Home Inspiration My Dear มีเดีย “เหยื่อ” ของการสร้าง “ความเข้าใจผิด”

“เหยื่อ” ของการสร้าง “ความเข้าใจผิด”

ความน่ากลัวของโลกยุคที่สื่อสังคมออนไลน์หรือโซเชียลมีเดียเป็นใหญ่ คือข้อมูลลวงที่มีอยู่เต็มหน้าฟีด และการถูกหลอกให้เข้าใจผิดจากคลิปสั้น ๆ หรือภาพถ่ายที่ถูกตกแต่งขึ้นมาใหม่ เพราะ “สิ่งที่เห็นด้วยตา อาจไม่ใช่อย่างที่เราเข้าใจ หากแต่เป็นการสร้างภาพเพื่อทำให้เกิดความเข้าใจผิด และมีประโยชน์ในทางใดทางหนึ่งต่อผู้ที่ปล่อยภาพออกมา”

คำว่า Misleading อันหมายถึงการทำให้เกิดความเข้าใจที่ผิดหรือคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริงนั้น กลายเป็นคำที่เห็นบ่อยในยุคที่หลายคนบอกว่าเป็นยุคที่คนทั้งโลกเชื่อมต่อกันได้ง่ายที่สุด และดูเหมือนว่าการเชื่อมต่อนั้นก็ได้สร้างนิสัยการเสพเนื้อหาแบบฉาบฉวยเข้าไปด้วย

ถึงวันนี้เรื่องไม่ปกติที่กลายเป็นเรื่องปกติ อย่างคลิปที่สร้างความเข้าใจผิดกลายเป็นไวรัลคลิป เพราะคนที่เรียกตนเองว่าสื่อมวลชนเอาไปเผยแพร่ต่ออีกทีนั้นมีไม่น้อย หรือการตัดต่อภาพที่ส่งต่อกันไปในวงกว้าง กว่าจะรู้ตัวอีกทีว่าเป็นภาพที่ถูกตกแต่ง ความเข้าใจผิดก็ได้เกิดขึ้นไปเรียบร้อยแล้ว

สัปดาห์ที่ผ่านมามีตัวอย่าง Misleading ชนิดที่หลายคนไม่ทันได้พิจารณา เพียงแต่ได้เห็นคลิปก็สามารถแสดงความคิดเห็นในเชิงตำหนิผู้ที่อยู่ในคลิปไปเรียบร้อยแล้ว เป็นคลิปที่ถูกตั้งชื่อว่า “Toy Story” จากการแข่งขันไชน่า โอเพ่น รอบชิงชนะเลิศที่ ยานนิค ซินเนอร์ คว้าแชมป์ไปครอง ในขณะที่ ดาเนียล เมดเวเดฟ เป็นรองแชมป์ โดยคลิปในพิธีมอบรางวัลนั้น คลิปสั้นที่ถูกเผยแพร่ออกมาเป็นจังหวะที่เมดเวเดฟกำลังหยิบตุ๊กตา ซึ่งเป็นมาสคอตของการแข่งขันจากถ้วยรางวัลของ ยานนิค ที่เป็นแชมป์การแข่งขัน

จังหวะการหยิบตุ๊กตาและท่าทางของเมดเวเดฟตอนหยิบตุ๊กตาจากถ้วยของ ยานนิค ที่พอดีกับจังหวะของยานนิคที่หันไปเหมือนพูดอะไรบางอย่างกับเมดเวเดฟ ทำให้คนที่เห็นคลิปพากันเข้าใจผิดว่า เมดเวเดฟ กำลังขโมยตุ๊กตาของ ยานนิค ไปจากถ้วย และคลิปดังกล่าวก็กลายเป็นไวรัลไปในทันที มีคนมาแสดงความคิดเห็นตำหนิ เมดเวเดฟ ว่าแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ขณะที่สื่อกระแสหลักก็นำเอาคลิปนี้ไปทำข่าว

เมื่อเรื่องชักจะไปกันใหญ่ ความจริงก็ถูกเปิดเผยโดย ATP ที่ปล่อยคลิปเต็มออกมาในจังหวะที่ เมดเวเดฟ โยนตุ๊กตาไปในถ้วยของ ยานนิค เพื่อภาพที่ถ่ายออกมาในจังหวะชูโทรฟี่ของทั้งคู่จะได้ออกมาสวยงาม และหลังจากนั้นเมื่อเสร็จพิธีมอบรางวัล เมดเวเดฟ ก็หยิบตุ๊กตาคืน และเดินออกจากสนาม ซึ่ง ยานนิคได้บอกกับสื่อว่าเขาหันไปถามเมดเวเดฟ ว่าจะไปแข่งที่ไหนต่อ ในขณะที่เมดเวเดฟเอง ก็ต้องให้สัมภาษณ์กับสื่อเพื่อยืนยันว่าตนเองไม่ได้ขโมยตุ๊กตาของยานนิค แค่ไปหยิบคืนจากที่ฝากเอาไว้เท่านั้น

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว รู้สึกใช่ไหมคะว่าเรื่องไม่เป็นเรื่องทำไมถึงกลายเป็นเรื่องได้ ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะเมดเวเดฟ เองไม่ค่อยเป็นที่รักของแฟนเทนนิสสักเท่าไร ด้วยพฤติกรรมที่ดูจะเป็นนักกีฬาเจ้าอารมณ์ แถมยังเป็นนักเทนนิสจากรัสเซีย การปล่อยคลิปในลักษณะดังกล่าวก็เหมือนแกล้งเมดเวเดฟให้ถูกเข้าใจผิด แต่ผลของโลกที่เชื่อมต่อถึงกันเร็วความเข้าใจผิดเลยลุกลามไปอย่างรวดเร็ว แต่ยังโชคดีที่ทาง ATP ออกมาแจกแจงความจริง และนำเอาคลิปยาวที่แสดงให้เห็นความจริงออกมาเผยแพร่อย่างรวดเร็ว

แน่นอนว่า Toy Story ของเมดเวเดฟ ไม่ใช่การสร้างความเข้าใจผิดเรื่องแรกบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย หากแต่เป็นหนึ่งในจำนวนพันล้านเรื่อง นับตั้งแต่โลกใบนี้มีสิ่งที่เรียกว่าสื่อสังคมออนไลน์ออกมา

พุทธศักราชนี้ เราอยู่ในยุคที่ต้องเสพข้อมูลข่าวสารด้วยความระมัดระวัง เพราะบางครั้งนักสื่อสารมวลชนก็ลืมตัวหันไปทำหน้าที่พีอาร์ หรือในบางทีก็แสดงความสนับสนุนบางคนอย่างออกนอกหน้า และในบางหนก็สามารถเลือกที่จะนำเสนอเนื้อหาในบางมุมจนทำให้เกิดความเข้าใจผิด แนะนำว่าให้เสพข่าวสารในฐานะผู้สังเกตการณ์ ทำเพียงแค่รับรู้ ไม่ต้องอิน ไม่ต้องแสดงความคิดเห็น เท่านี้คุณก็จะไม่ตกเป็นเหยื่อของกระบวนการที่มีอยู่อย่างมากมายในสังคมเวลานี้แล้วค่ะ

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า