
ถึงจะทำงานมาเหนื่อยแค่ไหน แต่พอหัวถึงหมอน บางคนก็ยังมีปัญหานอนไม่หลับอยู่ดี และกว่าจะหลับสนิทก็ล่วงเลยเข้าเช้าวันใหม่แล้ว ทำให้เมื่อถึงเวลาตื่นไปทำงาน ร่างกายยังคงอ่อนเพลีย รู้สึกไม่สดชื่น
อันที่จริงแล้ว ไลฟ์สไตล์หรือรูปแบบการดำเนินชีวิตของแต่ละคน ถือว่ามีความสำคัญและส่งผลต่อการนอนของเราด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้น หากปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เสียใหม่ให้ดีต่อร่างกายมากขึ้นก็จะช่วยให้หลับได้ง่ายขึ้นตามไปด้วย
และนี่คือ 5 วิธีง่ายๆ ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเราเอง เพื่อให้การนอนหลับไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
1.หลีกเลี่ยงคาเฟอีน, นิโคติน และแอลกอฮอล์
หากอยากนอนหลับให้สบาย ควรหลีกเลี่ยงการดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลมที่มีคาเฟอีน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหลาย รวมถึงไม่ควรสูบบุหรี่ก่อนเข้านอนด้วย แต่ให้ดื่มเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่ไม่มีคาเฟอีน หรืออาจจะเป็นชาสมุนไพร เช่น ชาคาโมไมล์ ที่มีสรรพคุณช่วยผ่อนคลายเส้นประสาท ช่วยคลายเครียด ซึ่งจะทำให้หลับได้ง่ายขึ้น
2.เข้านอนเมื่อรู้สึกง่วงหรือร่างกายต้องการพัก
การเข้านอนตามเวลาเป็นสิ่งที่ควรทำให้เป็นกิจวัตร แต่หากนอนแล้วไม่รู้สึกง่วง หรือยังมีความกังวลใจอยู่จนทำให้นอนไม่หลับก็ไม่จำเป็นต้องฝืน อาจจะลุกมาอ่านหนังสือ ฟังเพลงเบาๆ สบายๆ จนรู้สึกง่วงหรือร่างกายต้องการพักแล้ว จึงกลับไปนอนอีกครั้ง
3.ทำกิจกรรมผ่อนคลายร่างกายก่อนเข้านอน
เพื่อให้ร่างกายพร้อมสำหรับการเข้านอน ควรทำกิจกรรมที่ช่วยให้ร่างกายได้ผ่อนคลายก่อนเข้านอนเป็นประจำ เช่น นอนแช่น้ำอุ่น เปิดเพลงสบายๆ ที่ฟังแล้วจิตใจสงบ ดื่มนมอุ่นๆ เพื่อเป็นการเตรียมร่างกายให้พร้อมเข้าสู่โหมดของการนอนหลับ
4.ทำสภาพแวดล้อมให้พร้อมสำหรับการนอน
ห้องนอนควรมืดสนิทเมื่อถึงเวลาเข้านอน ภายในห้องจึงควรมีม่านที่หนาเสียหน่อยเพื่อช่วยบังแสงจากภายนอก หรือจะใส่ผ้าปิดตาแทนก็ได้เช่นกัน และหากเสียงดังเป็นอุปสรรคในการนอน ก็ให้ใส่ ear plug หรือที่อุดหู เพื่อกรองเสียงรบกวน ขณะที่อุณหภูมิภายในห้องนอนก็ควรปรับให้เหมาะสม ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป
5.หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ก่อนนอน
เมื่อถึงเวลาที่จะเข้านอน ควรหลีกเลี่ยงการใช้สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ เพราะจะทำให้สมองยังคงรู้สึกตื่นตัวอยู่ อีกทั้งแสงสีฟ้าจากโทรศัพท์ ยังมีผลกระทบต่ออารมณ์ความรู้สึก และส่งผลให้ระดับ “เมลาโทนิน” ฮอร์โมนที่ช่วยในการนอนหลับลดต่ำลงด้วย
ที่มา : www.mirror.co.uk






























