำและมีเงินอีกส่วนเข้ามาจุนเจือครอบครัว ส่วนคนอีกกลุ่ม ก็ถูกหลอกล่อด้วยผลตอบแทนที่สูงกว่าตลาด ดูจะได้เงินมาง่าย ๆ และไม่ต้องลงทุนสูง (แต่ถ้าอยากได้มากกว่า ก็ต้องลงทุนสูงขึ้น)
การหลอกลวงในลักษณะนี้ หากหลงกลเข้าไป ส่วนใหญ่แล้วจะถูกหลอกล่อให้ไปคุยต่อใน LINE ส่วนตัว หรือใน LINE กลุ่มเฉพาะ ไป ๆ มา ๆ ก็ถูกขอให้ทำนั่นทำนี่ตามเงื่อนไข โดยเฉพาะ “ให้โอนเงินไปก่อน” ที่จะได้เริ่มทำงาน ซึ่งนอกจากจะไม่ได้เริ่มทำงาน ไม่ได้เงิน แถมยังหมดตัวด้วย จากที่ยังพอมีเงินเหลือติดตัวไม่กี่บาท อาจกลายเป็นหมดตัวแทน ดังนั้น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไถฟีดเฟซบุ๊กไปเจองานลักษณะนี้และกำลังหาอะไรทำเพื่อให้มีเงิน คุณต้องมีสติและรอบคอบให้มากที่สุด จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อแก๊งหลอกลวง
รูปแบบงานที่มิจฉาชีพมักใช้โปรโมตบนเฟซบุ๊ก
สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ลักษณะงานที่เหล่ามิจฉาชีพนำมาใช้อ้างเพื่อหาคนทำงานหรือคนร่วมลงทุน งานเหล่านี้มักจะมาในลักษณะที่ดูเป็นงานง่าย ๆ ได้เงินดี และไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์มากนัก เพื่อดึงดูดคนที่กำลังมองหางานทำหรือหารายได้เสริมอีกทาง ดังนั้นส่วนใหญ่คนที่ต้องเป็นเหยื่อจึงมีหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มคนที่มีงานประจำทำอยู่แล้ว แต่ต้องการหารายได้เพิ่ม อีกกลุ่มจะเป็นคนที่เพิ่งออกจากงาน ไม่มีงานทำ อยากหางานง่าย ๆ ทำไปพลาง ๆ ช่วงระหว่างที่สมัครงาน และอีกกลุ่มคือคนที่อยากสร้าง Passive Income ลงทุนน้อย ๆ ตามเงินเก็บที่มี แต่ได้ผลตอบแทนสูง รูปแบบงานที่มักเจอก็เช่น
1. งานกดไลก์ กดแชร์ ดูคลิป สั่งซื้อสินค้า (แต่ไม่ต้องจ่าย)
- กลลวง มักจะอ้างว่าเป็นงานเพิ่มยอดวิว ยอดไลก์ ยอดรีวิว ให้ร้านค้าหรือแพลตฟอร์มต่าง ๆ เริ่มต้นอาจจ่ายเงินให้จริงเล็กน้อย เพื่อสร้างความเชื่อใจ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง จะให้คุณ “สำรองจ่าย” หรือ “เติมเงินเข้าระบบ” เพื่อทำภารกิจที่ได้ค่าตอบแทนสูงขึ้นเรื่อย ๆ และสุดท้ายคุณจะไม่สามารถถอนเงินออกมาได้
- จุดสังเกต จ่ายค่าตอบแทนสูงเกินจริงเมื่อเทียบกับความยากของงาน มีระบบเติมเงินเพื่อทำภารกิจ มีกลุ่ม LINE/Telegram ที่รวมผู้ทำภารกิจ (และหน้าม้า)
2. งานแพ็กของหรืองานฝีมือ
