
หากพูดถึงศิลปินชายกลุ่มหรือบอยแบนด์ที่ถูกอวยยศขึ้นหิ้งให้เป็นตำนานของเมืองไทย รับรองได้เลยว่าจะต้องมีชื่อของวง D2B ติดอยู่ในนั้นด้วยอย่างแน่นอน D2B เป็นวงบอยแบนด์ไทยสังกัดค่าย RS ที่มีสมาชิก 3 คน “บีม กวี ตันจรารักษ์” “บิ๊ก ปาณรวัฐ กิตติกรเจริญ” และ “แดน วรเวช ดานุวงศ์” พวกเขาออกผลงานครั้งแรกในปี พ.ศ. 2544 โดยผลงานของพวกเขาสามารถทำยอดขายเทปคาสเซ็ทได้เกิน 1,000,000 ตลับ ทำให้ในช่วงเวลานั้น พวกเขากลายเป็นศิลปินชื่อดังที่ไม่มีวัยรุ่นยุค 90s และเด็กยุค 2000s คนไหนไม่รู้จัก โดยคนจำนวนไม่น้อยในยุคที่ว่าก็เติบโตขึ้นมาพร้อม ๆ กับพวกเขาในฐานะของแฟนคลับวง D2B
หลังจากที่ออกผลงานต่าง ๆ ในนาม D2B ได้เพียง 2 ปีนิด ๆ เท่านั้น ในวันที่ทั้งวงและสมาชิกในวงต่างกำลังโด่งดังจนถึงขีดสุด ก็เกิดเหตุการณ์ใหญ่ที่ทำให้คนไทยหลายคนอยู่ในสภาวะช็อก ข่าวอุบัติเหตุทางรถยนต์ของหนึ่งในสมาชิก “บิ๊ก” ที่ประสบอุบัติเหตุขับรถยนต์ตกคูน้ำ หลังจากเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล อาการของเขาก็ดีขึ้น รู้สึกตัวและทักทายทุกคนได้ การฟื้นตัวของเขาดูจะส่งสัญญาณดี จนแฟนคลับหลาย ๆ คนหายห่วง ทว่าไม่นานฝันร้ายก็มาเยือน หลังจากที่ตรวจพบเชื้อราในสมองที่เข้ากระแสเลือดผ่านปอด อาการของเขาก็แย่ลง ทรง ๆ ทรุด ๆ อยู่ในภาวะโคม่า เป็นเจ้าชายนิทรา และเสียชีวิตในที่สุด หลังจากรักษาตัวมานานถึง 4 ปี
หลังการเสียชีวิตของ “บิ๊ก” และวง D2B ถูกยุบลงในที่สุด สมาชิกที่เหลืออยู่ 2 คน คือ “แดน” และ “บีม” ยังคงทำงานอยู่ในวงการบันเทิง ซึ่งถึงแม้ว่าสมาชิกวง D2B จะอยู่กันไม่ครบ 3 คน แต่ด้วยกระแสเรียกร้องจากเหล่าแฟนคลับและความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทำให้เกิดคอนเสิร์ตในนาม D2B ขึ้นอีกถึง 5 ครั้ง หลังการจากไปของ “บิ๊ก” คือ
- พ.ศ. 2557 TOYOTA VIOS PRESENTS คิดถึง D2B LIVE CONCERT 2014
- พ.ศ. 2558 TOYOTA VIOS PRESENTS มหัศจรรย์…ความคิดถึง D2B ENCORE CONCERT 2015
- พ.ศ. 2562 ธนาคารทิสโก้ Presents D2B INFINITY CONCERT 2019
- พ.ศ. 2563 COOLfahrenheit และ Tisco My Care Smart Present D2B Infinity Fun+ 2020
- พ.ศ. 2566 COOLfahrenheit ร่วมกับ อำพลฟูดส์ Present D2B ETERNITY CONCERT 22 ปีนับตั้งแต่วันที่ฉันรักเธอ
