ในโลกยุคปัจจุบันที่ผู้คนพึ่งพาอินเทอร์เน็ตกันมากขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ประกอบกับการที่เทคโนโลยีดิจิทัลมีพัฒนาการดีขึ้นมากกว่าแต่ก่อน นำมาซึ่งภัยมิจฉาชีพถาโถมเข้ามาในทุกทิศทุกทาง เป็นเหตุให้ประชาชนอย่างเรา ๆ จำเป็นต้องตระหนักรู้ถึงภัยคุกคามที่เข้าถึงตัวได้โดยง่าย และอาจทำให้เราตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะเรื่องของการหลอกลวงทางออนไลน์ ที่เราต้องรู้เท่าทัน เตรียมพร้อมวิธีป้องกัน และรับมือกับผู้ไม่ประสงค์ดีตั้งแต่ที่เหตุร้ายยังไม่เกิด นอกจากนี้ยังควรทราบถึงข้อมูลที่จำเป็นในการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างชาญฉลาด รอบคอบ และปลอดภัย โดยควรต้องให้ความสำคัญกับมันมากกว่าที่เคย
ดังนั้น เรื่องของการหลอกลวงทางออนไลน์ จึงเป็นเรื่องที่ต้องเตือนภัยให้คนไทยตระหนักรู้ เพื่อหาวิธีการในการระมัดระวังความปลอดภัยให้กับตัวเองมากขึ้น เพราะการสูญเสียทรัพย์สินเนื่องจากการตกเป็นเหยื่อนั้นมีมูลค่า แม้ว่าจำนวนเงินอาจไม่มาก แต่มันก็นำมาซึ่งความเสียหายอยู่ดีในยุคที่เศรษฐกิจไม่ดีและเงินทองหายากขนาดนี้
ล่าสุดทาง Google ได้เปิดตัวฟีเจอร์ป้องกันกลโกงใหม่ใน Google Play Protect ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพื่อช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ให้กับคนไทยในอีกขั้น โดยเฉพาะกับผู้ใช้งานระบบปฏิบัติการ Android ให้ปลอดภัยจากการหลอกลวงและกลโกงทางการเงิน ซึ่งฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาใหม่นี้จะมีบริการตรวจสอบสิทธิ์ของแอปฯ แบบเรียลไทม์ และบริการบล็อกการดาวน์โหลดแอปฯ หรือลิงก์อันตราย ที่ถ้ากดเข้าไปแล้วจะเสี่ยงต่อการโดนมิจฉาชีพล้วงเอาข้อมูลโดยอัตโนมัติ
ฟีเจอร์ป้องกันกลโกงใหม่ใน Google Play Protect
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีคดีหลอกลวงและกลโกงทางออนไลน์เพิ่มสูงขึ้นมาก แม้ว่าจะมีการเตือนภัยและสร้างความตระหนักรู้กันมากขึ้นถึงกลโกงทางออนไลน์ แต่จากการสำรวจที่ Google ทำงานร่วมกับ Qualtrics กลับพบว่า 7 ใน 10 ของผู้ใช้ออนไลน์ในประเทศไทยยังคงตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงทางออนไลน์ ทั้ง ๆ ที่มีความมั่นใจว่าตนเองนั้นสามารถมองกลโกงออกและหลีกเลี่ยงภัยคุกคามนั้นได้
โดยฟีเจอร์ป้องกันกลโกงใหม่ใน Google Play Protect จะช่วยปกป้องผู้ใช้อุปกรณ์ Android จากกลลวงต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น ด้วยการบล็อกการติดตั้งแอปพลิเคชันที่อาจมีความเสี่ยง ซึ่งดาวน์โหลดมาจากแหล่งที่มาที่ไม่รู้จัก ซึ่งประเทศไทยถือเป็นประเทศที่ 2 ของโลก (ต่อจากสิงคโปร์) ที่ Google จะเปิดฟีเจอร์นี้ให้ได้ใช้งาน เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ขึ้นไปอีกขั้น นอกเหนือจากการรักษาความปลอดภัยในตัวแบบหลายชั้นที่มีอยู่แล้ว ทั้งบน Android และ Google Play ซึ่งรวมถึงการป้องกันสแปมใน Google Messages, Google Safe Browsing ใน Chrome และ Google Play Protect ที่ตอนนี้มีการสแกนแอปฯ แบบเรียลไทม์เพิ่มเข้ามา เพื่อดูว่าในอุปกรณ์ของผู้ใช้งานมีแอปฯ ที่ไม่ปลอดภัยติดตั้งอยู่หรือเปล่า