- กลลวง มักจะอ้างว่าเป็นงานให้แพ็กสบู่ พับถุง พับดาว หรือทำงานฝีมืออื่น ๆ โดยต้องเสียค่าสมัคร ค่ามัดจำอุปกรณ์ หรือค่าส่งอุปกรณ์ล่วงหน้า เมื่อคุณโอนเงินไปแล้วอาจจะไม่ได้อุปกรณ์จริง หรือหากได้อุปกรณ์มา เมื่อคุณทำเสร็จแล้ว ก็จะอ้างว่างานไม่ได้มาตรฐานและไม่รับซื้อคืน (ไม่ให้เงินค่าจ้าง)
- จุดสังเกต เรียกเก็บเงินค่าสมัคร ค่ามัดจำ ค่าอุปกรณ์ หรือค่าประกันก่อนเริ่มงาน
3. งานแอดมินตอบแชตลูกค้า/ดูแลเพจ
- กลลวง อาจจะให้ข้อมูลงานไม่ชัดเจน หรือบางครั้งอาจจะชวนไปทำภารกิจ “ปั่นยอด” หรือ “กดออเดอร์ทิพย์” เหมือนงานกดไลก์ โดยอ้างว่าเป็นการทดลองงาน หรือการอบรม ซึ่งท้ายที่สุดก็คือการหลอกให้โอนเงินเข้าระบบ
- จุดสังเกต ลักษณะงานแอดมินแต่สุดท้ายให้ทำภารกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตอบแชต หรือเรียกเก็บเงินก่อนเริ่มงาน
4. งานแปลหนังสือ งานพิสูจน์อักษร งานซื้อขายของมือสอง
- กลลวง เป็นงานที่ให้ค่าตอบแทนสูง แต่ถ้ามีใครคอมเมนต์ถาม/สนใจงาน ก็จะให้อินบ็อกซ์ไปถามรายละเอียด/อินบ็อกซ์มาหาเพื่อให้รายละเอียด และพยายามดึงเข้ากลุ่ม LINE/Telegram เพื่อคุยงาน โดยอ้างว่าเป็นงานจะต้องทำผ่านระบบการว่าจ้างงาน/ซื้อขาย เท่านั้น บอกว่าในกลุ่มมีทั้งผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง รวมถึงหน้าม้าที่คอยยั่วยุ กดดันให้รีบรับงาน ท้ายที่สุดก็คือการหลอกให้โอนเงินเข้าระบบเพื่อทดลองงาน เพื่อเปิดบิล หรือค่ารับประกันว่าจะไม่ทิ้งงาน
- จุดสังเกต ดึงเข้าสู่แชตกลุ่มคนทำงาน หรือเรียกเก็บเงินเข้าระบบก่อนเริ่มงานที่ต้องว่าจ้าง/ซื้อขายผ่านระบบนี้เท่านั้น
5. งานลงทุนที่การันตีกำไรสูง
- กลลวง ชวนลงทุนในรูปแบบที่อ้างว่าได้กำไรสูงมากในระยะเวลาอันสั้น แอบอ้างแบรนด์ที่มีชื่อเสียง, บุคคลที่มีชื่อเสียงเฉพาะทาง (เช่น ลง 100 ได้ 1,000 ในไม่กี่ชั่วโมง) มักใช้ภาพกราฟิกสวยงาม แอบอ้างภาพบุคคลในแวดวงหรือโลโก้แบรนด์ต่าง ๆ หรือภาพรีวิวผู้ที่ได้รับเงินจริง (ซึ่งปลอม) มาประกอบ
- จุดสังเกต การันตีกำไรสูงเกินจริง มีการเชิญชวนให้ชวนเพื่อนมาลงทุนต่อ รูปแบบการลงทุนที่ไม่ชัดเจน
ไม่ใช่ทุกเพจที่มีเครื่องหมายยืนยันตัวตนจะน่าเชื่อถือ และ Facebook Ads จำนวนมากก็หลอกลวงผู้คน