ซึ่งคอนเสิร์ตทั้ง 5 ครั้งนี้ ต่างก็มี “บิ๊ก” มาร่วมในคอนเสิร์ตด้วย โดยใช้ “เทคโนโลยี” ในการคืนชีพ “บิ๊ก” ให้กลับขึ้นเวทีอีกครั้ง ซึ่งเป็นครั้งแรกในไทยที่เทคโนโลยีได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในคอนเสิร์ตแต่ละครั้ง อย่างในครั้งล่าสุด ปี 2566 เป็นยุคที่โลกของเราเต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำกว่าปีที่ผ่านมา จนทำให้การคืนชีพ “บิ๊ก” ขึ้นสู่เวทีคอนเสิร์ตในครั้งนี้ เป็นเวอร์ชันที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลยก็ว่าได้
D2B คอนเสิร์ตสัญชาติไทยที่ไปไกลมาก
ถึงแม้ว่าการพา “บิ๊ก” กลับขึ้นเวทีอีกครั้งในคอนเสิร์ต D2B ETERNITY CONCERT ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เมื่อวันเสาร์ที่ 5 และวันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมาจะไม่ใช่ครั้งแรก แต่ถือว่าเป็นการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่าครั้งที่ผ่าน ๆ มา จนทำให้เกิดภาพของ “บิ๊ก” ในเวอร์ชันที่สมบูรณ์แบบที่สุด ซึ่งทั้งแฟนคลับที่อยู่ในคอนเสิร์ต รวมถึงสมาชิกวงทั้ง 2 คนอย่าง “แดน-บีม” ที่น่าจะเป็นคนที่เคยได้คลุกคลีอยู่กับ “บิ๊ก” มากที่สุด ยังพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “เหมือนมาก เหมือนบิ๊กกลับมาจริง ๆ”
นี่จึงเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของคอนเสิร์ตไทย ในการพาคนที่ทุกคนรักอย่าง “บิ๊ก D2B” กลับมาขึ้นเวทีอีกครั้งในเวอร์ชันที่สมบูรณ์แบบที่สุด เพราะการปรากฏตัวในครั้งนี้จะต้องไม่ใช่แค่ “บิ๊ก” แต่เป็น “บิ๊ก ในวัย 41 ปี” มันเป็นการใช้ “เทคโนโลยี” สุดทันสมัย ในการพาคนที่รักให้กลับมาเสมือนว่าเขายังมีชีวิตอยู่จริง ๆ ซึ่งมันต้องใช้ทั้งเวลา และข้อมูลเก่าที่เกี่ยวข้องกับ “บิ๊ก” ทั้งหมด รวบรวมให้เทคโนโลยีได้เรียนรู้ เพื่อให้มันสร้างห้วงเวลาสุดพิเศษที่คน ๆ นั้นจะกลับมาได้อีกครั้ง ทั้งภาพและเสียง สานฝันให้แฟนคลับได้เห็นพวกเขาทั้ง 3 คนกลับมายืนด้วยกันอีกครั้ง
ซึ่งต้องบอกว่าช่างเป็นค่ำคืนที่เทคโนโลยีได้สร้างเรื่องราวสุดน่าทึ่งและน่าประทับใจ ในการพา “บิ๊ก ปาณรวัฐ กิตติกรเจริญ” สมาชิกวงผู้ล่วงลับไปนานกว่า 16 ปี ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในวัย 41 ปี ด้วยรูปแบบของ AI ที่สร้าง “บิ๊ก” ขึ้นมาในลุคที่ดูโตขึ้นทั้งรูปร่างและหน้าตา แฟชั่นเสื้อผ้าต่าง ๆ ก็สมวัย เหมือนเขายังมีชีวิตอยู่จริง ๆ และได้ใช้เวลาร่วมกับพวกเราทุกคนจนถึงวัย 41 ปี ซึ่งจะเป็นอายุจริงของเขาในปี 2566 หากเขายังมีชีวิตอยู่ นอกจากนั้น เทคโนโลยีสุดเจ๋งนี้ยังเอื้ออำนวยให้เราสามารถสร้าง “บิ๊ก” ในโชว์พิเศษที่สามารถโชว์ร้องโชว์เต้นได้แบบจัดเต็ม แม้แต่โชว์ร้องเพลงคู่กับ “อ้อน ลัคนา” อดีตนักร้องสาวที่เคยร่วมงานกันยังทำได้เลย!