หรือหากผู้ใช้พยายามจะติดตั้งแอปฯ ที่อาจมีความเสี่ยงจากแหล่งที่มาที่ไม่รู้จักบนอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นเว็บเบราว์เซอร์ แอปฯ รับส่งข้อความ หรือโปรแกรมจัดการไฟล์ ที่อาจใช้สิทธิ์เข้าถึงข้อมูลละเอียดอ่อน ซึ่งมักจะถูกนำไปใช้ในกลโกงทางการเงิน Google Play Protect จะทำการบล็อกการติดตั้งโดยอัตโนมัติ พร้อมแสดงคำอธิบายให้ผู้ใช้งานทราบ โดยฟีเจอร์ป้องกันกลโกงใหม่นี้จะตรวจสอบสิทธิ์ของแอปฯ แบบเรียลไทม์ โดยเฉพาะสิทธิ์ 4 รายการนี้ ซึ่งได้แก่ การอ่าน SMS (READ_SMS) การรับ SMS (RECEIVE_SMS) การช่วยเหลือพิเศษ (Accessibility) และการฟังการแจ้งเตือน (BIND_Notifications)
จากการวิเคราะห์ด้านภัยคุกคามโดยละเอียดของ Google พบว่ามิจฉาชีพมักจะใช้สิทธิ์เหล่านี้เพื่อดักจับรหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียวที่ส่งมาทาง SMS หรือการแจ้งเตือน รวมทั้งแอบส่องเนื้อหาบนหน้าจอของผู้ใช้ และจากการวิเคราะห์กลุ่มมัลแวร์สำหรับกลโกงหลัก ๆ ที่ใช้ประโยชน์จากสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลละเอียดอ่อนเหล่านี้ พบว่ากว่า 95 เปอร์เซ็นต์ ของการติดตั้งมาจากแหล่งที่มาที่ไม่รู้จักบนอินเทอร์เน็ต โดยจะเริ่มทยอยเปิดให้บริการฟีเจอร์แก่ผู้ใช้งานในประเทศไทยต่อจากสิงคโปร์ หลังจากที่มีการอัปเดตให้เป็นเวอร์ชันปัจจุบัน และ Google จะคอยติดตามผลการทำงานของฟีเจอร์นี้อย่างใกล้ชิดร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อประเมินผลกระทบและทำการปรับปรุงที่จำเป็นต่อไป
การใช้ Google Play Protect เพื่อช่วยให้อุปกรณ์ปลอดภัยและรักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
Google Play Protect จะตรวจหาลักษณะการทำงานที่เป็นอันตรายในแอปฯ และอุปกรณ์
- เรียกใช้การตรวจสอบความปลอดภัยแอปฯ จาก Google Play Store ก่อนที่จะดาวน์โหลด
- ตรวจสอบอุปกรณ์เพื่อหาแอปฯ ที่อาจเป็นอันตรายจากแหล่งที่มาอื่น ๆ บางครั้งเราเรียกแอปฯ ที่อาจเป็นอันตรายเหล่านี้ว่ามัลแวร์
- แจ้งเตือนให้ผู้ใช้ทราบเกี่ยวกับแอปฯ ที่อาจเป็นอันตราย
- อาจปิดใช้งานหรือนำแอปฯ อันตรายออกจากอุปกรณ์ของผู้ใช้งาน
- แจ้งเตือนผู้ใช้งานเกี่ยวกับแอปฯ ที่ตรวจพบว่าละเมิดนโยบายซอฟต์แวร์ที่ไม่พึงประสงค์ เนื่องจากมีการปกปิดหรือให้ข้อมูลที่สำคัญไม่ถูกต้อง
- ส่งการแจ้งเตือนความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับแอปฯ ที่อาจได้รับสิทธิ์จากผู้ใช้ในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของคุณซึ่งละเมิดนโยบายสำหรับนักพัฒนาแอปฯ
- อาจรีเซ็ตสิทธิ์ของแอปฯ เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานใน Android บางเวอร์ชัน
- อาจป้องกันไม่ให้มีการติดตั้งแอปพลิเคชันที่ไม่ได้รับการยืนยัน และใช้สิทธิ์ของอุปกรณ์ที่มีความละเอียดอ่อนซึ่งมักตกเป็นเป้าหมายของผู้หลอกลวงเพื่อทำการประพฤติมิชอบทางการเงิน ดูวิธีการทำงานของการป้องกันการประพฤติมิชอบทางการเงิน