เวลาที่ไถฟีดเฟซบุ๊ก หลายคนอาจจะเคยเจอเพจหลอกลวงที่มีลักษณะดังกล่าวอยู่บ่อย ๆ บางโพสต์หากมองผ่าน ๆ ก็ทำเนียนจนดูน่าเชื่อถือมากเสียด้วย จนนึกสงสัยว่าทำไมทางเฟซบุ๊กถึงไม่จัดการอะไรเลยกับเพจเหล่านี้ ปล่อยให้พวกมิจฉาชีพใช้ช่องทาง Facebook Ads มาหลอกลวงผู้คน ที่สำคัญ บางเพจยังมีเครื่องหมาย Blue Checkmark (เครื่องหมายติ๊กถูกสีฟ้า) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์การยืนยันตัวตนที่น่าเชื่อถืออีกต่างหาก ดังนั้น อย่าเพิ่งหลงเชื่อ ให้พิจารณาสิ่งเหล่านี้ดูก่อน
- Facebook Ads สามารถเข้าถึงคนได้ในวงกว้าง เนื่องจากเฟซบุ๊กเป็นแพลตฟอร์มที่มีฐานผู้ใช้งานจำนวนมาก และสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้ว่าจะให้โฆษณาไปปรากฏที่ใดบ้าง
- ระบบตรวจสอบโฆษณาของเฟซบุ๊กไม่ได้แม่นยำ 100% เมื่อเพจลงโฆษณา เฟซบุ๊กจะใช้ระบบ AI ตรวจสอบโฆษณานั้น ๆ ว่าขัดต่อนโยบายโฆษณาหรือไม่ เช่น ขายของผิดกฎหมาย หลอกลวง หรือเนื้อหาหลอกให้คลิก แต่ด้วยการตรวจสอบที่ไม่ได้แม่นยำ ทำให้โฆษณาหลอกลวงจำนวนมากผ่านการอนุมัติมาได้ เพราะใช้ภาษาหรือภาพที่ไม่ได้ขัดแย้งกับนโยบายของเฟซบุ๊ก แบบตรง ๆ และเมื่อเพจมิจฉาชีพนั้น “สร้างรายได้ให้เฟซบุ๊ก” ผ่านค่าโฆษณา เมื่อโฆษณานั้น “ผ่านการตรวจสอบของระบบอัตโนมัติ” เฟซบุ๊กก็ยังอนุญาตให้โฆษณานั้นวิ่งต่อ
- การตรวจสอบที่ล่าช้า แต่มิจฉาชีพเร็วกว่ามาก หลายคนอาจมีประสบการณ์กดรายงานเพจหลอกลวง แต่ก็มักจะผิดหวังเสมอเพราะยังคงเห็นเพจหลอกลวงเหล่านี้ปรากฏให้เห็นอยู่บ่อย ๆ เนื่องจากเมื่อรายงานไปแล้ว เฟซบุ๊กจะใช้เวลาในการพิจารณา เพจที่ถูกแบนอาจยื่นอุทธรณ์ ซึ่งในระหว่างนั้นโฆษณาก็อาจยังคงเผยแพร่อยู่ และการทำงานของมิจฉาชีพนั้น เน้น “ยิงแอดเร็ว ปิดเพจเร็ว” เพื่อเก็บยอดขายหรือหลอกเอาข้อมูลเหยื่อให้ได้มากที่สุดก่อนโดนจับได้ ซึ่งก็สอดคล้องกับการจ่ายเงินเพื่อซื้อโฆษณา ทำให้โฆษณาหลอกลวงแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนที่ระบบหรือทีมงานจะตรวจพบ และมิจฉาชีพก็มักจะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และรูปแบบโฆษณาอยู่เสมอ ทำให้ยากต่อการตรวจจับมากขึ้นไปอีก
- สร้างความน่าเชื่อถือปลอม ๆ การที่โพสต์มีการโปรโมต ซึ่งสังเกตได้ง่าย ๆ ว่าจะมีคำว่า “Sponsored” หรือ “ได้รับการสนับสนุน” ทำให้คนจำนวนไม่น้อยเข้าใจผิด คิดว่าเป็นเพจหรือบริษัทที่น่าเชื่อถือ
