Home Inspiration ชีวิตติดลูกหนัง “ชาบี อลอนโซ่” คนที่ใช่?

“ชาบี อลอนโซ่” คนที่ใช่?

ชาบี อลอนโซ่ ชื่อนี้ใคร ๆ ก็ว่าใช่ ในการสวมบทบาทเป็นตัวตายตัวแทนเจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม “เดอะ นอร์มัล วัน” แห่งถิ่นแอนฟิลด์ แต่ชายผู้นี้จะเหมาะสมจริงหรือไม่ ลองไปดูรายละเอียดกันครับ

สืบเนื่องจากการที่กุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ซึ่งกำลังสร้างลิเวอร์พูล 2.0 ของเขาขึ้นมาได้อย่างเกรียงไกร มีลุ้นถึง 4 แชมป์ในปีนี้ แต่อยู่ดี ๆ กลับประกาศอำลาตำแหน่งเสียดื้อ ๆ สร้างความตกตะลึงให้กับ “เด็กหงส์” ไม่แพ้ในอดีต ที่ตำนานอย่าง เคนนี่ ดัลกลิช ประกาศไขก๊อกในปี 1991 และบิล แชงค์ลีย์ ในปี 1974

อย่างไรก็ดี ทุกอย่างเป็นสัจธรรม ผมขี้เกียจไปคาดเดาถึงสาเหตุของการลาออกครั้งนี้ บางคนคิดไปต่าง ๆ ตั้งแต่คล็อปป์ น้อยใจเจ้าของทีม ปัญหาเรื่องสุขภาพของตัวเขาเองหรือภรรยา หรือแม้กระทั่งเป้าหมายในการโดดไปคุมทีมใหญ่อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น เรอัล มาดริด, บาร์เซโลนา หรือทีมชาติเยอรมนี สุดท้ายมีคนเดียวเท่านั้นที่รู้ นั่นคือตัว คล็อปป์ เองเท่านั้น แต่ชีวิตต้องดำเนินต่อไป

สิ่งที่น่าสนใจคือ อนาคตสโมสรจะเดินต่ออย่างไร โชคดีที่กุนซือเยอรมันทิ้งเวลาไว้ให้ฝ่ายบริหารได้เตรียมงานในการหาตัวผู้จัดการทีมคนใหม่เข้ามาแทนที่เขา แน่นอน ด้วยผลงานตลอดเกือบ 9 ปีที่เขาทำไว้คงไม่ใช่งานง่ายแน่ ๆ ที่ใครก็ตามจะมาสานต่อ

แคนดิเดตที่แฟนหงส์ลงความเห็นแล้วว่าอยากให้มาคุมทัพแทน คล็อปป์ มากที่สุด นั่นก็คือ “คุณชาย” ชาบี อลอนโซ่ เจ้าของตำแหน่ง ดีป มิดฟิลด์ โรล ของลิเวอร์พูล ชุดแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกปี 2005 นั่นเอง แน่นอนเรื่องความแน่นแฟ้นกับแฟนบอล รวมทั้งความคุ้นเคยกับวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ในเมืองลิเวอร์พูล คงไม่มีอะไรต้องห่วง

ทว่า กระดูกของเขาพร้อมจริงแล้วหรือไม่ ในการขึ้นมาคุมทีมใหญ่มาตรฐานสูงระดับพรีเมียร์ลีกอย่าง ลิเวอร์พูล อันนี้น่าคิดเป็นอย่างยิ่ง

แม้จะมีอดีตอันหอมหวานในถิ่นแอนฟิลด์ แต่กุนซือวัย 42 ที่ผ่านมาเคยคุมทีมเยาวชน เรอัล มาดริด อยู่ 1 ปี คุมทีมสำรอง เรอัล โซเซียดัดอีก 3 ปี และประสบการณ์ทีมใหญ่ก็มีเพียงกับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน เพียงปีเศษ ๆ ทำทีมได้ประสบความสำเร็จ หนีท้ายตารางมาจบอันดับ 6 และมีสไตล์ตื่นเต้นเร้าใจ ฤดูกาลนี้สามารถพาทีมผงาดอยู่จ่าฝูงบุนเดสลีกา แต่ก็ยังไม่เคยคว้าถ้วยรางวัลใด ๆ ในฐานะเฮดโค้ช