โชว์ร้องเพลง แน่นอนว่าเป็นผลงานการสร้างสรรค์ของเทคโนโลยีอีกเช่นเคย เนื่องจากการเปิดเสียงร้องที่มีอยู่แล้วของ “บิ๊ก” จะมีข้อจำกัดในการควบคุมมากกว่า ซึ่งเสียงทั้งหมดของ “บิ๊ก” ในคอนเสิร์ตครั้งที่ผ่านมานี้ เป็นเสียงของ “แดน” ที่ได้ร้องไกด์ไว้ จากนั้นจึงนำไปใช้เทคโนโลยีแปลงเสียง เพื่อให้กลายมาเป็นเสียงของ “บิ๊ก” นั่นเอง
จะเห็นว่าเทคโนโลยีสุดล้ำ สามารถสานฝันแฟนคลับในการพา “บิ๊ก แดน บีม” กลับมายืนบนเวทีเดียวกันได้หลายต่อหลายครั้ง และในแต่ละครั้งก็ก็สามารถไปได้ไกลกว่าครั้งก่อน เนื่องจากมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาช่วยสนับสนุน จากที่ครั้งแรก ๆ อาจเป็นการฉายภาพ Hologram และการนำเสียงร้องเดิมมาสังเคราะห์ให้กลายเป็นเพลงใหม่ แต่ปัจจุบันที่ AI สามารถทำได้หลายอย่างมากขึ้น ก็ใช้ AI ในการสร้างภาพและเสียงขึ้นใหม่ไปเลย จากนั้นใช้ Deepfake และ Motion Capture ในการทำให้ “บิ๊ก” กลับขึ้นเวทีแบบสมจริงที่สุดเท่าที่เคยทำมา
เทคโนโลยี “พาคนตายกลับมา”
แน่นอนว่าทุกคนทราบดีว่า “การกลับมา” ที่ว่าไม่ใช่การกลับมามีชีวิตอีกครั้ง แม้ว่าเทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปมาก แต่มันไม่มีเทคโนโลยีใดที่จะชุบวิญญาณหรือปลุกคนที่ตายไปแล้วให้ฟื้นคืนชีพ ยังไงก็ไม่สามารถทำให้พวกเขากลับมามีชีวิตหรือมีลมหายใจได้อีกครั้ง แต่สิ่งที่เทคโนโลยีปัจจุบันทำได้ คือช่วยให้เราได้ “พบเจอ” และ “สื่อสาร” กับคนที่จากไปแล้วอีกครั้ง นอกเหนือจากการคิดถึงเฉย ๆ ในความทรงจำ หรือใช้ภาพ วิดีโอ หรือเสียงเก่า ๆ มาเปิดวนซ้ำ
ก่อนหน้านี้ เคยมีโฆษณา “ไก่ห้าดาว” แบรนด์ไก่ย่างและไก่ทอดที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ ที่สร้างปรากฏการณ์ “พาคนที่รักกลับมาอีกครั้ง” โดยมี Deepfake (ดีปเฟก) เป็นเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ถูกกล่าวถึงในโฆษณาไวรัลตัวนี้ ภาพต่าง ๆ ที่ปรากฏในโฆษณา “ถูกสร้างด้วยเทคโนโลยี Deepfake” ซึ่งให้ระบบคอมพิวเตอร์หรือ AI ได้เรียนรู้รูปภาพของ “แม่” ที่จากไปแล้วกว่า 2,000 ภาพ แล้วสร้างภาพเสมือน “แม่” ออกมา จากนั้นใช้แว่น VR เป็นสื่อกลางในการสื่อสารกันระหว่างลูกสาวกับคุณแม่ที่เสียชีวิตไปแล้ว ที่ปรากฎตัวอีกครั้งในรูปแบบของภาพเสมือน
สำหรับ Deepfake เป็นคำที่เกิดจากผสมคำ ระหว่างคำว่า deep ที่แปลว่า ลึก และ fake ที่แปลว่า ปลอม เมื่อรวมความหมายแล้ว Deepfake จึงกลายเป็นการปลอมอย่างลึกซึ้ง ปลอมได้เนียนจนแยกไม่ออก โดยหลักการทำงานของเทคโนโลยีนี้ คือการสร้างภาพเสมือนจากการประมวลผลของระบบการจดจำใบหน้า (Facial Recognition) และปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) ทำให้เราสามารถทับซ้อนภาพใบหน้าของบุคคลหนึ่งกับอีกบุคคลหนึ่งได้อย่างแนบเนียน หรือนำภาพของบุคคลอื่นมาสร้างเป็นตัวตนเสมือนดังเช่นในโฆษณา