- สร้างเพจปลอมได้ง่าย มิจฉาชีพสามารถสร้างเพจใหม่ขึ้นมาได้ง่าย ๆ โดยใช้รูปภาพ และโลโก้ที่ดูเป็นทางการมาประกอบ เพื่อหลอกเหยื่อ รวมถึงการที่เพจมิจฉาชีพมีเครื่องหมายยืนยันตัวตน Blue Checkmark ก็ทำได้ไม่ยาก ด้วยระบบของ Meta Verified ยังตรวจสอบ “เจตนา” ของเพจไม่ได้ การตรวจสอบเอกสารก็เพื่อยืนยันว่า “มีตัวตนจริง” เท่านั้น บางเพจอาจสมัคร Verified ไว้ก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนเนื้อหา เพื่อใช้ความน่าเชื่อถือเครื่องหมายติ๊กถูกมาหลอกให้คนหลงเชื่อง่ายขึ้น รวมถึงการที่มีตลาดมืดขายเพจ Verified ต่อให้มิจฉาชีพ มิจฉาชีพก็จะเอาเพจนั้นไปเปลี่ยนชื่อ ปลอมโลโก้ แล้วยิงแอด หลอกลวงได้แบบดูน่าเชื่อถือ
ข้อสังเกตหากสนใจงานจากเพจเฟซบุ๊กที่มีการโปรโมต
ต้องยอมรับว่าการประกาศรับสมัครงานผ่านทางเฟซบุ๊กนั้น ปัจจุบันก็มีหลายบริษัท หลายองค์กรทำกันเป็นเรื่องปกติ เพราะส่วนใหญ่แล้วหลาย ๆ องค์กรจะมีเฟซบุ๊กทางการขององค์กร เพื่อเป็นช่องทางการประชาสัมพันธ์กิจกรรม ข่าวสารขององค์กร รวมถึงประกาศรับสมัครงานที่สามารถเข้าถึงผู้คนได้ง่ายและเร็วกว่าการใช้แพลตฟอร์มการลงรับสมัครงานที่เป็นทางการกว่า อีกทั้งยังไม่ต้องจ่ายค่าบริการแพงเท่ากับการนำประกาศไปลงในเว็บไซต์รับสมัครงานด้วย อย่างไรก็ตาม ในฐานะคนหางาน ก็ต้องพิจารณาสิ่งต่าง ๆ ร่วมด้วยว่าน่าเชื่อถือเพียงใด อย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียง หรือเชื่อเพราะเห็นเพจมีเครื่องหมายติ๊กถูกสีฟ้า ควรตรวจสอบให้รอบคอบก่อนเสมอ
นอกจากนี้ หากเป็นงานที่รับสมัครผ่านเฟซบุ๊ก ยังมีจุดสังเกตที่เราสามารถนำมาใช้เป็นข้อควรพิจารณา ว่าจะเชื่องานเหล่านั้นได้หรือไม่ ดังนี้
- ประวัติเพจ คลิกเข้าไปดูที่ “ความโปร่งใสของเพจ” (Page Transparency) โดยมองหาเมนู “เกี่ยวกับ” จากนั้นกดเข้าไปที่ “ความโปร่งใสของเพจ” จะทำให้เห็นข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเพจ เช่น วันที่สร้างเพจว่าถูกสร้างขึ้นมาเมื่อไร ประวัติการเปลี่ยนชื่อเพจ ประวัติการยิงโฆษณา และอีกส่วนที่สำคัญคือ “ประเทศ/ภูมิภาคที่แอดมินเพจอยู่” หากพบว่าเพจมีการเปลี่ยนแปลงชื่อเพจบ่อย ๆ หรือเพจเพิ่งสร้างมาไม่นาน และแอดมินเพจกระจายตัวอยู่ในหลายประเทศ/ภูมิภาค จนน่าสงสัย ก็อาจเป็นสัญญาณที่ไม่ดี แม้จะมีเครื่องหมายติ๊กถูกสีฟ้าก็เชื่อไม่ได้