การยืนยันสถานะการรับรองอุปกรณ์
- เปิดแอปฯ Google Play Store
- แตะไอคอนโปรไฟล์ที่ด้านขวาบน
- แตะการตั้งค่า
- หากต้องการตรวจสอบว่าอุปกรณ์ของคุณผ่านการรับรองของ Play Protect หรือไม่ ให้แตะเกี่ยวกับ
วิธีเปิดหรือปิด Google Play Protect
ปกติแล้ว Google Play Protect จะเปิดไว้โดยค่าเริ่มต้น แต่ผู้ใช้งานจะปิดได้ อย่างไรก็ตาม ทาง Google แนะนำให้ผู้ใช้งานเปิด Google Play Protect ไว้เสมอเพื่อความปลอดภัย เพราะเราก็ไม่รู้ว่าตัวเราจะไปแตะลิงก์อันตรายเข้าเมื่อไร หรือหลงกดดาวน์โหลดแอปฯ ที่ไม่ปลอดภัยหรือเปล่าด้วย
- เปิดแอปฯ Google Play Store
- แตะไอคอนโปรไฟล์ที่ด้านขวาบน
- แตะ Play Protect จากนั้นไปที่การตั้งค่า
- เปิดหรือปิดสแกนแอปฯ ด้วย Play Protect
การส่งแอปฯ ที่ไม่รู้จักไปยัง Google
Google Play Protect อาจขอให้ผู้ใช้งานส่งแอปฯ ที่ไม่รู้จักไปยัง Google หากคุณติดตั้งแอปฯ จากแหล่งที่มาที่ไม่รู้จักนอก Google Play Store เมื่อเปิดการตั้งค่า “ปรับปรุงการตรวจหาแอปที่เป็นอันตราย” จะเป็นการอนุญาตให้ Google Play Protect ส่งแอปฯ ที่ไม่รู้จักไปยัง Google โดยอัตโนมัติ เพื่อทำการตรวจสอบ
- เปิดแอป Google Play Store
- แตะไอคอนโปรไฟล์ที่ด้านขวาบน
- แตะ Play Protect จากนั้นไปที่การตั้งค่า
- เปิดหรือปิดปรับปรุงการตรวจหาแอปฯ ที่เป็นอันตราย
วิธีการทำงานของ Google Play Protect
Google Play Protect จะตรวจสอบแอปฯ ต่าง ๆ เมื่อเราติดตั้งว่าเป็นแอปฯ เสี่ยงอันตรายหรือไม่ และจะสแกนอุปกรณ์อยู่เป็นประจำ ซึ่งถ้าฟีเจอร์นี้เปิดอยู่ ก็มั่นใจได้ว่าโทรศัพท์ของเราจะปลอดภัย หาก Google Play Protect พบแอปฯ ที่อาจเป็นอันตราย ก็อาจทำดังนี้
- ส่งการแจ้งเตือนถึงผู้ใช้งานถึงความเสี่ยงด้านการปลอดภัยที่พบ หากต้องการนำแอปฯ ออก ให้แตะการแจ้งเตือนแล้วแตะถอนการติดตั้ง
- ปิดใช้งานแอปฯ จนกว่าผู้ใช้จะถอนการติดตั้ง
- นำแอปฯ ออกโดยอัตโนมัติ ในกรณีส่วนใหญ่ หากมีการตรวจพบแอปฯ ที่เป็นอันตราย คุณจะได้รับการแจ้งเตือนที่ระบุว่าระบบได้นำแอปฯ ออกแล้ว
ดังนั้น Google Play Protect จะคอยดูแลอุปกรณ์ของเราในเรื่องของการกดลิงก์ปลอมและดาวน์โหลดแอปฯ ที่ไม่ปลอดภัยเข้ามาติดตั้งในอุปกรณ์ หากมีการดำเนินการกดลิงก์ปลอมหรือต้องการจะติดตั้งแอปฯ อันตราย ก็จะมีหน้าจอเด้งแจ้งเตือนขึ้นมาว่าเรากำลังจะเข้าสู่ลิงก์/ดาวน์โหลดแอปฯ ที่ไม่ปลอดภัย และจะบล็อกการเข้าถึงดังกล่าว แต่ถ้ามีการดาวน์โหลดแอปฯ อันตรายมาแล้ว การที่เราเปิดให้ Google Play Protect สแกนเครื่องของเราอยู่ตลอด เมื่อพบว่ามีแอปฯ อันตรายก็จะแจ้งเตือนเราเช่นกัน และแนะนำให้เราถอนการติดตั้งแอปฯ อันตรายนั้นออก หรือถ้าแนะนำแล้วผู้ใช้ยังไม่ถอนการติดตั้ง Google Play Protect จะถอนการติดตั้งอัตโนมัติ แล้วแจ้งเตือนเราว่าถอนการติดตั้งไปเรียบร้อยแล้ว
ข้อมูลจาก Google Thailand Blog






