Deepfake เป็นเทคโนโลยีการทำงานของ AI ด้วย Deep Learning เป็นการเรียนรู้เชิงลึกของอัตลักษณ์ของบุคคลที่เฉพาะเจาะจง ไม่ว่าจะเป็น รูปของใบหน้า สีผิว รูปร่าง ลักษณะการเคลื่อนไหวเฉพาะตัว แม้กระทั่งเสียง จากข้อมูลต่าง ๆ ที่มี ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ วิดีโอ หรือไฟล์เสียงสนทนา AI จะบันทึก เรียนรู้ จดจำ และเลียนแบบใช้เสียงของบุคคลนั้นได้ จากนั้นก็แค่ประมวลผลตามคำสั่งที่ถูกป้อนเข้าไป
หรืออีกเทคนิคที่เคยใช้กันก็คือ การยิงภาพ Hologram อันเกิดจากการใช้เทคนิค Holography ในการสร้างภาพสามมิติ จำลองภาพบุคคลที่เสียชีวิตไปแล้วให้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งมา ก่อนหน้านี้เคยมีการใช้เทคนิคนี้ในคอนเสิร์ตมาบ้างแล้ว อย่างเช่น Kanye West ที่เคยพาพ่อของ Kim Kardashian ที่เสียชีวิตไปแล้วกลับมาอวยพรวันเกิดให้ลูกสาวในรูปแบบของ Hologram หรือ Snoop Dogg แรปเปอร์ที่ขึ้นแสดงคอนเสิร์ตคู่กับ Hologram ของ Tupac Shakur ที่เสียชีวิตไปนานถึง 15 ปี รวมถึง Michael Jackson และ Hatsune Miku ก็ขึ้นเวทีด้วยวิธีการนี้เช่นเดียวกัน
การปรากฏตัวอีกครั้งของคนที่เรารู้ว่า “จากไปแล้ว”
ย้ำอีกครั้งว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ คอนเสิร์ต D2B พา “บิ๊ก” สมาชิกที่จากไปแล้วกลับขึ้นเวที เพื่อมายืนร้องเพลงเคียงข้าง “แดน-บีม” เพราะทุก ๆ ครั้งที่จัดคอนเสิร์ตในนาม D2B พวกเขาจะนำ “บิ๊ก” กลับมาด้วยเสมอ โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเอื้ออำนวยการทำโชว์ต่าง ๆ เพียงแต่ในครั้งนี้ มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้นกว่าหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา “บิ๊ก” จึงปรากฏตัวในเวอร์ชั่นที่ครบและสมบูรณ์แบบที่สุดในรอบ 22 ปี
บนคอนเสิร์ต คิดถึง D2B LIVE CONCERT 2014 “บิ๊ก” เคยกลับขึ้นเวทีด้วยเทคนิค 3D Hologram ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ถูกสร้างขึ้นด้วยกระบวนการฮอโลกราฟี (Holography) โดยเป็นภาพ 3 มิติ ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากการบันทึกภาพลงบนฟิล์ม หรือแผ่นเคลือบด้วยสารสำหรับบันทึกแสง จากนั้นบันทึกข้อมูลด้วยแสงเลเซอร์ บันทึกริ้วรอยของการแทรกสอดของแสงเลเซอร์ เมื่อถูกส่องสว่างอย่างเหมาะสม เราจะมองเห็นภาพเป็นลักษณะ 3 มิติ ซึ่งมันจะแตกต่างจากภาพทั่วไปที่เรามองเห็นเป็นภาพ 2 มิติ โดยบนคอนเสิร์ต Encore ในปีถัดมา มหัศจรรย์…ความคิดถึง D2B ENCORE CONCERT 2015 ก็ใช้เทคนิค 3D Hologram ฟื้นคืนชีพบิ๊กเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม บนคอนเสิร์ต D2B