- ดูเนื้อหาและพฤติกรรมการโพสต์ เพจจริงขององค์กรมักจะมีเนื้อหาที่สอดคล้องกับธุรกิจหรือบุคคลนั้น ๆ อย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพ ในขณะที่เพจปลอมอาจมีเนื้อหาที่ดูแปลก ๆ โพสต์ไม่สม่ำเสมอ หรือมักจะใช้ข้อความเร่งรัดให้รีบทำธุรกรรม งานที่ให้ผลตอบแทนเกินจริง แบบว่ารีบสมัคร รีบทำ รีบรวย
- สังเกตผู้ติดตาม รีวิว และการแสดงความคิดเห็น เพจจริงมักจะมีผู้ติดตามจำนวนมากและมีคอมเมนต์ที่เป็นธรรมชาติ เพจปลอมอาจมีผู้ติดตามน้อย หรือมีคอมเมนต์ที่ดูผิดปกติ เช่น มีแต่บอตหรือข้อความซ้ำ ๆ และลองสังเกตดูว่ามีผู้ใช้งานจริงคอมเมนต์ถึงงานอย่างไรบ้าง
- มีคนเข้ามากดแสดงความรู้สึกโกรธ อีกอย่างที่อยากให้สังเกตคือ “การแสดงความรู้สึกต่อโพสต์ของเพจ” บ่อยครั้งที่มีคนรู้ทันว่าเป็นเพจมิจฉาชีพ จึงเข้าไปคอมเมนต์เตือนคนอื่น ๆ ว่าเป็นเพจปลอม หลอกลวง แต่คอมเมนต์เหล่านั้นอาจถูกลบโดยแอดมิน หรือบุคคลที่เข้าไปแสดงความคิดเห็นอาจถูกเพจบล็อก พวกเขาจึงพยายามสื่อสารให้คนอื่น ๆ ทราบว่าเพจ/โพสต์นี้ไม่น่าไว้ใจด้วยการ “กดโกรธ” ทิ้งไว้แทน เพื่อเป็นการบอกใบ้ว่าเป็นเพจปลอม เป็นโพสต์หลอกลวง ถ้าสังเกตเห็นการกดโกรธจำนวนมากในโพสต์ที่ไม่ได้ดูมีอะไรให้โกรธ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าหลอกลวง
- ระมัดระวังลิงก์ภายนอก มิจฉาชีพมักจะใช้ลิงก์พาไปยังเว็บไซต์ภายนอกที่ดูน่าสงสัย หรือขอข้อมูลส่วนตัว/การเงินโดยตรง
- การขอข้อมูลส่วนตัวและการโอนเงิน หากมีการขอให้ติดต่อผ่าน LINE ส่วนตัว/ LINE กลุ่ม หรือเรียกร้องให้โอนเงินใด ๆ ก่อนเริ่มงาน ให้หยุดและเลิกคุยทันที พึงพิจารณาเสมอว่าเรามาหางานทำเพื่อให้ได้เงิน แล้วทำไมเราจะต้องจ่ายเงินให้เขาเพื่อให้เรามีงานทำ! ถ้าจะมีเรียกเก็บค่าประกันอะไร ก็ควรที่เราต้องได้ทำงานก่อน
- การกดดันให้ตัดสินใจ มิจฉาชีพมักจะเร่งรัดให้เรารีบตัดสินใจรับงานหรือโอนเงิน เพื่อไม่ให้เรามีเวลาตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วน
- เทียบกับเพจอย่างเป็นทางการ (ถ้ามี) อย่างที่บอกไปก่อนหน้าว่าปัจจุบันองค์กรต่าง ๆ มักจะมีเพจเฟซบุ๊กที่เป็นทางการของตัวเอง ฉะนั้นแล้ว หากมีการปลอมเพจเพื่อแอบอ้าง ก่อนอื่นให้ลองค้นหาเพจอย่างเป็นทางการของพวกเขาโดยตรงก่อน (อาจจะมีหรือไม่มีเครื่องหมายติ๊กถูกสีฟ้าก็ได้ เพราะบางทีเพจจริงก็ไม่ได้ทำการสมัคร Verified ต้องพึงระวัง) แล้วเปรียบเทียบข้อมูล เช่น URL, การติดต่อ, รูปแบบการโพสต์ ฯลฯ






