เรื่องของแทคติคการเล่น น่าสนใจว่า อลอนโซ่ จะใช้การเล่นแบบไฮเพรสซิ่งของ คล็อปป์ เหมือนเดิมหรือไม่ แถมฟอร์เมชันก็ยิ่งแตกต่าง อลอนโซ่ นิยมใช้ระบบ 3-4-3 กองหลัง 3 คน โดยมีวิงแบ็กทั้งสองข้างอย่าง เจเรมี่ ฟริมปง และอเล็กซ์ กริมัลโด้ คอยเติมเกม 

มิดฟิลด์ตรงกลางจะเหลือพื้นที่แค่ 2 ตำแหน่งจะเป็นของใครระหว่าง อเล็กซิส แม็คอลิสเตอร์, วาตารุ เอ็นโด, โดมินิค โซโบสไล, เคอร์ติส โจนส์ และไรอัน กราเฟนแบร์ก 

ถ้าหวยออกที่ “คุณชาย” จริง คงได้ปรับกันวุ่นอยู่เหมือนกัน

แถมยังมีอีกหนึ่งโจทย์สำคัญ คือการดึงนักเตะเดิมเอาไว้ให้ได้ ทั้งโมฮัมเหม็ด ซาลาห์, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ และเทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ซึ่งเหลือสัญญากันแค่ปี 2025 เท่านั้น และเมื่อเจ้านายเก่าไม่อยู่แล้ว แรงจูงใจของพวกเขาเหล่านั้นไม่ทราบว่าจะยังมีเหลือขนาดไหน

มองในด้านดีบ้าง “คุณชาย” นั้น เคยเล่นให้กับสุดยอดผู้จัดการทีมแห่งยุคมาหลายคน ตั้งแต่ ราฟาเอล เบนิเตซ, โชเซ่ มูรินโญ่, เป๊ป กวาดิโอล่า น่าจะมีโอกาสเก็บเกี่ยวประสบการณ์และจุดเด่นของพวกเขาเหล่านั้นไม่มากก็น้อย

การมาของ อลอนโซ่ น่าจะเพิ่มมิติใหม่ให้กับ ลิเวอร์พูล 2.0 ชุดนี้ ทั้งวิธีการเล่นและนักเตะใหม่ที่มีโอกาสจะเติมเข้าไป อาทิ จอมลีลาอย่าง ฟลอเรียน เวีร์ตส์, หรือวิงแบ็กซ้ายจอมบุกอย่าง อเล็กซ์ กริมัลโด้ ที่จะมาเป็นตัวตายตัวแทน แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ได้เป็นอย่างดี

ส่วนด้านขวาก็ให้ เทรนต์ ได้ตะลุยโลดแล่นในเกมรุกตามถนัดต่อไป โดยมี 3 เซ็นเตอร์แบ็กวางเป็น อิบราฮิม่า โคนาเต้, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ และโจ โกเมซ คอยทำหน้าที่ในเกมรับ 

ถ้าเลือก อลอนโซ่ คือการที่ฝ่ายบริหารตัดสินใจซื้ออนาคต เกิดโป๊ะเชะขึ้นมาจะได้สานต่อความสำเร็จกันแบบยาว ๆ ที่สำคัญเขาเป็นขวัญใจแฟนบอลหงส์อยู่แล้วด้วย ไม่ต้องเสียเวลาจูนให้เข้ากัน

อย่างว่าละครับ “ในร้ายมีดี ในดีมีร้าย” ไม่มีชอยส์ไหนไม่เสี่ยงด้วยประการทั้งปวง

ว่าแต่ว่า…โลกฟุตบอลสมัยนี้มันช่างรวดเร็วนัก นี่คล็อปป์ ยังทำงานต่ออีกหลายเดือนก่อนจะไป แต่เราก็ใจร้อนเหลือขนาด อยากจินตนาการถึง “หงส์แดง” ยุคใหม่ ในมือกุนซือคนต่อไปเสียแล้ว

อดใจลุ้นความสำเร็จฤดูกาลนี้เสียก่อน อนาคตไว้ค่อยว่ากันตอนปิดซีซัน คงไม่สายเกินไปกระมัง.