INFINITY CONCERT 2019 “บิ๊ก” ปรากฏตัวบนเวทีด้วย PROGRAM AI FACE TRACKING โดยทีมงานต้องไปค้นหารูปและคลิปวิดีโอที่มีภาพใบหน้าของ “บิ๊ก” ในทุก ๆ มุม ทั้งหน้าตรง ด้านซ้าย ด้านขวา ให้ได้มากที่สุด จากนั้นนำข้อมูลทั้งหมดป้อนให้ Program AI ทำการ Generate เป็นภาพ 3D ของ “บิ๊ก” ออกมาในทุกมุม แล้วไล่แก้ไขภาพแบบ Frame-by-Frame เพื่อให้มีความสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ ผสานกับการใช้คนจริง ๆ ที่มีส่วนสูงและใบหน้าคล้าย “บิ๊ก” มากที่สุดเป็นนักแสดงแทน
โดยในการทำงานครั้งนี้ มีโจทย์ว่าการปรากฏตัวของ “บิ๊ก” จะไม่ใช่แค่หน้าที่เหมือน แต่ต้องเป็นทุก ๆ การเคลื่อนไหว อากัปกิริยาต่าง ๆ รวมไปถึงวิธีการร้องเพลง ที่สำคัญ จะต้องเป็น “บิ๊ก ตามอายุจริง” ด้วย เพราะฉะนั้น จะต้องมีการกำหนดเค้าโครงใบหน้าของ “บิ๊ก” ในวัยจริง ณ ปี 2562 รวมถึงแฟชั่นปัจจุบันของเสื้อผ้าที่เป็นสไตล์ของ “บิ๊ก” จากนั้นยิงภาพ Hologram ผ่านจอ LED ที่มีระดับความชัดที่สุดในประเทศ ซึ่งนำมาติดตั้งอยู่บนพื้นเวที จนได้ภาพเสมือนของ “บิ๊ก D2B” อยู่ในคอนเสิร์ตนี้จริง ๆ
เทคนิค FACE TRACKING ได้สร้าง visual effects ของ “บิ๊ก” อีกครั้งในคอนเสิร์ต D2B Infinity Fun+ 2020 สร้างเป็น “บิ๊ก” ในเวอร์ชั่น 3D Hologram ที่ได้ภาพชัดเจนยิ่งกว่าเมื่อครั้งแรก ๆ ซึ่งเทคนิคที่ว่านี้เป็นเทคนิคที่ใช้ในภาพยนตร์ฮอลลีวูดมาแล้วหลายเรื่อง ทำให้ดูเนียนตา และเสมือนกับว่าพวกเขาเอา “บิ๊ก” กลับมาให้มีชีวิตขึ้นอีกครั้งได้จริง ๆ พร้อมด้วยเพลงพิเศษที่เอาเสียงของ “บิ๊ก” ที่มีอยู่มาสังเคราะห์ให้กลายเป็นเพลงใหม่ล่าสุด
ส่วนล่าสุดคอนเสิร์ต D2B ETERNITY CONCERT มีการใช้ Deepfake ซึ่งเป็นการเอารูปหน้าของคนหนึ่ง ไปใส่แทนที่ใบหน้าของอีกคนหนึ่งแทน ร่วมกับ Motion capture ที่จับความเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสร้างความเสมือนจริงในวงการเกม การ์ตูนแอนิเมชัน และภาพยนตร์ ทำให้การกลับมาของ “บิ๊ก” ในคอนเสิร์ตล่าสุดนี้ “สมบูรณ์กว่าที่เคยมีมา” และสร้างกระแสความสนใจแก่สังคมได้อย่างมากมายด้วย
จะเห็นว่าด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำไปมากนี้ ได้สร้างประโยชน์มากมายให้แก่วงการคอนเสิร์ต โดยเฉพาะการนำศิลปินที่จากไปแล้วให้กลับขึ้นมาโลดแล่นบนคอนเสิร์ตอีกครั้ง ซึ่งจากคอนเสิร์ตของ D2B ในทุก ๆ ครั้งที่ผ่านมา เทคโนโลยีได้พา “บิ๊ก” กลับมาหาแฟนคลับในรูปแบบที่สมบูรณ์แบบขึ้นทุกครั้ง ทำให้เราอยากรู้ว่าในคอนเสิร์ต D2B ครั้งต่อไป จะมีเซอร์ไพรส์อะไรเกิดขึ้น ในการพา “บิ๊ก D2B” กลับขึ้นคอนเสิร์ตพร้อมกับ “แดน D2B” และ “บีม D2B” ให้พวกเขาอยู่บนเวทีครบ 3 คน “บิ๊ก แดน บีม”
ข้อมูลบางส่วนจาก ไทยรัฐออนไลน์






























